Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สหพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) พร้อมด้วยองค์กรสมาชิกในไทย "สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน - iLaw - ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" ออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ ผลักดันการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ 10 ข้อที่มีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ภายใน 100 วันแรก

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เว็บไซต์ iLaw รายงานว่า สหพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) พร้อมด้วยองค์กรสมาชิกในไทย ได้แก่ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.), โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกันออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ผลักดันการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ 10 ข้อที่มีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง

เช่น การใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จำกัดเสรีภาพการแสดงออกของประชนชน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองอื่นๆ การคุมขังประชาชนที่แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ รวมถึงปัญหาความแออัดและสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ได้มาตรฐานของผู้ต้องขังในเรือนจำ เป็นต้น

ในจดหมายเปิดผนึก FIDH และองค์กรสมาชิกในประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยซึ่งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกำหนดนโยบายและบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนที่ไทยมีต่อกลไกสิทธิมนุษยชนสากลต่างๆด้วย

“ในฐานะสมาชิกปัจจุบันของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทยได้ให้คำมั่นที่จะรับฟังและปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ‘ในการกำหนดและบังคับใช้นโยบายรวมถึงกฎหมาย’ จึงเป็นหน้าที่อันสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะต้องนำข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติอีกหลายประการที่ถูกละเลยมานานเกินไป มาปรับใช้ให้เกิดผลจริง” เทปเป โอโนะ (Teppei Ono) รองประธาน FIDH กล่าว ในเอกสารแถลงข่าว ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ FIDH

สำหรับประเด็นปัญหา 10 ข้อ ที่ FIDH และองค์กรสมาชิกในประเทศไทยระบุว่าเป็นประเด็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลอนุทินควรเร่งดำเนินการแก้ไขภายใน 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่ง ได้แก่

1. การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงานให้กับภาคประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิ ซึ่งรวมถึงการประกันเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมและรวมตัวสมาคม รวมถึงการรับประกันว่าคนที่ทำงานดังกล่าวจะไม่ถูกข่มขู่คุกคามเพราะการทำงาน

2. การยุติการดำเนินคดีนักกิจกรรมทางการเมือง ผู้ประท้วง และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนรวมถึง ให้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังจากการชุมนุมโดยสงบหรือผู้ที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออก

3. ให้แก้ไขกฎหมายหรือยกเลิกกฎหมายที่มีปัญหา เช่น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และกฎหมายอาญาที่มีปัญหาอื่นๆ เช่น กฎหมายหมิ่นประมาททางอาญา พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และให้บังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

4. ให้ดำเนินการสืบสวนกรณีการซ้อมทรมาน การฆ่านอกระบบ และการบังคับศูนย์หาย อย่างเป็นอิสระ รวมถึงให้ดำเนินคดีผู้กระทำการดังกล่าวและชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้รอดชีวิตหรือญาติผู้เสียชีวิต

5. ให้รัฐบาลไทยให้สัตยาบรรณ พิธีสารเลือกรับฉบับที่สองของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต

6. ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความแออัดภายในเรือนจำ และปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง รวมถึงข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง

7. ให้ดำเนินนโยบายและมาตรการเพื่อสร้างหลักประกันด้านความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งรวมถึงการขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศที่มีในกฎหมายหรือการดำเนินนโยบาย รวมถึงสนับสนุนให้มีผู้หญิงอยู่ในผู้มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองทุกระดับ

8. ให้ดำเนินการขจัดความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิงในทุกมิติ รวมถึงให้มีการดำเนินการสืบสวนการกระทำและให้การสนับสนุนหรือชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้ถูกล่วงละเมิด

9. ให้สร้างหลักประกันการคุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง ด้วยการงดเว้นการดำเนินการจับกุม คุมขัง หรือการส่งปลับไปยังประเทศต้นทาง

10. ให้เพิ่มความพยายามในการดำเนินการเพื่อยุติความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทบทวนกฎหมายพิเศษทั้งในแง่ตัวบทและการบังคับใช้ รวมถึงให้สอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและดำเนินการชดเชยเยียวยาผู้ถูกกระทำและครอบครัวอย่างเต็มที่

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง