“การลอบยิงนี้ไม่ได้โจมตีแค่ สส. คนใดคนหนึ่ง แต่กำลังท้าทายต่อสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย” รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนกล่าวถึงคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในการแถลงข่าวหลังจากเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการติดตาม แต่ประธานสภา โสภณ ซารัมย์ ยังไม่เห็นว่าการดำเนินการมีอุปสรรคให้เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายรับผิดชอบ
30 เม.ย. 2569 รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวหลังจากเช้าวันนี้เขาได้เสนอให้รัฐสภามีท่าทีหรือตั้งคณะกรรมการหรือกลไกที่จะติดตามประเด็นลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.ของพรรคประชาชาติผ่านการหารือต่อที่ประชุมเมื่อเช้านี้เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านมา 1 เดือนแล้วพบข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงได้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องกับการลอบยิงกมลศักดิ์
ทั้งนี้ในการหารือ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าคดียังมีความคืบหน้าอยู่ไม่พบว่ามีอุปสรรคใดในการทำหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปก่อน
รอมฎอน ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความจำเป็นของข้อเสนอของเขาโดยอธิบายว่า การดำเนินการในคดีของกมลศักดินั้นมีอุปสรรคอยู่พอสมควรและมีข้อสงสัยต่อการรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะก็เห็นได้ชัดว่า สส.กมลศักดิ์ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์ด้วยตนเองต่อนาวิกโยธินจำนวน 2 นายที่เกี่ยวข้องในคดีพยายามฆ่าตนเอง
ทั้งนี้ยังต้องรอความชัดเจนจากชุดคลี่คลายคดีของตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งมาใหม่จะสามารถสอบปากคำผู้ที่ถูกแจ้งความหรือไม่อย่างไร และวันนี้ก็เป็นวันครบกำหนดตามที่มีการแถลงว่าจะทำการสอบปากคำก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก และจากการจับกุมชุดสังหารได้ทั้ง 5 คน กมลศักดิ์แจ้งความร้องทุกข์เพิ่มอีก 2 คนที่เป็นเจ้าหน้าที่นาวิกโยธินที่ยังปฏิบัติราชการอยู่ภายใต้สังกัด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็มีข้อกังวลกันว่าคดีจะแยกออกเป็น 2 คดีหรือไม่อย่างไร
รอมฎอนกล่าวว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทำให้เพื่อน สส.ที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือแม้แต่เขาเองต้องระวังตัว เป็นกระทบโดยตรงที่สัมพันธ์กับการทำงานในฐานะ สส.ด้วย อย่าง กมลศักดิ์เองลาประชุมไป 2 สัปดาห์แล้วเพราะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่ และยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการป้องกันเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ ซึ่งเขาจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
“การลอบยิงนี้ไม่ได้โจมตีแค่ สส. คนใดคนหนึ่ง แต่กำลังท้าทายต่อสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย” รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนกล่าวถึงคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์
สส.พรรคประชาชนกล่าวต่อว่าคดีนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวอย่างแน่นอน เพราะผู้ก่อเหตุเกี่ยวโยงไปถึงหน่วยงานรัฐด้วย และไม่ใช่คดีสังคมอย่างที่บางหน่วยงานพยายามบอก แต่เป็นคดีความมั่นคงที่กระทบต่อสถาบันทางการเมืองมีแรงจูงใจทางการเมือง และประชาชนทั่วไปยังตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามตัดตอนหรือเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่ ทำให้ต้องติดตามการทำงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจนั้นจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่
รอมฎอนกล่าวว่าเหตุข้างต้นทำให้ต้องมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาว่าคดีที่เกี่ยวกับการลอบสังหารเพื่อน สส.กมลศักดิ์เป็นคดีพิเศษ เพื่อทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา มีความเป็นกลางและเป็นมืออาชีพจริงๆ การคาดให้ตำรวจพื้นที่ทำงานเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอแล้ว อีกทั้งหลักการดำเนินการอย่างโปร่งใส่เที่ยงธรรมก็มีความสำคัญอย่างมากต่อคดี
อีกทั้งเขาเห็นว่า กรณีของกมลศักดิ์ขณะนี้มีความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นด้วยปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ที่เป้าหมายของปฏิบัติการไม่ได้มีแค่นักการเมือง แต่ยังรวมถึงนักข่าว นักกิจกรรม คนทำงานภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างถ้วนหน้าและหนักหน่วง โดยการกระทำลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นระลอกและมีแบบแผน เพราหลังจากมีสื่อมวลชนที่เปิดเผยให้เห็นว่ากรณีของกมลศักดิ์มีภาพรถยนต์ของ กอ.รมน.เข้ามาเกี่ยวข้องก็เริ่มมีกระแสโจมตีมากขึ้น และการโจมตีลักษณะนี้ทำให้การโฟกัสต่อปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ย้ายไปที่อื่น จึงอยากขอให้สื่อมวลชนติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
“เรื่องนี้ไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่ของ สส.เท่านั้นแต่กระทบต่อสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยและเราจำเป็นจะต้องมีพื้นที่แบบนี้ที่ปลอดภัยที่จะส่งเสียงของพี่น้องประชาชน ไม่เช่นนั้นเราจะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยหนทางการเมือง ด้วยแนวทางสันติในการฟังเสียงที่แตกต่างหลากหลายของพี่น้องประชาชนได้อย่างยากลำบาก” รอมฎอนกล่าวทิ้งท้าย
