วานนี้ (19 ก.ค.) 'อนุทิน' เยือนสำนักงานซีพีในจีน ยกให้เป็นความภาคภูมิใจในฐานะนักลงทุนต่างชาติรายแรกของจีน และเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน เน้นลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ - วันนี้ (20 ก.ค.) วันสุดท้ายก่อนกลับไทย หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ส่งเสริมความร่วมมือสองรัฐสภา สานต่อมิตรภาพไทย–จีนปีที่ 51 - หารือเต็มคณะกับ 'หลี่เฉียง' นายกรัฐมนตรีจีน หวังมุ่งยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุม 5 ประเด็นหลัก ทั้งการค้าการลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟความเร็วสูง ความมั่นคงผ่านกลไก 2+2 เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง AI และนิวเคลียร์ และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมลงนาม MoU 15 ฉบับ และหารือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยจีนสนับสนุนกลไกทวิภาคี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะ เยี่ยมชมสำนักงาน CP Center กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 | ภาพจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง และได้เยี่ยมชมสำนักงาน CP Center โดยได้พบหารือกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทและบริษัทในเครือ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับคณะผู้บริหารบริษัท CP โดยซีพีเป็นความภาคภูมิใจในฐานะนักลงทุนต่างชาติรายแรกของจีน และเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน เน้นลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างสองประเทศ โดยหวังว่า จะถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงงานเมื่อวานนี้ ได้เป็นประธานเปิดงาน Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 และร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (BOI Chengdu Office) และรับประทานอาหารร่วมกับเจ้ากิจการและผู้บริหารมืออาชีพของภาคเอกชนไทยกว่า 140 คน ในกิจกรรม Prime Minister -Thai Private Sector Luncheon มั่นใจในศักยภาพของภาคเอกชนที่สามารถทำธุรกิจในต่างประเทศ ขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนไทยขยายการลงทุนในจีน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งบริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2464 เป็นกลุ่มบริษัทเอกชนไทยขนาดใหญ่ ดำเนินธุรกิจใน 8 กลุ่มหลัก ครอบคลุมเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม ดิจิทัล อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ เวชภัณฑ์ และการเงิน ใน 23 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 456,000 คนทั่วโลก โดยธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ค้าปลีกและจัดจำหน่าย รวมถึงธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม
หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ส่งเสริมความร่วมมือสองรัฐสภา สานต่อมิตรภาพไทย–จีนปีที่ 51
20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนพบหารือนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อมิตรภาพไทย–จีน ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมผลักดันความร่วมมือ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ๆ อาทิ อวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และกระชับความร่วมมือระหว่างรัฐสภาทั้งสองให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและจีนจะขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. การเมืองและความมั่นคง เพิ่มการแลกเปลี่ยนระดับสูง จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 2+2 ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม รวมถึงร่วมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งหลอกลวงออนไลน์ 2. เศรษฐกิจและการลงทุน ส่งเสริมการค้าที่สมดุล การลงทุนคุณภาพสูงที่สร้างงานและมูลค่าเพิ่มในไทย ตลอดจนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐาน 3. ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนด้านสื่อ เพื่อสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนไทย–จีน และ 4. ความร่วมมือระดับภูมิภาค สนับสนุนบทบาทศูนย์กลางของอาเซียน ความร่วมมือในลุ่มแม่น้ำโขง การแก้ไขปัญหาในภูมิภาคผ่านการเจรจา และการสนับสนุนสันติภาพในเมียนมา
นายกรัฐมนตรียังสนับสนุนให้รัฐสภาของทั้งสองประเทศเพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านนิติบัญญัติ พร้อมเชิญประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนเยือนไทย ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 15 ปี
นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติของไทยและจีน จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มความปลอดภัย และเสริมเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว
โอกาสนี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ยินดีการมาเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี ประสบความสำเร็จทั้งการเข้าร่วมการประชุม WAIC 2026 การเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งทั้งสองฝ่าย จะได้นำความร่วมมือไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทั้งสองประเทศ
ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ยังกล่าวว่า จีนพร้อมสนับสนุนไทยการดำเนินงานและความร่วมมือ ในวาระที่ทันสมัย โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ AI ดิจิทัล อวกาศ สุขภาพ รวมทั้ง สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด นอกจากนี้ จีนและไทย จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในเวทีระหว่างประเทศ อาทิ อาเซียน-จีน กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง รวมถึงการยึดมั่นและการปกป้องหลักการสากล ตามหลักองค์การสหประชาชาติ
ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ยังแสดงความชื่นชมความร่วมมือของทั้งสอง รัฐสภา และหวังว่าจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางเพื่อยกระดับกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมขอส่งความปรารถนาดีและคำเชิญถึงประธานรัฐสภาและรองประธานสภาเยือนจีนในโอกาสแรกด้วย
หารือเต็มคณะกับ 'หลี่เฉียง' นายกรัฐมนตรีจีน ลงนาม MoU 15 ฉบับ

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ห้อง Hebei ชั้น 1 มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 | ภาพจาก: เว็บไซต์รัฐบาลไทย
20 กรกฎาคม 2569) เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถินกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (เร็วกว่าไทย 1 ชวโมง) ณ ห้อง East Hall ชัน 1 มหาศาลาประชาชน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และส่งเสริมสันติภาพความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า ไทยและจีนเพิ่งรวมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ภูมิภาคและประชาคมโลก
นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการอย่างสมพระเกียรติ พร้อมยืนยันไทยสนับสนุนจีนเป็นเจ้าภาพเอเปค และจะเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ นครเซินเจิ้น เดือนพฤศจิกายนนี้
นายกรัฐมนตรีเสนอเร่งผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก และเห็นพ้องอีก 2 ด้าน ดังนี้
1. การค้าและการลงทุน ไทยขอให้จีนเพิ่มนำเข้าผลไม้และอาหารแปรรูปคุณภาพสูงจากไทย ยินดีต้อนรับการลงทุนคณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงานไทย และปฏิบัติตามกฎหมายไทย พร้อมเร่งรัดการจัดทำ FTA เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
2. การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดปี 2573 พร้อมเตรียมระยะที่ 2 และผลักดันสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 รวมถึงเส้นทางรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ไทย ลาว มาเลเซย และสิงคโปร์
3. ความมั่นคง เห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหมไทย-จีน (2+2 Mechanism) โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพครั้งแรก พร้อมขยายความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพัฒนาบุคลากร
4. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เร่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เทคโนโลยีสุขภาพ อวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และควอนตัม
5. การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพิ่มความร่วมมือแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ข้อมูลการสืบสวน และธุรกรรมทางการเงิน เพื่อปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และการฉ้อโกงทางการเงิน
นายกรัฐมนตรียังขอบคุณจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยผ่านการโปรโมทบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของจีน พร้อมยืนยันความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีน
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีขอบคุณจีนที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ และชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา
ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 15 ฉบับ ครอบคลุมด้านการอุดมศึกษา ห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษา AI ทรัพย์สินทางปัญญา นิวเคลียร์ฟิวชัน สาธารณสุข ดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว การป้องกันฟอกเงิน การส่งออกสัตว์น้ำ ความร่วมมือสื่อมวลชน การจดการน้ำ และการสำรวจอวกาศห้วงลึก
1. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
4. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
5. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่นระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
6. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทยกับคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือสาธารณสุข
7. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว
8. บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
9. พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
10. บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าว People’s Daily แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
11. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท พลังงานน้ำ และการชลประทานระหว่างกระทรวงทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย
12. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชนระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าวซินหัวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
13. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับองค์กรอวกาศแห่งชาติจีนว่าด้วยเรื่องการจัดห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก
14. บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
15. ข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
หลังจากนั้น เวลา 12.00 น. นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ
จากนั้นนายกฯ และคณะ จะเดินทางไปสักการะพระพุทธรูปสำคัญ ณ วัดลามะ (ยงเหอกง) ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญในกรุงปักกิ่ง และช่วงเย็นนายกฯ และคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ในเวลา 16.00 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 19.40 น.
