Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ณัฏฐธิดา มีวังปลา พร้อมด้วย Thumb Rights และ Amnesty International Thailand ยื่น กมธ.กฎหมายฯ ติดตามสิทธิประกันตัว 'เอกชัย หงส์กังวาน' ชี้มีปัญหาสุขภาพต่อเนื่อง ต้องการรักษาภายนอกเรือนจำ

2026-06-17-แหวน ณัฐฏธิดา - Thumb Rights ยื่น กมธ.กฎหมายฯ ติดตามสิทธิประกันตัว “เอกชัย หงส์กังวาน”

17 มิ.ย. 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา ถนนเกียกกาย “แหวน” ณัฏฐธิดา มีวังปลา พร้อมด้วย Thumb Rights และ Amnesty International Thailand ร่วมเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ติดตามการให้สิทธิประกันตัวแก่ เอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นฎีกา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 โดยระบุว่ามีปัญหาสุขภาพที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาและพักฟื้นอย่างเหมาะสมนอกเรือนจำ โดยมี รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วย ปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคประชาชน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และ นรเศรษฐ นาหนองตูม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ เป็นผู้รับหนังสือ

หนังสือระบุว่า สำหรับคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าจำเลยไม่มีเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จ แต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับ ลงโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน ส่งผลให้เอกชัยถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาคดีของศาลฎีกา โดยได้ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569

ผู้ยื่นหนังสือระบุว่า ระหว่างถูกคุมขังมีรายงานว่าเอกชัยมีปัญหาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนกันยายน 2566 เคยป่วยเป็นฝีในตับจากการติดเชื้อระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์และโรงพยาบาลราชวิถี แพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย พร้อมแนะนำให้ติดตามอาการด้วยการตรวจ CT Scan ทุก 3-6 เดือน

ต่อมา ภายหลังจากที่เอกชัยถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกลางคลองเปรมในคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568 สุขภาพของเอกชัยทรุดลงอีก โดยในเดือนมีนาคม 2569 มีอาการปวดบริเวณที่เคยรักษาฝีในตับจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ผลการตรวจอัลตราซาวด์ไม่พบการกลับมาของฝีในตับ แต่พบภาวะตับโตและม้ามโต นอกจากนี้ยังมีภาวะต่อมลูกหมากโต โดยยาที่ใช้รักษาส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง จนเกือบเกิดภาวะลมแดดถึง 2 ครั้งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

หนังสือระบุด้วยว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนว่านายเอกชัยยังจำเป็นต้องได้รับการติดตามรักษาและพักฟื้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สภาพแวดล้อมภายในเรือนจำอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรมลง อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมาแล้ว 3 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่าเอกชัยยังสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลภายในระบบราชทัณฑ์ได้

ทั้งนี้ ผู้ยื่นหนังสือระบุว่า เอกชัยมีประวัติการต่อสู้คดีทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2554 ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีมาโดยตลอด และไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี ปัจจุบันคดีทางการเมืองส่วนใหญ่ได้สิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียงคดีนี้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ติดตามและตรวจสอบการให้สิทธิประกันตัวแก่เอกชัย เพื่อให้สามารถออกมารับการรักษาพยาบาลและพักฟื้นภายนอกเรือนจำได้อย่างเหมาะสม อันเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ระบุว่า สำหรับกรณีดังกล่าว สิทธิในการรักษาตัวของผู้ต้องขังในเรือนจำ เป็นสิทธิของประชาชนทุกคน ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 55 ในกรณีที่ผู้ต้องขังป่วย จำเป็นต้องรักษาเฉพาะด้าน หรือหากรักษาในเรือนจำแล้วอาการจะไม่ทุเลาดีขึ้น กรมราชทัณฑ์มีอำนาจที่จะส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอก เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิอันพึงมี ตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะเจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคนในเรือนจำ

ด้าน รังสิมันต์ โรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในประเด็นที่เป็นห่วงคือสิทธิของผู้ต้องขังในมิติต่าง ๆ โดยคณะกรรมาธิการได้มีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาในเรื่องการพัฒนาสิทธิผู้ต้องขัง ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมที่จะรับเรื่องนี้ และนำไปดำเนินการต่อ

รังสิมันต์ โรม ระบุว่าตนได้ติดตามเรื่องสุขภาพของเอกชัยมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว เป็นห่วงว่าถ้าหากเอกชัยไม่ได้รับการรักษาที่ดีเพียงพอ ก็ไม่อาจมีผลลัพธ์ที่ดีแน่ ๆ ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ด้วยกัน และในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรของประชาชน ก็พร้อมที่จะรับเรื่องนี้และดำเนินการอย่างเต็มที่ในกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ อีกทั้งระบุว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ สิทธิของเอกชัยตามที่นรเศรษฐ์ได้กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นไปตามกฎหมาย โดยไม่ได้ขอให้ปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่โดยมิชอบ แต่ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง