จากการสูญเสียสีดอหูพับจากการเคลื่อนย้ายช้างป่าให้พ้นพื้นที่ ชุมชน เพราะมีข้อเท็จจริงอยู่ว่าสีดอหูพับมารุกรานพื้นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพของคน นํามาซึ่งการสั่งเคลื่อนย้ายจนกลายเป็นโศกนาฎกรรมที่สะเทือนใจของคนไทยจํานวนมาก หากมองกันดีๆ จะเห็นมิติที่ทับซ้อนว่า “คนรุกช้าง หรือช้างรุกคน” ซึ่งหลายกรณีเป็นที่ถกเถียงว่าคนขยายพื้นที่เข้าไปในป่า หรือช้าง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจนมารุกที่คน ซึ่งคําถามเหล่านี้จําเป็นต้องไล่รุกไป หาต้นเหตุของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะต้องสืบค้นกันไป
ข้ามมาที่ฝั่งตะวันออกของประเทศไทยกําลังมีโครงการอ่างเก็บนํ้า คลองวังโตนด อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เป็นอ่างเก็บนํ้าที่มีความจุ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกําหนดให้เป็นแหล่งนํ้าสํารองเพื่อการอุปโภค บริโภคและภาคอุตสาหกรรมประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าคลองวังโตนดเป็นพื้นที่ประสบปัญหา ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า (Human-Elephant Conflict: HEC) จากข้อมูลปี 2568 พบว่า ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์มากกว่า 610 ครั้ง ทําลายพืชผล 43 ครั้ง ทําลายทรัพย์สิน 4 ครั้ง คนบาดเจ็บ 1 ราย และเสีย ชีวิต 2 ราย
หากมีการก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าโครงการคลองวังโตนดจะทําให้นํ้าท่วมพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จํานวน 7,503 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง จํานวน 7,097 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ ช้างป่า กระทิง ช้างป่า นก เก้ง ฯลฯ และพบร่องรอยการใช้ประโยชน์พื้นที่ทั้งเป็นแหล่งอาหารและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่สําคัญ โดยเฉพาะช้างป่า ซึ่งพบเห็นได้จากรอยตีน กองมูล การคุ้ยเขี่ย และการหักกินพืชอาหารที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ในบริเวณที่มีการกระจายตัวของต้นกะพ้อและต้นระกํา ซึ่งเป็นพืชอาหารที่สําคัญของช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น แน่นอนว่าจะเกิดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับช้างป่าและสัตว์ป่าอีกหลากหลายชนิดอย่างมากแบ่งได้ดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ข้อมูลจากกรมอุทยานฯ พบช้างป่ากว่า 70 ตัว ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาศัยและเส้นทางเคลื่อนที่ และแน่นอนเมื่อถิ่นที่อยู่อาศัยหายไป ช้างป่าต้องหาพื้นที่ใหม่ในการอยู่อาศัยและเส้นทางหากิน ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่ามากยิ่งขึ้น
2. สูญเสียพืชอาหารตามฤดูกาลช้าง จากการสํารวจของกรมอุทยานฯ ยังพบพบสังคมพืชกะพ้อผืนใหญ่ผืนสุดท้ายของประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสําคัญในฐานะแหล่งอาหารช้างป่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีพืชอาหารของช้างป่าอย่างน้อย 182 ชนิด หากมีสมมุติฐานที่ว่าช้างป่าออกจากป่าอนุรักษ์เพราะแหล่งอาหารในป่าเสื่อมโทรม การทําลายสังคมพืชป่าครั้งนี้จะเป็นการซํ้าเติมให้สถานการณ์หนักหน่วงยิ่งขึ้นหรือไม่
3. เปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินของช้าง หากมีการก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าคลองวังโตนด ช้างป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 70 ตัว และประชากรช้างป่าจากเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ยังใช้เป็นเส้นทางเดินอีกกว่า 300 ตัว ดังนั้นการสูญเสียพื้นที่ทําให้ช้างป่าต้องเปลี่ยนเส้นทางเดิน แล้วช้างป่าจะเดินไปทางใด?
4. การสูญเสียระบบความทรงจําของช้างป่า ช้างอาวุโสเปรียบเสมือน "คลังความรู ้" ที่ถ่ายทอดเส้นทางอพยพและทักษะการเอาตัวรอดสู่รุ่นหลัง แต่การสูญเสียช้างสูงอายุ และการที่มนุษย์รุกลํ้าทําลายเส้นทางเดิม ทําให้แผนที่ในความจําของช้างถูกตัดขาด ช้างรุ่น ใหม่ที่ขาดผู้นําทางจึงต้องปรับตัวและหลงเข้าหากินในพื้นที่เกษตรกรรม จนเกิดความขัดแย้ง การรักษาเส้นทางเชื่อมต่อทางนิเวศจึงสําคัญต่อการประคองภูมิปัญญาและการอยู่รอดของช้าง
5. การปรับตัวของช้างอย่างเร่งด่วนต่อถิ่นที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป คือการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการหาอาหารในป่ามาออกหากินในพื้นที่ เกษตรกรรม เนื่องจากป่าราบซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมลดลง ทําให้ช้างเรียนรูที่จะหาอาหารที่รสชาติดีและหาง่ายในเขตชุมชน
เหตุการณ์ของสีดอหูพับที่มนุษย์กําลังแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งจนถึงเวลานี้ยังสรุปไม่ได้ว่า คนรุกช้างหรือช้างรุกคน แต่สังคมไทยของเรากําลังจะเดินทางไปในเส้นทางที่ไม่เคยที่จะจดจําบทเรียน และอาจจะก่อความขัดแย้งครั้งใหม่ภายใต้การพัฒนาที่ชื่อว่า โครงการอ่างเก็บนํ้าเขื่อนวังโตนด
