Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติด่วนจาก สส. 4 พรรคการเมือง เร่งแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดอภิปราย 53 คน สะท้อนวิกฤตกระทบสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ก่อนรวบรวมข้อเสนอส่งฝ่ายบริหารดำเนินการ

1 เมษายน 2569 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จาก 4 พรรคการเมือง เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เสนอให้กำหนดมาตรการเร่งด่วนและนโยบายจัดการฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ นายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอให้เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย เสนอให้ศึกษาแนวทางบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายเสนอญัตติว่า รัฐบาลละเลยการแก้ปัญหาให้กับประชาชน และละเลยข้อเสนอของสภาฯ รวมถึงละเลยการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าข่ายเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน ดังนั้น ควรเร่งประกาศให้ 9 จังหวัดภาคเหนือเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อให้มีงบประมาณเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องมลพิษข้ามแดน ต้องใช้การเจรจาระหว่างประเทศ ให้แจ้งไปยังศูนย์ภัยพิบัติอาเซียน ขอความช่วยเหลือประเทศอาเซียนมาจัดการปัญหา

นอกจากนี้ ขอให้ตัวแทน ครม. ระบุว่า จะดำเนินการอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ....ที่ตกไป หากรัฐบาลไม่หยิบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขึ้นมาพิจารณาภายในวันที่ 13 พ.ค. ขอเรียกร้องให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี

โฆษณา - Advertising

ด้านนายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติตอนหนึ่งว่า ขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้ท้องถิ่น เพื่อให้มีทรัพยากรที่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา นอกจากนั้น ในมาตรการแก้ปัญหาระยะกลาง ต้องให้ท้องถิ่นสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ห้องปลอดฝุ่น รวมถึงทำให้สังคมมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลในแต่ละพื้นที่ ลดการเผา ส่วนมาตรการระยะยาว ต้องใช้กลไกทางการทูต เพื่อแกัปัญหาร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ ที่จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อการจัดการทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ว่า ต้องบูรณาการการทำงานทุกกระทรวง ไม่ใช่ใช้การแก้ไขโดยมิติการเมือง กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

นอกจากนั้น ในการป้องกันต้องเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร ไม่ให้กำจัดขยะด้วยวิธีการเผา แต่ต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น นโยบายการคืนเงินอุดหนุนการตัดอ้อยสด ให้สินเชื่อ 0% หรือการมีกลไกที่จะทำให้การใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยว ที่สามารถการันตีได้ว่าการใช้เครื่องมือนั้นเป็นประโยชน์ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ด้าน นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวย้ำว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นปัญหาระดับโลก โดยประมาณสองในสามของฝุ่นเกิดจากประเทศเพื่อนบ้าน และอีกหนึ่งในสามเกิดขึ้นภายในประเทศ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งในและระหว่างประเทศในการแก้ไข

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ในพื้นที่ของตนมีไฟป่ามาโดยตลอด ก่อนที่เราจะมีวิกฤติ PM 2.5 การอภิปรายของตนจะเน้นไปที่เสียงสะท้อนจากประชาชนที่อยู่หน้างาน ทุกท่านคงจะได้รับข้อมูลมาว่าไฟป่าเกิดจากใบไม้เสียดสีกัน แต่เจ้าหน้าที่ได้บอกกับตนว่าลองเข้าป่าไปดูสิจะได้รู้ว่าสาเหตุเป็นแบบนั้นหรือไม่

นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ต้นเหตุของการเกิดไฟป่า 99% ของบ้านเราคือเกิดจากคนจุด ไม่มีทางที่เราจะไปเฝ้าป่าทั้งหมดได้ แต่หากจะทำก็ทำได้ แต่ปีนี้เราไม่มีงบประมาณในการจ้างคนเฝ้าป่า จะให้กำนันผู้ใหญ่บ้านไปทำ เขาก็มีงานราษฎร์งานหลวงก็ทำไม่ได้

นายณัฐพล ได้ไล่เรียงกระบวนการดับไฟป่า พร้อมกล่าวว่า ปัญหาคือไม่มีโดรนบินดับจับความร้อน ยิ่งดับช้าเท่าไหร่ก็กลายเป็นฝุ่นกลางอากาศ นอกจากนี้ อุปกรณ์ดับไฟเจ้าหน้าที่ยังไม่มีเงินจะซื้อ ต้องขอจากวัด ขอจาก สส. แม้แต่รองเท้าใส่เหยียบไฟที่ไหม้แล้ว 2 วันก็พังแล้ว

การณิก จันทดา สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน กำลังเผชิญกับวิกฤตมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับอันตรายอย่างต่อเนื่องยาวนานเกิน 1 สัปดาห์

สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมชั่วคราว แต่ได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็น “ภัยพิบัติทางสาธารณสุข” ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การสะสมของมลพิษในร่างกายจากการสูดดมอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง รวมถึงภาวะเลือดกำเดาไหล โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ยังมีความเสี่ยงในระดับที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และสมอง

นอกจากนี้ สถานการณ์ที่ยืดเยื้อยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสาธารณสุข จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเข้าใกล้ภาวะเกินขีดความสามารถในการรองรับ (Healthcare Overload) ซึ่งอาจนำไปสู่การลดลงของประสิทธิภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลโดยรวม ในอีกด้านหนึ่ง ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และความจำเป็นในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น เช่น หน้ากากอนามัย และเครื่องฟอกอากาศ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว

การณิกชี้ว่า คำถามสำคัญคือ เหตุใด “อากาศสะอาด” ซึ่งควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน จึงกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง

"ความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะต่อสุขภาพของเด็กและกลุ่มเปราะบางในวันนี้ อาจเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ และหากยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบและทันท่วงที วิกฤตครั้งนี้อาจกลายเป็นรอยแผลระยะยาวของระบบสาธารณสุขไทย" การณิก กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายเพิ่มเติม โดยมีผู้ลงชื่ออภิปรายรวม 53 คน กำหนดเวลาอภิปรายคนละไม่เกิน 7 นาที ก่อนรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดส่งต่อไปยังฝ่ายบริหาร เพื่อดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


ที่มาเรียบเรียงจาก: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา | สำนักข่าวอินโฟเควสต์ | ข่าวสด


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising