Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เทศบาลเมืองเสาธงหิน จ.นนทบุรี โชว์แนวทางการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ติดบ้านติดเตียง และการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุติดสังคมแบบองค์รวม Holistic Care พร้อมใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจและงบ LTC ขยายจำนวน care giver ครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ได้เกือบ 90 คน

สปสช.แจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ทพ.อรรถพร  ลิ้มปัญญาเลิศ  รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย ดร.ประพจน์ บุญมี ผู้อำนวยการกลุ่ม สปสช.เขต 4  สระบุรี ลงพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 1 เทศบาลเมืองเสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 เพื่อเยี่ยมชม “ต้นแบบขับเคลื่อนการจ้างงาน แคร์กิฟเวอร์ (CG) ดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน” ของเทศบาลเมืองเสาธงหิน จ.นนทบุรี โดยมีนายชนินทร์ ธรรมชูเชาวรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองเสาธงหิน และผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

นายชนินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2560 เทศบาลเมืองเสาธงหินมีโครงการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม มีกิจกรรมเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ มีสมาชิกซึ่งเป็นจิตอาสา ทำหน้าที่คล้าย care giver ลงไปเยี่ยมผู้ป่วยเตียงในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเสาธงหิน ซึ่งแรกเริ่มมีประมาณ 80 คน และหลังจากที่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการจ้าง care giver ก็ได้นำจิตอาสาเหล่านี้ไปอบรมจนผ่านเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข จนปัจจุบันมี care giver รวมทั้งหมด 20 คน ทำหน้าที่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงอย่างถูกลักษณะและฟื้นฟูผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง กำลังใจของผู้ป่วยเองก็ดีขึ้น

“เดิมทีเรามีโครงการจิตอาสาที่เหมือนกับ care giver ตรงนั้นเราใช้งบ สปสช. โดยมีค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 500 บาทเท่านั้นเอง แต่ของ caregiver ที่ให้ค่าตอบแทนเดือนละ 5,000 บาท เราก็นำจิตอาสาที่เคยมีอยู่ไปอบรมกับกระทรวงสาธารณสุข หลังจากผ่านการอบรมแล้วก็จะได้ค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ของ สปสช. ทำให้เราหา care giver ไม่ยากเพราะเดิมทีเขาเป็นจิตอาสาที่ทำกับเราอยู่แล้ว” กล่าว

โฆษณา - Advertising

ด้าน น.ส.พัชร์ลิตา กัมพลบวรวัฒน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ศูนย์บริการสาธารณสุข 1 เทศบาลเมืองเสาธงหิน กล่าวว่า การดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ติดบ้านติดเตียง และการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุติดสังคม แบบองค์รวม (Holistic Care) ของเทศบาลเมืองเสาธงหิน เริ่มในปี 2557 ที่มีการจัดตั้งศูนย์บริการสาธารณสุขและเริ่มลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน โดยมีทีมบุคลากรสาธารณสุข  ให้บริการเชิงรุกถึงบ้าน (Home Health Care) ได้แก่ เปลี่ยนสายให้อาหาร ดูแลสายสวนปัสสาวะ เจาะเลือด ทำแผล ฯลฯ จากนั้นในปี 2560 เริ่มดำเนินการในเรื่องการส่งเสริมป้องกัน โดยมีการเปิดโครงการ “โรงเรียนดอกลำดวนบาน” เพื่อดูแลให้ความรู้แก่กลุ่มติดสังคม

ในปี 2566 มีการสนับสนุนทรัพยากรด้วยโครงการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ครอบคลุมทุกสิทธิ และปี 2567 มีการขับเคลื่อนระบบ Long Term Care (LTC) ในกลุ่มผู้ติดบ้าน ติดเตียงโดยการสนับสนุนจาก สปสช. เป็นปีแรกที่มีการจัดระบบการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม ในปีแรกมีการจ้าง care giver จำนวน 6 คน ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง จํานวน 19 ราย และมีการขยายจำนวนจนในปัจจุบันมี care giver ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุข 1 เทศบาลเมืองเสาธงหิน จำนวน 20 คน แบ่งเป็น care giver ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน LTC 14 ราย ดูแลผู้ป่วย 80 คน และ care giver จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 6 คน ดูแลผู้ป่วยอีก 7 ราย

น.ส.พัชร์ลิตา กล่าวถึงผลลัพธ์ของการดูแลแบบองค์รวมว่า ในส่วนของผู้ป่วยนั้นสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง และคงศักยภาพการดูแลตัวเองได้ ขณะที่ในส่วนของครอบครัวผู้ป่วยก็ได้รับการปลดล็อค ลดความเหนื่อยล้าในการดูแลผู้ป่วยและภาระทางการเงิน และสุดท้ายคือเป็นการลดภาระของระบบสาธารณสุขเพราะการดูแลที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอัตราการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า พื้นที่เทศบาลเมืองเสาธงหินมีความโดดเด่นด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน สะท้อนวิสัยทัศน์ของนายกเทศมนตรีที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การส่งเสริมการออกกำลังกายผ่านศูนย์กีฬา ไปจนถึงการพัฒนาระบบ Care Giver โดยเฉพาะเมื่อได้รับงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้สามารถขยายจำนวน Care Giver ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้อย่างทั่วถึง

“บอร์ด สปสช. มีนโยบายดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง พร้อมจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา สปสช. ได้รับงบกระตุ้นเศรษฐกิจ จำนวน 1,150 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการจ้าง Care Giver ซึ่งอาจเป็นญาติหรือคนในชุมชนให้มีรายได้ประจำ ช่วยกระจายการจ้างงานในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยให้มีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวอีกว่า จำนวน care giver ที่ สปสช. ตั้งเป้าในการจ้างอยู่ที่ 15,000 คน หลังจากดำเนินการมาจนถึงปัจจุบันยังพอจะมีช่องว่างให้สมัครได้อีกประมาณ 5,000 คน

ทั้งนี้ คณะฯ ยังลงพื้นที่หมู่บ้านเกล้ารัตนาใน ต.เสาธงหิน เพื่อเยี่ยมบ้านนายบุญรัตน์ จันทร์ส่ง อายุ 68 ปี ผู้ป่วยติดเตียงที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องนอนเตียงมานานกว่า 20 ปี ซึ่งหลังจากที่มีโครงการจ้างงาน care giver จากงบประตุ้นเศรษฐกิจ ทางทีมงานของศูนย์บริการสาธารณสุข 1 เทศบาลเมืองเสาธง ได้ชักชวนให้ภรรยาของนายบุญรัตน์ เข้ารับการอบรมและจ้างงานเป็น care giver นอกจากช่วยให้มีศักยภาพในการดูแลได้อย่างถูกต้องมากขึ้นแล้ว ยังมีรายได้จากค่าตอบแทนอีกทางหนึ่งด้วย

นางสำเนียง จันทร์ส่ง ภรรยาของนายบุญรัตน์ และเป็น care giver ที่ได้รับการจ้างงานในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่สามีประสบอุบัติเหตุ ก็ได้รับการฝึกสอนจากแพทย์และนักกายภาพบำบัดในการดูแลผู้ป่วย การฟื้นฟู การดูแลเรื่องาหาร การรักษาความสะอาด ฯลฯ ซึ่งหลังจากที่มีโครงการกระตุ้นเศรษกิจ ทางศูนย์บริการสาธารณสุข 1  เทศบาลเมืองเสาธง เห็นว่าตนมีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยอยู่แล้ว จึงแนะนำให้สมัครและเข้ารับการอบรมจนกลายเป็น care giver ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะการเป็น care giver ยังได้ค่าตอบแทน สามารถนำรายได้ส่วนนี้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยและครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง

น.ส.ภาวดี ศรีวิมลพาณิชย์ หนึ่งใน care giver ของศูนย์บริการสาธารณสุข 1  เทศบาลเมืองเสาธง กล่าวว่า ต.เสาธงหิน มีทั้งหมด 8 หมู่ care giver จะแบ่งโซนว่าใครรับผิดชอบหมู่ไหน และแบ่งเคสคนไข้ 4-6 คนต่อ care giver 1 คน และมีการเยี่ยมบ้านตามโปรแกรมที่กำหนด ก่อนเข้ารับการอบรม ตนมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยอยู่แล้ว แต่ยังขาดความรู้ด้านวิธีการดูแลที่ถูกต้อง กระทั่งได้ผ่านการอบรมจึงทำให้เข้าใจแนวทางการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสมมากขึ้น สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนตั้งใจมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยจะทำงานร่วมกับเพื่อนคู่บัดดี้ เพื่อช่วยกันดูแลในกิจกรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือ เช่น การทำแผล ขณะเดียวกัน การมี Care Giver รุ่นใหม่จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังช่วยเพิ่มกำลังในการดูแลผู้ป่วย ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทั่วถึงมากขึ้น และดูแลได้อย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับสภาพอาการของผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างเหมาะสม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising