เมื่อคนร้ายลอบยิงถล่มรถของ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ใช้รถภายใต้การดูแลของ กอ.รมน. ตอนนี้คดีไปถึงไหน เรารู้อะไรแล้วบ้าง
ช่วงที่ผ่าน กองอำนวยการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. กำลังตกเป็นเป้าถูกเพ่งเล็งอย่างหนักว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือไม่
เหตุจากเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ และทีมกฎหมายของพรรค ได้ตั้งโต๊ะแถลง เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงคราม ‘ปืน M16’ ยิงถล่มรถที่ สส.กมลศักดิ์ โดยสาร ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยระบุว่ารถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถภายใต้การดูแลของ กอ.รมน. จังหวัดนราธิวาส
“สิ่งหนึ่งที่เราไม่มีความสบายใจ ก็คือว่ารถยนต์คันที่ไปใช้ก่อเหตุที่เป็นรถสีขาว เราทราบว่าเป็นรถของทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้กระทำผิดแล้ว เอาไปชำแหละ และก็เอาไปทิ้งน้ำ และก็โดยเฉพาะหน่วยราชการหน่วยนั้นก็คือ กอ.รมน.” ทวี กล่าว
ภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อเวลา 01.09 น. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 หน้าบ้านพักของกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โดยที่มุมขวาบนจะเห็นรถของคนร้าย (ที่มา: เพจเฟซบุ๊กสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดยะลา)
รถ กอ.รมน.มาจากไหน ทำไมเข้าไปพัวพันเรื่องนี้ ทำไมคนร้ายไม่ยิงให้ถูกตัว สส.พรรคประชาชาติ มูลเหตุจูงใจคืออะไร และใครอยู่เบื้องหลัง ท่ามกลางความสงสัยคดีลอบยิงกมลศักดิ์ เราทราบอะไรเกี่ยวกับคดีนี้แล้วบ้าง ประชาไทมาสรุปให้ฟัง
ย้อนเหตุการณ์
19 มี.ค. 2569 - สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เดินทางกลับบ้านโดยนั่งเครื่องบิน มาลงที่สนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากนั้นได้นั่งรถยนต์อัลพาร์ด สีดำ กลับมาที่บ้านพักใน ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 1.09 น.ของวันที่ 20 มี.ค. 2569 จังหวะที่กมลศักดิ์ ถึงหน้าบ้านพักได้มีคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถกระบะสีขาว 4 ประตู ยี่ห้อโตโยตา วีโก และใช้อาวุธสงคราม M16 ยิงเข้าใส่รถของ สส.พรรคประชาชาติ ส่งผลให้ อุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี คนขับ และ หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนกมลศักดิ์ ปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะหมอบตัวลงกับเบาะรถ ทำให้รอดจากคมกระสุนหวุดหวิด
หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้ทำการสืบสวน และออกหมายจับตาม ป.วิอาญา จำนวน 4 ราย ได้แก่
- สมพร ลังเดช อายุ 57 ปี อดีตนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
- ยศกร ลังเดช อายุ 24 ปี บุตรชายของสมพร
- อลาวี อาแว ซึ่งภายหลังรับสารภาพเป็นคนขับรถ
- ธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน
กระทั่งเมื่อกลางคืนของวันที่ 29 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สามารถควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คนคือ สมพร ลังเดช และยศกร ลังเดช
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา พรรคประชาชาติ นำโดย ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคฯ ได้แถลงข่าวต่อกรณีความคืบหน้าของการสืบสวนคดียิง สส.กมลศักดิ์ และเปิดเผยข้อมูลว่ารถที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุเป็นรถภายใต้หน่วยงานราชการ กอ.รมน. นราธิวาส
ทวี สอดส่อง จึงเรียกร้องให้อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน. ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.นราธิวาส และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ออกมาตรวจสอบว่า ทำไมถึงมีการใช้รถราชการไปใช้ก่อเหตุยิงนักการเมืองได้
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เผยด้วยว่า เป้าประสงค์สุดท้ายของการสืบสวนคือต้องการทราบตัวผู้บงการ และผู้กระทำผิด แต่พอมีชื่อหน่วยงานราชการนี้โผล่ขึ้นมา ทำให้เขามีความกังวลใจว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอาจถูก 'ครอบงำ' จึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้ดูแล กอ.รมน. และแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้ดูแล กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า สื่อสารไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
"อยากให้ทางผู้ว่าฯ และทุกคนช่วยกันตรวจสอบว่า ทำไมถึงได้ใช้รถคันนี้ไปก่อเหตุ และหวังว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ถูกครอบงำในการทำงานสิ่งนี้ก็คืออยากจะเรียกร้องนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น ผอ.กอ.รมน. ผบ.ทบ. ซึ่งดู กอ.รมน. และแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ดู กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อยากจะขอให้ท่านให้กำลังใจผู้ปฏิบัติ ให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่เช่นนั้นเราจะมองว่าเกิดความคลุมเครือ" ทวี กล่าว
กล้องหน้ารถหลักฐานสำคัญ แกะรอยรถ กอ.รมน.
ทำไมถึงมั่นใจว่าเป็นรถยนต์ภายใต้สังกัดของ กอ.รมน. ? ข้อมูลจากสื่อ The Reporters ระบุว่า ตำรวจสืบสวนจากหลักฐาน นอกจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านพัก ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุแล้ว กล้องหน้ารถของกมลศักดิ์ สามารถบันทึกภาพสติกเกอร์เข้า-ออกด่านตรวจ ที่ติดรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จนตำรวจสามารถตามแกะรอย และพบว่ารถถูกจดทะเบียนในชื่อ สำนักนายกฯ และใช้ในหน่วยงาน 'กอ.รมน.' ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
หลังจากนั้น ตำรวจได้ขยายผลการสืบสวนจนสามารถจับกุมสมพร และยศกร ทำให้ทราบว่า หลังก่อเหตุ ได้มีการนำรถไปแยกชิ้นส่วนที่อู่แห่งหนึ่งใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และจากนั้นได้นำชิ้นส่วนไปทิ้งลงแม่น้ำบางนรา อ.ตากใบ เช่นกัน
ตำรวจจึงได้ทำการติดตามไปยังอู่รถดังกล่าว และได้ควบคุมตัวเจ้าของอู่รถ ชื่อว่า สุนทร พรหมภักดี ในฐานะผู้ต้องสงสัย และได้ตรวจยึดวัตถุพยานหลายรายการ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนรถยนต์
เบื้องต้น เจ้าของอู่ได้ให้การปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นกับการยิง สส.กมลศักดิ์ แต่รับสารภาพว่าได้ชำแหละรถยนต์ โตโยตา รุ่นวีโก หลังจากการติดต่อโทร.ทาง LINE จากสมพร อดีตนาวิกโยธิน ซึ่งตัวเจ้าของอู่รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี
สุนทร ให้การต่อว่า ในคืนเกิดเหตุมีชาย 2 คน คือ ธนภัทร วัฒนภิญโญ และเรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี 2 มือปืน ได้ขับรถเข้ามาที่อู่เมื่อเวลาประมาณ 1.00-2.00 น. ของวันที่ 20 มี.ค. 2569 จากนั้น ให้เจ้าของอู่ขับรถไปส่งมือยิงทั้ง 2 คนที่บ้านของอดีตนาวิกโยธิน 'สมพร' และหลังจากได้ทราบว่ามีการยิง สส.ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จึงทำให้เจ้าของอู่เข้าใจว่า 2 คนที่ตัวเขาได้ไปส่งน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
เจ้าของอู่ยอมรับว่า เขาเริ่มชำแหละรถประมาณ 1-2 วันหลังเกิดเหตุ โดยชิ้นส่วนรถที่ได้จากการชำแหละได้จำหน่ายออกไปบางส่วน ขณะที่บางส่วนยังคงเก็บไว้ โดยเขาได้รับคำสั่งจากอดีตทหารนาวิกโยธินว่าให้ลบหมายเลขคัสซี (หมายเลขตัวถังรถ) และแยกโครงเหล็กของรถ หลังจากนั้น อดีตทหารนาวิกโยธินก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย ก่อนมาทราบภายหลังว่าถูกควบคุมตัวแล้ว
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2569 ตำรวจได้แถลงว่าสามารถจับกุม อลาวี อาแว ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถที่ใช้ก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ระหว่างหนีอยู่ที่ กทม. และตอนนี้พาตัวลงมาสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุแล้ว

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ)
คนให้ยืมรถ กอ.รมน. ถูกส่งไป กทม. กันยุ่งคดี
มีการตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงมีการใช้รถของ กอ.รมน.นราธิวาส ไปใช้ก่อเหตุอุกอาจแบบนี้ได้ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ตัวของเรือเอกวิโรจน์ ไปขอยืมรถมาจากนาวาเอก (น.อ.) มนตรี โตประเสริฐ ซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกัน โดยเจ้าตัวชี้แจงให้ยืม โดยไม่ทราบว่าจะเอาไปก่อคดีอุกอาจ
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 - บุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน. นราธิวาส ให้ข้อมูลว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนกรณีการนำรถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส ไปก่อเหตุยิง เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการสอบสวนนาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ ซึ่งเจ้าตัวได้ยอมรับว่า ให้เรือเอกวิโรจน์ เกตุมณี สมาชิกทีมยิง สส.กมลศักดิ์ ยืมรถจริง เพราะสนิทกันตั้งแต่เรียนที่โรงเรียนนายเรือ และครั้งล่าสุดที่ให้ยืมคือเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 โดยไม่ทราบว่าจะเอาไปใช้ก่อเหตุยิง และได้ไปแจ้งความว่ารถหายเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569
ในวันเดียวกันนี้ สื่อ The Reporters โทรศัพท์สอบถามไปยัง พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยงานต้นสังกัด คือ สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (สง.ปรมน. ทร.) โดย พลเรือโท ทรงศักดิ์ จุมปามัญ ผอ. สง.ปรมน. ทร. ได้มีคำสั่งให้ น.อ.มนตรี กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร กรณีมีการพาดพิงให้ยืมรถไปก่อเหตุอาชญากรรม จึงให้ออกจากพื้นที่มาก่อนเพื่อไม่ให้ยุ่งเหยิงกับคดี จึงมีคำสั่งเรียกตัวกลับส่วนกลางในวันนี้
ทางโฆษกกองทัพเรือ ยืนยันด้วยว่า กองทัพเรือไม่ได้เพิกเฉย และต้องการให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงกรณีมีอดีตทหารเรือเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแม้จะออกจากราชการไปแล้ว แต่พร้อมจะให้ข้อมูล เช่น ประวัติที่เป็นประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน โดยพบว่า ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอื่นหลายปีแล้ว ส่วนสมพร ลังเดช เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนราชการ
ตำรวจจับได้แล้ว 3 เหลือตามอีก 2
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2569 ทางตำรวจนำโดย พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แถลงความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ระบุว่า ตอนนี้มีผู้เกี่ยวข้องจำนวน 5 คน ซึ่งตำรวจจับมาได้แล้ว 3 คน แต่เหลืออีก 2 คนที่กำลังติดตามตัว
มีรายละเอียดดังนี้
- กลุ่มที่เป็นมือยิง สส.กมลศักดิ์ มีทั้งหมด 4 คน ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า ประกอบด้วย
- สมพร ลังเดช อดีตนาวิกโยธิน และเป็นผู้ประสานงาน เตรียมการอาวุธปืน และชี้เป้า (ถูกจับกุมตัวแล้ว)
- อลาวี อาแว คนขับรถ (ถูกจับกุมตัวแล้ว)
- ธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน (ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้)
- ร.อ. วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน เคยเข้าอบรมหลักสูตรรบพิเศษนาวิกโยธิน ของกองทัพเรือ (RECON) เป็นมือปืน และคนยืมรถ (ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้)
- ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 ราย ในข้อหาอำพรางซ่อนเร้นหลักฐานถูกจับกุมแล้ว คือ
- สุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่ชำแหละรถ (ถูกจับกุมตัวแล้ว)
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชุมพล กล่าวยืนยันว่า หลักฐานมัดตัวผู้ต้องหาค่อนข้างแน่นหนา และมั่นใจว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมีส่วนเกี่ยวข้อง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
วางแผนมาอย่างดี ทำเป็นขบวนการ เจตนาปลิดชีพ
ในคดีดังกล่าวมีการตั้งคำถามว่า ทำไมในเมื่อกลุ่มคนร้ายมุ่งหมายจะเอาชีวิตของ สส.กมลศักดิ์ ถึงยิงวิถีกระสุนไม่โดน หรือไม่มีการยิงซ้ำ ข้อมูลจากฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และ The Reporters กล่าวว่า พล.ต.ต. ชุมพล ซึ่งเป็นผู้กำกับการกองสืบสวนกองกำลัง จชด. ระบุว่า วิโรจน์ ธนภัทร สมพร และอลาวี ทั้ง 4 คนถูกข้อหาพยายามฆ่านั้นมีการเตรียมการวางแผนลอบยิง สส.กมลศักดิ์ มาเป็นอย่างดี ทำให้เชื่อว่ามีเจตนาปลิดชีพ สส.นราธิวาส
แผนการก็คือว่า กลุ่มคนร้ายประกอบด้วย สมพร และอลาวี ได้ขับรถฟอร์จูนเนอร์ไปดักรอ สส.กมลศักดิ์ ที่สนามบินหาดใหญ่ เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 19 มี.ค. 2569 ซึ่งทีมคนร้ายไม่ทราบว่า สส.พรรคประชาชาติ จะกลับไฟล์ตไหน แต่สันนิษฐานว่าจะกลับบ้านในช่วงวันฮารีรายอ หลังจากการประชุมรัฐสภา โหวตเลือกนายกฯ
เมื่อตำรวจสืบสวนจากกล้องวงจรปิดของสนามบินหาดใหญ่ เห็นทั้ง 2 คนเดินป้วนเปี้ยน และนั่งรอ สส.กมลศักดิ์ ปรากฏตัว และเมื่อทางกมลศักดิ์ มาถึงสนามบินหาดใหญ่ เวลาประมาณ 21.00 น. สมพร และอลาวี ก็ได้มีการเดินสวน สส.กมลศักดิ์ ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าทั้ง 2 คนมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องคดี
จากนั้น อลาวี หนึ่งในผู้ต้องหา ยอมรับว่าได้มีการขับรถตาม สส.กมลศักดิ์ จากสนามบินหาดใหญ่ ไปถึง อ.จะนะ ซึ่งเป็นจุดที่ สส.พรรคประชาชาติ พักทานอาหาร โดยทางสมพร และอลาวี ได้ขับรถเลยไป เพื่อไปส่งอลาวี ขึ้นรถคันที่ใช้ก่อเหตุ (รถของ กอ.รมน.นราธิวาส) ซึ่งมีเรือเอกวิโรจน์ และธนภัทร จอดรออยู่ข้างทาง ห่างจากตัวบ้านของ สส.กมลศักดิ์ ประมาณ 3-4 กม.
เมื่อรถของกมลศักดิ์ มาถึงหน้าบ้านพัก รถคันที่ใช้ก่อเหตุก็ขับไปเพื่อประกบยิง โดยมีการกระหน่ำยิง 2 ชุด โดยชุดแรก ยิงโดนคนขับ และชุดที่ 2 ที่มีการกระหน่ำยิงด้านหน้า ถูกผู้ติดตามได้รับบาดเจ็บ
พล.ต.ต. ชุมพล ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่คนร้ายไม่สามารถเอาชีวิต สส.พรรคประชาชาติได้ เนื่องจากอาจจะยิงพลาด เพราะตัวรถของกมลศักดิ์ เคลื่อนไหว (หากสังเกตุจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านพักของกมลศักดิ์ จะเห็นว่ารถเคลื่อนไหวตลอดเวลา) ไม่ได้จอดนิ่งอยู่กับที่ ส่งผลให้การกำหนดจังหวะการล็อกเป้ายิงทำได้ยาก และเมื่อ สส.กมลศักดิ์ หมอบลงกับเบาะ ก็ทำให้การยิงโดนทำได้ยากขึ้น เว้นเสียแต่ว่าจะมีการลงจากรถเพื่อมากระหน่ำยิงซ้ำ แต่ประกอบกับคนร้ายไม่มีกระสุนเหลือแล้ว ทำให้ผู้ก่อเหตุต้องขับรถหนีออกไปจากพื้นที่
ก่อนหน้านี้มีความพยายามเบี่ยงประเด็นว่ากลุ่มมือปืนตั้งใจพุ่งเป้าไปยังคนขับรถ มากกว่า สส.กมลศักดิ์ ซึ่งกมลศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นนี้ว่า ถ้าต้องการยิงคนขับรถจริงถึงขนาดต้องใช้อาวุธสงครามเลยหรือไม่ และคนขับรถเขาอยู่บ้านในพื้นที่อยู่แล้ว สามารถเอาชีวิตได้โดยไม่ต้องตามมาตั้งแต่สนามบินหาดใหญ่
มูลเหตุจูงใจยังไม่ชัดเจน
สำหรับมูลเหตุจูงใจการก่อเหตุ ตำรวจยังไม่ตัดความเป็นไปได้ทุกประเด็น ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ความมั่นคง ความขัดแย้งทางธุรกิจ และประเด็นทางการเมือง เนื่องจากสมพร ลังเดช ผู้เตรียมการ รับงาน และจัดหามือปืน ยังคงปฏิเสธให้การ และยืนกระต่ายขาเดียวว่าจะให้การบนชั้นศาลเท่านั้น ทำให้ตำรวจยังสรุปเรื่องนี้ไม่ได้
ก่อนหน้านี้ วันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 กมลศักดิ์ หรือทนายแวยูแฮ ได้ยืนยันมาตลอดว่า ไม่รู้จักผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว ดังนั้น สาเหตุการลอบยิงที่บอกว่าเป็นความบาดหมางส่วนตัว หรือมีเหตุโกรธเคืองกัน เขาคิดว่าไม่เกี่ยว ซึ่งทำให้เรื่องมูลเหตุทางการเมืองมีความเป็นไปได้มากขึ้น
สส.พรรคประชาชาติ ระบุว่า ปลายทางของคดี ผู้ที่ถูกควบคุมตัวในคดีนี้เขาเชื่อว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว และไม่มีเรื่องโกรธเคือง แสดงว่าต้องมีผู้จ้างวาน หรือคนบงการ และมูลเหตุจูงใจอย่างไร ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนอยากทราบ รวมถึงตัวเขาที่เป็นผู้เสียหายเองก็อยากทราบเช่นกัน
