Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรมีประชุมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรคเสนอชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกรัฐมนตรี  ทั้งนี้ทางด้านพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชนได้เสนอชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนแคนดิเดตก่อนเปิดให้มีการลงมติ

อนุทินขาดคุณสมบัติ “ไม่ซื่อสัตย์สุจริต”

รังสิมันต์ โรม สส.พรรคปรชาชนกล่าวว่าการอภิปรายครั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เห็นว่าอนุทินนั้นมีความเหมาสะมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยยกประเด็นเรื่องวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการณ์ที่มีอนุทินเป็นนายกฯ ซึ่งเต็มไปด้วยการคอรัปชั่นอย่างมาก

รังสิมันต์อธิบายว่า ปัญหาน้ำมันเถื่อนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานและเป็นโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจะมีการนำเข้าน้ำมันประเทศต่างๆ อย่างผิดกฎหมายมาขายในไทย ซึ่งประเด็นน้ำมันนี้เกิดจากการทุจริตและเขามีข้อกังขาถึงความซื้อสัตย์สุจริตของอนุทิน ซึ่งต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตด้วย และอนุทินก็มีตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อบอกว่าน้ำมันพอแล้วน้ำมันหายไปได้อย่างไรหากไม่มีนโยบายที่ทำให้เกิดการทุจริต และเขาจะบอกว่าอนุทินขาดคุณสมบัติเรื่องซื่อสัตย์สุจริต

เขาเห็นว่าปัญหาเรื่องน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้เชื่อว่า รัฐบาลที่นำโดยอนุทิน รัฐบาลนี้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำมันแน่นอนแต่การที่มีวิฤติแบบนี้แสดงให้เห็นว่าเกิดการทุจริตเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลอนุทินที่เป็นรัฐบาลรักษาการณ์อยู่ ถ้าอนุทินยังเป็นนายกฯ ต่อไป อาจไม่มีคุณสมบัติในประเด็นซื่อสัตย์สุจริตพอ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 

ประเด็นต่อมาหลังจากผ่านการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีแค่การซื้อเสียงหรือโกงเลือกตั้ง แม้ว่าอาจจะสามารถชี้นิ้วว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ทำงานมีปัญหา แต่อนุทินเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถจัดเลือกตั้งอย่างสุจริตได้ 

ก่อนการเลือกตั้งมีการย้ายนายอำเภอ 250 ตำแหน่ง ไม่ใช่มาตรฐานที่ดีที่ฝ่ายบริหารจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นกลาง ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นทำแบบเดียวกันการย้ายตำหน่งเป็นเรื่องยอมรับได้เป็นมาตรฐานที่ดีแล้ว ซึ่งอนุทินซึ่งเป็นนายกฯและรมว.มหาดไทยทำก่อนเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้เพราะเป็นการโกงเลือกตั้ง และไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ด้วยเช่นกัน

อีกทั้งยังมีประเด็น ฮั้ว สว. ซึ่งเป็นองค์กรที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกและตรวจสอบองค์กรอิสระ แล้วการฮั้ว สว.ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการฮั้ว สว. สีน้ำเงินและอนุทินถูกกล่าวหาถึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งถือว่าอนุทินเป็นผู้ที่มีข้อกังขาถึงคุณสมบัติว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นการบ่อนทำลายการเลือก สว. ซึ่งทำให้ประชาชนเสียศรัทธา ทั้งที่อนุทินเป็นประมุขของฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย แต่จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายอย่างเดียวเช่นนั้นหรือ 

ทั้ง 3 ประเด็นนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า อนุทินขาดคุณสมบัติซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 จึงขอให้เพื่อสมาชิกพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจลงมติในวันนี้

วันนี้ต้องเร่งเลือกนายกฯ เพื่อไปแก้ปัญหาประชาชน

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ในระบบสภามายาวนานและดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด ซึ่งเมื่อมีการอภิปรายเกิดขึ้นก็ได้รับฟังแล้ว แต่การอภิปรายก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมซึ่งไม่อนุญาตให้ใส่ร้ายป้ายสีหรือมีการพูดเท็จตามข้อ 69 ดังนั้นแล้วตนก็จะไม่พูดให้เกิดความเสียหาย อีกทั้งตนก็ไม่สามารถไปกล่าวโทษใครดีใครเลวแต่กระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยมีกลไกเข้าสู่การเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็มีกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติจากหน่วยงานอย่าง กกต. ทั้งหมดแล้ว และผู้ที่เป็นแคนดิเดตก็ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองตรวจสอบคุณสมบัติความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากมีข้อสงสัยก็มีกระบวนการตั้งกระทู้ถาม ญัติติอภิปรายต่างๆ กระบวนการเหล่านั้นเป็นกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นหากมีข้อสงสัยว่าใครได้ประพฤติชอบด้วย แต่ในวันนี้เมื่อเป็นญัตติเลือกนายกฯ เพื่อไทยก็ได้ประชุม สส.ของพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีการบังคับใดๆ ว่าจะให้อนุทินเป็นนายกฯ เพราะวันนี้ผ่านการเลือกตั้งมาครั้งล่าสุดที่พรรคเพื่อไทยเข้าสู่การเลือกตั้งแล้วฟังเสียงของพี่น้องประชาชน 

อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับ 1 ซึ่งเป็นเสียงของประชาชนที่จะให้ประเทศเดินหน้าและให้อนุทินเป็นนายก พรรคเพื่อไทยก็ยอมรับในเรื่องนี้ เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเสียงของประชาชนก็เป็นเรื่องที่เราต้องรับฟัง และขอบคุณที่พรรคภูมิใจไทยส่งเทียบเชิญให้พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล 

นอกจากจำนวนเสียงที่ต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญแล้ว การที่จะนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยไปดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ ซึ่งได้รับการตอบรับจากพรรคภูมิใจไทยที่นำนโยบายของพรรคไปผสมรวมและจะนำมาแถลงต่อรัฐสภาเพื่อนำไปทำให้เกิดเป็นประโยชน์กับประชาชน วันนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะรีบเลือกนายกฯ เพื่อให้นายกฯใหม่จัดตั้งรัฐบาลเพื่อให้ได้รับการโปรดเกล้าและตั้งรัฐบาลเพื่อไปแก้ปัญหาให้ประชาชนที่มีตั้งปัญหาหนี้ ปากท้อง อีกทั้งยังมีปัญหาชายแดนไทย ไปจนถึงปัญหาสงครามในตะวันออกกลางที่มีผลกระทบมาถึงเป็นวิกฤติน้ำมัน 

ความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่ง วันนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะเร่งดำเนินการเลือกนายกฯ เพื่อให้สุดท้ายได้รัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มมาแก้ปัญหาให้ประชาชนในทุกมิติ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าหากกระบวนการครบถ้วนและได้เข้าร่วมรัฐบาลสามารถดำเนินการในฐานะ ครม.ได้ เรายืนยันว่าจะนำปัญหาของประชาชนไปแก้ไข 

ฝากสภาแห่งนี้ในการนำเสนอความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อให้เกิดการแก้ไข และแน่นอนว่าในฐานะ สส.และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในฐานะ สส. ไม่ว่าฝากฝั่งใด ภาระหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐไม่ได้แตกต่างกัน หากมีอะไรผิดพลาดหรือมีการทุจริตคอรัปชั่นเชื่อว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้ง 74 คนจะไม่อยู่นิ่งเฉย แน่นอนว่าหากมีปัญหาของประชาชน ความเป้นอยู่ความปลอดภัย ความมั่นคง เศรษฐกิจปากท้องก็พร้อมเป็นเสียงสะท้อนต่อรัฐบาลเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พรรคเพื่อไทยจึงสนับสนุนเลือกอนุทินเป็นผู้เหมาะสมเป็นนายกฯ 

แคนดิเดตมีคดีทั้งคู่

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่าที่ไม่สามารถสนับสนุนเลือกอนุทินเป็นนายกฯ ได้เพราะประเด็นคดีฮั้ว สว. คดีนี้มีความร้ายแรงพอที่จะทำลายระบอบประชาธิปไตย เนื่องจาก สว.ที่ไม่เป็นกลางทางการเมืองหรือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองแล้ว สซที่มีหน้าที่สรรหาองค์กรอิสระจะทำให้องค์กรนั้นไม่เที่ยงธรรมและไม่เป็นกลาง 

อนุทินยังเป็นผู้ถูกกล่าวหาของ กกต.และถูกส่งต่อให้อนุกรรมการพิจารณาโดยมีความเห็นว่าผู้ที่ถูกกล่าวหารวมถึงอนุทินได้ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาของ สว. เมื่อสืบสวนเสร็จก็จะถูกส่งต่อให้อนุกรรมการวินิจฉัยที่มีอยู่ 35 ชุดอยู่แล้ว แต่ กกต.ก็ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาใหม่เป็นชุดที่ 36 มาพิจารณาเรื่องนี้ทำให้ต่อมามีการฟ้องว่า กกต.ตั้งอนุกรรมการมาโดยไม่ชอบ แต่โดยสรุปคืออนุทินยังอยู่ในสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา แม้ว่าอนุกรรมการชุดที่ 36 จะมีความเห็นให้ยกคำร้องเรื่องนี้แต่ผู้ตัดสินสุดท้ายก็ยังอยู่กับ กกต. ที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา

นอกจากนั้นยังอยู่ในการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ แม้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 8 คนนี้การดำเนินการต้องสอบสวนทั้งหมดโดยตัดทอนสืบสวนเฉพาะคนไม่ได้ซึ่งมีกลุ่มคณะกรรมการของ ทำให้ไม่สามารถเห็นชอบให้คนที่ยังมีคดีค้างอยู่เป็นนายกฯ ได้เพราะเป็นการบั่นทอนศรัทธาของประชาชนที่พึ่งมีและเป็นการรบกวนการบริหารแผ่นดินอีกทั้งยังทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเราไม่สามารถหาบุคคลอื่นได้

ส่วนที่ไม่สามารถเห็นชอบณัฐพงษ์ได้ก็เพราะเรื่องเดียวกันเพราะมีคดีอยู่ในศาลจึงไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้เหมือนกัน ดังนั้นการงดออกเสียงจึงไม่ใช่การรอร่วมรัฐบาล เขาเองทำงานเป็นฝ่ายค้านมานานที่สุดในสภาแล้วไม่มีประวัติรอร่วมรัฐบาล จะทำหน้าที่ตรวจสอบจริง แต่เรื่องที่เสียดายที่สุดผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อวันนี้ยังมีคดีค้างอยู่ในศาลทั้งที่พรรคการเมืองทั้งสองพรรคที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ มายังมีคนที่ไม่มีปัญหาคดีค้างอยู่ เช่น ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ซึ่งเป็น สส.อยู่ด้วย

ขออนุทินอย่าลืมเพื่อน “ธรรมนัส” 

อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรมกล่าวว่าเขามีความไม่สบายใจที่เมื่อวานศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องในประเด็นปัญหาบัตรเลือกตั้ง แล้วอนาคตหากมีความเห็นที่เป็นลบออกมาการลงมติวันนี้จะชอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

อย่างไรก็ตามในวันนี้ที่มีวิกฤติสงครามที่กระทบกับไทย จึงเป็นหน้าที่ของ สส. ที่จะมาร่วมพิจารณาเลือกนายกฯ ให้มีอำนาจเต็มเข้ามาแก้ปัญหา 

“หากไม่ได้มีสถานการณ์เร่งด่วน วันนี้ผมและพรรคกล้าธรรมอาจมีการตีรวนหรือว่ามีการป่วนแบบวันที่ผมโดนว่าในสื่อโซเชียลแบบครั้งที่แล้ว แต่ผมยืนยันว่าผมไม่ได้ป่วนเพราะในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่แล้วผมอยากจะให้ทุกอย่างสมบูรณ์ แต่วันนี้ประเทศไทยต้องการคนทำงานเก่งทำงานดีทำงานเร็วไปแก้ไข จึงไม่คิดที่จะขัดขวางกระบวนการ” 

อีกเรื่องที่กังวลจากการที่เคยทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของอนุทินในฐานะ รมว.กระทรวงการกีฬาและการท่องเที่ยว ซึ่งมีเรื่องที่ดำเนินการได้เร็วอย่างการเปิดให้มีการปรับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่รู้ว่าวันนี้เนื่องจากปัญหาเยอะจนทำให้ลืมไป เช่น เมื่อมีการตั้ง ศบก. ขึ้นมาบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้ลืมภาคการท่องเที่ยวไปหรือไม่ เพราะมีการตั้งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวเข้าไป หรือเรื่องที่เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้ประชาชนรวย เพราะวันนี้เสียงจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันส่งมาในทิศทางตรงกันข้าม รวมถึงลืมเพื่อนอย่างธรรมนัส พรหมเผ่าที่ร่วมสู้มาด้วยกันหรือไม่ วันนี้จึงไม่สามารถโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ ได้จึงจะใช้สิทธิในการงดออกเสียง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง