Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'อนุทิน' แถลงหลังประชุม ครม. นัดพิเศษ เตรียมออกมาตรการลดค่าครองชีพ และราคาพลังงาน-ค่าไฟฟ้า พร้อมจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยราคาถูกให้ผู้ประกอบการ-เกษตรกร ประเมินวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ แม้การสู้รบตะวันออกกลางยุติ รับดำเนินการอย่างเร็วที่สุดหลังแถลงนโยบาย

 

6 เม.ย. 2569 ยูทูบ “matichon tv” ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (6 เม.ย.) เมื่อเวลา 21.52 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ และเป็นนัดแรกหลังจาก ครม.มีอำนาจบริหารแผ่นดินโดยสมบูรณ์ โดยระบุว่าวันนี้ทาง ครม. ตั้งใจมาแถลงถึงมาตรการความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง และมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้ มีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อทั่วทั้งโลก และในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งไทยนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยคิดเป็นร้อยละ 50 ของทั้งหมด 

โฆษณา - Advertising

อนุทิน กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่มีสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน เป็นต้นมา การสู้รบได้ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการทำลายโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค อย่างไรก็ดี แม้ว่าการสู้รบจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคนี้ ยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู เพื่อจะทำให้กลับมาปกติอีกครั้ง ราคาของพลังงานและความขาดแคลนพลังงานน้ำมันและปิโตรเคมี จะยังคงขาดแคลนอีกสักระยะหนึ่ง 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงที่ต้องกราบเรียนต่อประชาชน ก็คือ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางในการนำเข้าน้ำมัน เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ จากแหล่งอื่นๆ แต่ปริมาณของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าจากตะวันออกกลางที่หายไป ทำให้มีความยากลำบากมากขึ้นในการหาพลังงานจากแหล่งอื่นมาทดแทน 

"รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ผมและรัฐมนตรีชุดใหม่ทุกคน ขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหา หาทางช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ไปได้ด้วยกันให้ได้ 

"ขอให้พี่น้องประชาชนให้ความมั่นใจต่อรัฐบาลชุดนี้ว่าพวกเราจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชน และทำงานเพื่อพวกท่าน เพราะเรามาจากพวกท่าน" นายกฯ กล่าว 

อนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ ช่วยเหลือ ลดผลกระทบให้แก่ประชาชนเป็นลำดับแรก

ประการต่อมา รัฐบาลจะปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด

รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทย จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SME) ซึ่งจะได้สื่อสารในรายละเอียดต่อไป และเราจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ประมาณ 2-3 วัน หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในสัปดาห์นี้

หลังจากนั้น ทางนายกฯ ได้ขอให้ประชาชนมีความสามัคคีและให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน 

"เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก เรายอมรับความจริง และเราจะร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีและความร่วมมือของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญทึ่สุดในยามนี้ หวังว่าประชาชนชาวไทยทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมั่นคง" อนุทิน กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการประชุม ครม.วันนี้ และได้มีการแจ้งรัฐมนตรีได้รับทราบถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน และเรื่องที่สืบเนื่องมาจากการบริหารราชการแผ่นดินในรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลชุดนี้จะต้องสนับสนุนต่อไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ และประชาชน 

อนุทิน กล่าวเน้นย้ำว่า ช่วงนี้ราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจะมีราคาแพง แต่รัฐบาลจะพยายามบริหารสถานการณ์ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด และเราขอย้ำว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ จะได้แถลงให้กับประชาชนได้รับทราบในเวลาไม่นานหลังจากนี้  

ต่อประเด็นที่สื่อถามถึงเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้นั้น อนุทิน เผยว่า หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง ประเมินว่ามีความจำเป็น ทางนายกฯ พร้อมจะรับผิดชอบ ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. เพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชน 

'วีระยุทธ' พรรค ปชน. เสนอ 4 มาตรการ ช่วยเหลือประชาชน

ในวันเดียวกัน ทีมสื่อพรรคประชาชน รายงานว่า วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาว่า ​​แม้นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุม ครม. นัดพิเศษหลังเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ส่งสัญญาณเริ่มต้นนับหนึ่งการทำงานทันที แต่ยังไม่มีการกล่าวถึงมาตรการ หรือการเตรียมการช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ซึ่งหลายเรื่องทำให้ประชาชนเกิดความลังเลว่าจะกลับภูมิลำเนาดีหรือไม่ หรือทางด้านผู้ประกอบการยังกังวลว่าจะประคองธุรกิจอย่างไร 

วีระยุทธ มองว่า ขณะนี้ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลประกาศมาตรการที่ชัดเจนว่าจะช่วยเหลือประชาชน และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการจากวิกฤตพลังงานอย่างไร โดยได้เสนอ 4 เรื่องสำคัญที่ประชาชนอยากได้ความชัดเจนจากรัฐบาลเพื่อวางแผนชีวิตในช่วงเทศกาลสำคัญ ดังนี้

1. ประกาศอุดหนุนขนส่งสาธารณะ "เส้นเลือดฝอย" ทั่วประเทศ

สส.พรรคประชาชน ชี้ว่า การพุ่งทะยานของราคาน้ำมันทำให้ประชาชนตัดสินใจไม่เดินทางไกล แต่คนจำนวนมากย่อมอยากกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงสงกรานต์ โดยช่องทางสำคัญที่ใช้สัญจรจำนวนมาก คือ สถานีขนส่งสาธารณะจากหมอชิต และสถานีขนส่งต่างๆ ไปยังตัวจังหวัด ก่อนจะใช้รถมินิบัสและรถตู้ที่เป็นเสมือน "เส้นเลือดฝอย" ต่อไปยังอำเภอและตำบลบ้านเกิด

คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกประกาศตรึงราคาเฉพาะรถทัวร์และรถร่วมบริการใหญ่ไว้ (จนกระทั่ง 20 เม.ย. 2569) แต่กำหนดอัตราค่าโดยสารตายตัวสำหรับรถตู้และรถมินิบัส 3,000 คัน เริ่มใช้ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ โดยเป็นอัตราที่ตั้งอยู่บนฐานราคาน้ำมันดีเซลก่อนหน้านี้ที่ 38.99 บาทต่อลิตร  ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ต้นทุนของรถตู้และรถมินิบัสเปลี่ยนมาสูงขึ้นเป็นกว่า 50 บาทต่อลิตร จึงเกิดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะลดปริมาณเที่ยวรถโดยสารหรือหยุดให้บริการในบางเส้นทาง แต่ถ้ารัฐบาลปล่อยให้ผู้ประกอบการปรับค่ารถแบบ "ลอยตัว" ก็จะยิ่งซ้ำเติมเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชนอีก

พรรคประชาชน เสนอว่า รัฐบาลสามารถเลือกทางออกที่ไม่ใช่การตรึงราคาหรือลอยตัว แต่ "อุดหนุนรายหัว" แทน โดยคำนวณหาอัตราเงินอุดหนุนจากฐานเส้นทาง จำนวนวัน และจำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง ซึ่งจะทำให้ไม่เสี่ยงเกิดการกักตุนอย่างที่ผ่านมา ทั้งยังช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะแทนรถส่วนตัว

2. อัปเดตข้อมูลน้ำมันให้ครบ เพิ่มความมั่นใจให้คนขับ

วีระยุทธ เสนอให้รัฐบาลต้องจริงจังกับการจัดการข้อมูลหน้าปั๊มบนเว็บไซต์ 'Fuel Now' มากกว่านี้  เนื่องจากจำนวนปั๊มน้ำมันทั่วประเทศไทยมีประมาณ 25,000 ปั๊ม แต่เพจเฟซบุ๊ก "Fuel Now" ล่าสุด กลับมีจำนวนปั๊มที่รายงานข้อมูลน้ำมันมีอยู่ประมาณ 7,200 ปั๊มเท่านั้น ไม่ถึง 1 ใน 3 ของปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนที่ต้องเดินทางไกลวางแผนลำบาก ขาดความมั่นใจในการเดินทาง

3. ตั้งจุดซื้อขายสินค้าท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

วีระยุทธ เสนอว่า รัฐบาลสามารถใช้เทศกาลสงกรานต์ยังเป็นโอกาสสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียน การจับจ่ายใช้สอยท้องถิ่นได้ โดยเสนอให้จัดเตรียม "จุดซื้อขายของฝาก" จากเกษตรกรในแต่ละจังหวัด เพื่อระบายผลผลิตที่ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกินหรือราคาตกต่ำ ประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดต่างๆ ทั้งสำหรับขาจากเมืองไปบ้าน (เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง) และขากลับจากบ้านกลับมาเมือง (เช่น สินค้าท้องถิ่น) โดยควรจัดจุดรับและจุดซื้อที่สะดวกทั้งสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวและผู้เดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ

4. ช่วยชาวนา ชาวประมง ขนส่ง พลาสติก ทันที

ส่วนกรณีที่เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แจ้งว่าจะมีการประชุม ครม. ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ เพื่อออกมาตรการพุ่งเป้าเยียวยาไปที่กลุ่มเปราะบางนั้น วีระยุทธ แสดงความเห็นว่ายังมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องเลี้ยงชีพรายวัน รัฐบาลจึงไม่ควรต้องรอถึงวันที่ 11 เม.ย.นี้ แต่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพุ่งเป้าไปยังกลุ่มสำคัญอย่างน้อย 4 กลุ่มได้เลย คือ ชาวนา ชาวประมง กลุ่มขนส่ง และกลุ่มที่เผชิญภาวะขาดแคลนพลาสติก เพราะวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายภาคส่วน เช่น ชาวประมงพาณิชย์กว่า 9,000 ลำ ชาวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครอบครัว 

เขาเสนอให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาให้ชาวประมงเพิ่มเติม ในขณะที่ภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่ผลิตมาจากน้ำมันดิบก็เริ่มรุนแรงขึ้น กระทบโดยตรงกับพนักงานและผู้ประกอบการโรงงานพลาสติกกว่า 2,500 แห่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านปริมาณและราคาต้นทุนโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นจะส่งผลลามเป็นลูกโซ่ไปยังสินค้าอื่นๆ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising