'ปีเตอร์ มาจาร์ ' ว่าที่นายกรัฐมนตรีฮังการีประกาศเปิด “ยุคใหม่” เดินหน้าปราบคอร์รัปชัน ฟื้นหลักนิติธรรม และรื้อโครงสร้างอำนาจเดิม หลังคว้าชัยเลือกตั้งเหนือ 'วิกเตอร์ ออร์บาน' อย่างขาดลอย ปิดฉากยุคขวาจัดฮังการี
เว็บไซต์ The Guardian รายงานเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2026 ว่า ปีเตอร์ มาจาร์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีฮังการี ให้คำมั่นว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่ “ปล้น สร้างความเสียหาย และทำให้ประเทศล่มจม” ภายหลังจากชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้เขาเอาชนะวิกเตอร์ ออร์บาน อดีตผู้นำสายขวาจัดที่ครองอำนาจยาวนาน
มาจาร์ ผู้นำพรรคทิสซา (Tisza) สายกลาง-ขวา เปิดเผยว่า พรรคของเขาได้รับที่นั่งอย่างน้อย 138 จาก 199 ที่นั่งในรัฐสภา ซึ่งเพียงพอต่อการครองเสียงข้างมากระดับสองในสาม โดยคาดว่าผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะรับรองภายในวันที่ 4 พฤษภาคม และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในวันถัดไป
“ประเทศของเราไม่มีเวลาจะเสียอีกต่อไป” มาจาร์กล่าว พร้อมย้ำว่าประชาชนไม่ได้ลงคะแนนเพื่อเพียงเปลี่ยนรัฐบาล แต่ต้องการ “การเปลี่ยนระบอบอย่างแท้จริง”
ชัยชนะดังกล่าวเปิดทางให้มาจาร์สามารถแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายสำคัญที่เอื้อให้ออร์บานเปลี่ยนฮังการีไปสู่สิ่งที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “ประชาธิปไตยแบบไม่เสรี” ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การควบคุมสื่อจำนวนมาก และการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใกล้ชิดทางการเมือง
มาจาร์ประกาศว่า รัฐบาลใหม่จะเร่งดำเนินมาตรการปราบปรามการทุจริต ฟื้นฟูความเป็นอิสระของศาล และรับประกันเสรีภาพของสื่อ โดยหวังว่าจะช่วยปลดล็อกเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) มูลค่าประมาณ 17,000 ล้านยูโรที่ถูกระงับไว้
นอกจากนี้ เขายังเสนอจัดตั้งหน่วยงานติดตามและทวงคืนทรัพย์สินของรัฐ เพื่อเอาผิด “อาชญากรทางการเมืองและเศรษฐกิจ” รวมถึงเตรียมเข้าร่วมสำนักงานอัยการสาธารณะยุโรป เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานของสหภาพยุโรปเข้าตรวจสอบการใช้เงินภายใต้รัฐบาลชุดก่อน
ในด้านการปฏิรูปการเมือง มาจาร์ระบุว่าจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ หรือ 8 ปี ซึ่งหากมีผลย้อนหลัง จะทำให้ออร์บานไม่สามารถกลับมาลงสมัครได้อีก
เขายังประกาศระงับการออกอากาศข่าวของสถานีโทรทัศน์และวิทยุสาธารณะชั่วคราว โดยระบุว่าเป็น “สื่อที่ถูกครอบงำโดยรัฐ” จนกว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับใหม่เพื่อรับประกันความเป็นกลาง
พร้อมกันนี้ มาจาร์ได้เรียกร้องให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์กรอิสระหลายแห่ง รวมถึงประธานาธิบดีทามาส ซูย็อก ลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่า “เราไม่ต้องการคนที่มีหน้าที่เพียงลงนามรับรองทุกอย่าง”
ด้านปฏิกิริยาจากนานาชาติ ผู้นำสหภาพยุโรปต่างแสดงความยินดีกับผลการเลือกตั้ง โดยนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ ระบุว่าเป็น “วันที่ดี” และเป็นสัญญาณชัดเจนต่อการต่อต้านประชานิยมฝ่ายขวา ขณะที่เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า EU พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่โดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า แม้มาจาร์จะมีท่าทีใกล้ชิดกับยุโรปมากขึ้น แต่บางนโยบาย เช่น เรื่องผู้อพยพและการรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก EU อาจยังคงเป็นประเด็นท้าทายในความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปในอนาคต
