ผลการเลือกตั้งรัฐสภาฮังการีครั้งล่าสุด “ปีเตอร์ มาจาร์” จากพรรคขวากลาง TISZA ได้รับชัยชนะ ทำให้เป็นการโค่นล้ม “วิกเตอร์ ออร์บาน” จากพรรคขวาจัด Fidesz ที่ดำรงตำแหน่งมาเป็นเวลายาวนาน 16 ปีลงได้ในที่สุด ในประวัติของมาจาร์ เขาเคยชื่นชมออร์บานอย่างมาก แต่ก็มีจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาแปรพักตร์จาก Fidesz นอกจากนี้ชัยชนะของ TISZA ยังสะท้อนว่าชาวฮังการีต้องการทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าออร์บาน แต่ก็ยังมีข้อกังขาถึงนโยบายของพรรค TISZA
วิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนนตรีจากพรรคขวาจัด Fidesz ผู้ดำรงตำแหน่งในฮังการีมายาวนาน 16 ปี ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้หลังผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรฮังการีออกมาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2026
ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้คือ ปีเตอร์ มาจาร์ จากพรรคขวากลาง TISZA ซึ่งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของฮังการีที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดนับตั้งแต่ที่ฮังการีเปลี่ยนผ่านมาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีตัวเลขผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ 78.9% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด
นอกจากนี้สื่อยังพูดถึงชัยชนะของมาจาร์ว่าเป็นชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ โดยได้รับคะแนนเสียง 3.3 ล้านเสียง และครองที่นั่งไป 141 ที่นั่งในสภาจากทั้งหมด 199 ที่นั่ง เทียบกับพรรคของออร์บานที่ได้ไป 52 ที่นั่งลดลงจากครั้งที่แล้วถึง 83 ที่นั่ง โดยมีคะแนนเสียง 2.2 ล้านเสียง

ปีเตอร์ มาจาร์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฮังการี
เรื่องนี้ทำให้พรรค Tisza เอาชนะได้แบบที่เรียกว่า supermajority หรือ "คะแนนเสียงข้างมากพิเศษ" ในสภา หมายถึงการที่พวกเขาได้ที่นั่งมากกว่า 2 ใน 3 ของสภาที่ถือว่ามากพอที่จะโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ นอกจากนี้ยังนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ Tisza สามารถชนะที่นั่งได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในการเลือกตั้งเสรีของฮังการี
มาจาร์กล่าวสุนทรพจน์ชัยชนะของตัวเองท่ามกลางผู้สนับสนุนที่มารวมตัวกันริงฝั่งแม่น้ำดานูบ กรุงบูดาเปสต์ โดยบอกว่า ผู้ลงคะแนนเสียงได้เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ รวมถึงบอกอีกว่า "ในค่ำคืนนี้ ความจริงมีชัยเหนือคำโกหก" ขณะเดียวกันเขาก็ใช้วาทะว่าที่พรรคขวากลาง Tisza ชนะได้ในครั้งนี้เพราะชาวฮังการี "ไม่ได้ถามว่ามาตุภูมิจะทำอะไรให้พวกเขาได้ แต่พวกเขาถามว่าจะทำอะไรให้กับมาตุภูมิได้"
ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรารายงานว่า ในกรุงบูดาเปสต์มีบรรยากาศแบบเฉลิมฉลอง หลายคนแทบจะไม่เชื่อเลยว่าการปกครองของวิกเตอร์ ออร์บาน ที่ครองอำนาจมากว่า 16 ปี สิ้นสุดลงแล้ว
แกร์เกลีย์ เรจไน นักวิเคราะห์ฮังการีจากศูนย์เพื่อการวิเคราะห์การเมืองที่เป็นธรรม กล่าวว่า "มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับฮังการี เพราะว่าตลอดช่วง 16 ปีที่ผ่านมา พรรค Fidesz ครองเสียงข้างมากในสภาได้มาตลอดและออร์บานก็สามารถปกครองตามใจตัวเองได้ ... แต่ในคราวนี้ทุกอย่างกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ"
ประเด็นสหภาพยุโรปในการเลือกตั้งครั้งนี้
ช่วงใกล้ที่จะมีการเลือกตั้งในครั้งนี้ นักวิเคราะห์พากันมองว่ามันจะเป้นการเลือกตั้งที่มีนัยสำคัญต่อสหภาพยุโรปหรือ อียู อย่างมาก และจะกลายเป็นเสมือนการทำประชามติอยู่กลายๆ กว่าฮังการีจะยังคงอยู่กับแนวทางแบบอำนาจนิยมที่เข้าข้างรัสเซีย หรือจะหันไปหาแนวทางแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยที่มีการเข้าหาสหภาพยุโรป
ชัยชนะของมาจาร์ถูกมองว่าเป็นชัยชนะสำหรับอียู และถูกตีความว่าเป็นทั้งความพ่ายแพ้ของรัสเซียภายใต้ผู้นำวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นความพ่ายแพ้ของขบวนการขวาจัดทั้งในยุโรปและในระดับโลก รวมถึงเป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองด้วย
เรื่องนี้ยังอาจจะส่งผลต่อสงครามยูเครนด้วย เพราะจากเดิมในสมัยรัฐบาลออร์บาน ฮังการีวางตัวไม่เป็นมิตรกับอียูในประเด็นยูเครน และมีการบล็อกงบประมาณช่วยเหลือยูเครนที่กำลังรับศึกหนักจากสงครามกับรัสเซีย แต่รัฐบาลใหม่ของมาจาร์ก็อาจจะทำให้ฮังการีส่งความช่วยเหลือไปยังยูเครนได้เป็นมูลค่า 90 พันล้านยูโร (ราว 3.4 ล้านล้านบาท)
เรจไน กล่าวว่า ฮังการีในยุคของมาจาร์น่าจะมีการเข้าหากลุ่มประเทศพันธมิตรยุโรปมากขึ้น ทำให้ประเทศของพวกเขากลับมาอยู่ "ในกระแสหลักของสหภาพยุโรป"
ฮังการีเองก็อาจจะได้ประโยชน์จากจุดนี้ตรงที่อียูอาจจะกลับมาให้งบประมาณกับฮังการีมากขึ้นหลังจากถูกระงับงบประมาณไปเพราะอียูมองว่าออร์บานทำลายมาตรฐานประชาธิปไตย
การที่ออร์บานพ่ายแพ้ยังทำให้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียขาดพันธมิตรหลักไปอีกหนึ่งรายในอียู เรื่องนี้ยังได้ส่งแรงสะเทือนไปสู่แวดวงฝ่ายขวาในโลกตะวันตกด้วย รวมถึงกลุ่ม MAGA ที่ให้การสนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน รองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ ก็ได้ไปเยือนฮังการี โดยมีการไปร่วมขบวนหาเสียงของออร์บาน แวนซ์ได้กล่าวโจมตีอียูโดยกล่าวหาว่าอียูทำการแทรกแซงฮังการี ส่วนทรัมป์ก็ให้สัญญาว่าสหรัฐฯ จะช่วยเหลือฮังการีในด้านเศรษฐกิจถ้าหากพรรคของออร์บานได้รับชัยชนะ
สำหรับฮังการีแล้ว ชัยชนะของ Tisza อาจจะเปิดทางไปสู่การปฏิรูปทางการเมืองที่ทางพรรคสัญญาไว้ว่าจะทำในหลายด้าน เช่น การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การคืนความอิสระให้กับระบบตุลาการ และคืนความอิสระให้กับสถาบันทางการเมืองอื่นๆ
ปีเตอร์ มาจาร์ คือใคร ทำไมเขาถึงกลายเป็นผู้โค่นออร์บาน
ปีเตอร์ มาจาร์ อายุอ่อนกว่าออร์บาน 17 ปี เขาเป็นคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวฐานะดีในกรุงบูดาเปสต์ เขามีญาติเป็นทนายความและผู้พิพากษา และยังเป็นญาติของอดีตประธานาธิบดี เฟเรน มาดล์ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2000-2005 ช่วงเดียวกับที่ออร์บานเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยแรก
มาจาร์เติบโตมาในช่วงที่ฮังการีกำลังเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบอบประชาธิปไตย ในยุคนั้นออร์บานยังมีภาพลักษณ์เป็นนักเสรีนิยมต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่เรียกร้องให้สหภาพโซเวียตถอนทัพออกจากฮังการี ในตอนนั้นมาจาร์เป็นคนที่ชื่นชมออร์บานอย่างมาก จนถึงขั้นมีโปสเตอร์ของออร์บานติดไว้บนผนังห้องนอน
ต่อมามาจาร์ ก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค Fidesz ของออร์บานและเคยแต่งงานกับ จูดิต วาร์กา หนึ่งในดาวรุ่งของพรรค พวกเขาอยู่กินด้วยกันจนมีลูก 3 คน โดยที่ วาร์กาเคยได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลออร์บานให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมในปี 2018 และต่อมาในปี 2023 เธอก็ลาออกจากตำแหน่งเพื่อเป็นตัวแทนของพรรค Fidesz ในการเลือกตั้งสภายุโรปปี 2024
แต่ในช่วงปี 2024 นั้นเอง แมคยาร์ ก็ได้เจอกับเรื่องที่ทำให้เขาตัดสินใจแปรพักตร์จาก Fidesz แล้วหันไปเข้ากับพรรคการเมืองใหม่คือพรรค TISZA คือกรณีที่ คาตาลิน โนวัค ประธานาธิบดีฮังการีในยุคนั้นได้ให้อภัยโทษอดีตข้าราชการที่ช่วยปกปิดคดีล่วงละเมิดเด็กที่บ้านเด็กกำพร้า เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลออร์บานเสื่อมเสียภาพลักษณ์ในฐานะพรรคที่โฆษณาตัวเองว่าเป็นผู้ปกป้องศีลธรรมแบบคริสต์และปกป้องค่านิยมครอบครัว
ปีเตอร์ เครโก นักรัฐศาสตร์จากสถาบันคลังสมอง Political Capital ในบูดาเปสต์ กล่าวว่า "พรรค Fidezs มีแก่นการนิยามตัวเองว่าเป็นอนุรักษ์นิยม เป็นมิตรกับครอบครัว และคุ้มครองเด็ก" แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ลงคะแนนเสียงมองว่า Fidezs "มือถือสากปากถือศีล" คือการที่พวกเขาให้อภัยโทษคนล่วงละเมิดเด็ก จนเป็นเหตุให้ โนวัค ผู้ให้อภัยโทษต้องลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งมีหลายคนมองว่าออร์บานบีบบังคับให้เธอลาออกหลังมีเรื่องอื้อฉาวนี้
ในเดือน กุมภาพันธ์ 2024 มาจาร์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อแสดงความไม่พอใจออร์บานอย่างหนัก กล่าวหาว่าออร์บานกับพรรคพวกมีความขี้ขลาดตาขาวในการจัดการเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเอาข้อมูลจากรัฐบาลมาแฉเนื่องจากที่เขามีความใกล้ชิดกับรัฐบาล Fidesz มาก่อน โดยบอกว่า "มีไม่กี่ครอบครัวที่เป็นเจ้าของประเทศครึ่งประเทศ" มีผู้ชมวิดีโอการให้สัมภาษณ์ของมาจาร์ในครั้งนี้เกือบ 3 ล้านครั้ง โดยที่ฮังการีมีประชากรน้อยกว่า 10 ล้านคน
หลังจากนั้น มาจาร์จึงประกาศเข้าร่วมพรรค TISZA โดยที่พรรค TISZA เป็นพรรคใหม่ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2020 มีจุดยืนอนุรักษ์นิยมขวากลาง แต่ก็สนับสนุนสหภาพยุโรป หลังจากที่มาจาร์เข้าไปเป็นสมาชิกพรรค พรรคนี้ก็กลายเป็นพรรคที่มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว ฝ่ายของมาจาร์เองก็ไต้เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งในพรรคอย่างรวดเร็วจนกระทั่งได้เป็นหัวหน้าพรรค และทำให้พรรค TISZA ได้รับคะแนนเสียง 30% ของชาวฮังการีในการเลือกตั้งสภายุโรปปี 2024 ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
มีมุมมองที่ว่าชาวฮังการีเริ่มเบื่อหน่ายที่จะอยู่ภายใต้การปกครองของออร์บาน แต่ก็ไม่มีพรรคฝ่ายค้านที่น่าเชื่อถือมากพอที่จะเป็นทางเลือกอื่นสำหรับพวกเขา แต่หลังจากที่พรรค TISZA บูมขึ้นมา พวกเขาก็ได้รับการขนานนามในหน้าสื่อว่า เป็นพรรคที่แผ่อิทธิพลครอบคลุมไปทั่วฮังการี
ในการหาเสียงมาจาร์เน้นประเด็นในประเทศตัวเองอย่างมาก เช่น เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการทุจริตคอร์รัปชัน มีการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนในท้องถิ่นโดยการอยู่รอหลายชั่วโมงหลังการปราศรัยสิ้นสุดลงแล้วเพื่อพบปะกับคนในท้องถิ่นต่อ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวโจมตีออร์บานในเรื่องการสร้างภาพเพื่อคงไว้ซึ่งการทุจริตคอร์รัปชัน โดยบอกว่าการที่ออร์บานสร้างภาพให้ตัวเองดูเป็นผู้ปกป้องอธิปไตยเขตแดนของชาตินั้นเป็นแค่ "การบิดเบือนความจริงให้ดูดี ...เพื่อซ่อนกลไกทางอำนาจอิทธิพลที่ยังคงดำเนินต่อไป แล้วก็ตักตวงผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากมัน"
ทางเลือกต่อต้านออร์บานที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ยังมีความเคลือบแคลง
แม้ผู้สนับสนุนจำนวนมากมองว่ามาจาร์เป็นโอกาสที่การเมืองฮังการีจะได้ "ตั้งต้นใหม่" แต่ชาวฮังการีจำนวนมากที่ต่อต้านออร์บานก็ไม่ได้เชื่อใจมาจาร์ไปเสียทั้งหมด นักวิเคราะห์มองว่าถึงแม้ว่าจะมีการลงคะแนนเลือกมาจาร์ แต่ก็เป็นการโหวตเพื่อต่อต้านออร์บานเสียมากกว่า
เครโกกล่าวว่า กลุ่มที่สนับสนุนมาจาร์นั้นมาจากกลุ่มคนที่มีหลายอุดมการณ์มาก ทั้งอนุรักษ์นิยมฝ่ายขวา ไปจนถึงเสรีนิยมและฝ่ายซ้ายระดับฮาร์ดคอร์ เป็นที่น่าจับตาว่าเขาจะรักษาความเป็นเอกภาพของแนวร่วมได้หรือไม่ และการปฏิรูประบบการเมืองทีละขั้นตอนแบบที่เขาพูดไว้จะออกมาในรูปแบบใด
นอกจากนี้มาจาร์ยังมีความน่าเคลือบแคลงในประเด็นด้านความหลากหลายทางเพศด้วย มีข้อสังเกตว่ามาจาร์ ไม่ได้พูดถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศเลยในการหาเสียงของเขา ซึ่งนักกิจกรรมสิทธิคนรักเพศเดียวกันในบูดาเปสต์มองว่า การที่มาจาร์ระมัดระวังที่จะพูดในเรื่องนี้ เป็นทั้งสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ก็น่ากังวลไปพร้อมๆ กัน
ทามาส บอมโบส ผู้อำนวยการ Hatter Society ที่เป็นองค์กรคนรักเพศเดียวกันกล่าวว่า การที่มาจาร์และผู้สมัครคนอื่นๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้พูดเรื่องความหลากหลายทางเพศเลยนั้น นับเป็นการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์และยุทธิวิธีการหาเสียงเลือกตั้ง
"พวกเขาไม่ต้องการให้ประเด็นนี้เข้ามามีอิทธิพลในการหาเสียงเลือกตั้ง พวกเขาหลีกเลี่ยงมันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขาเน้นประเด็นที่จะไม่ทำให้เกิดความคิดเห็นขัดแย้งกัน อย่างเช่นประเด็นบริการสุขภาพและปัญหาคอร์รัปชัน" บอมโบสกล่าว
แต่ในขณะเดียวกันบอมโบสก็มองว่า มันเป็นเรื่องน่ากังวลกับการที่มาจาร์ "ไม่ได้สื่อถึงความมุ่งมั่นใดๆ ที่ชัดเจนต่อประเด็นสิทธิ LGBTQI+" ถึงแม้ว่าเขาจะให้สัญญาว่าจะยุติการลิดรอนสิทธิที่รัฐบาลออร์บานกระทำมาโดยตลอดหลายปีก็ตาม
เรียบเรียงจาก
Peter Magyar wins Hungary election, unseating Viktor Orban after 16 years, Aljazeera, 12-04-2026
https://www.aljazeera.com/news/2026/4/12/hungary-election-early-results-show-magyars-tisza-ahead-of-orbans-fidesz
Who is Péter Magyar, the candidate who ousted Hungary’s Orbán?, CNN, 14-04-2026
https://edition.cnn.com/2026/04/12/europe/hungary-peter-magyar-profile-latam-intl
New Hungarian PM's campaign silence on gay rights worries activists, RFI, 15-04-2026
https://www.rfi.fr/en/international/20260415-new-hungarian-pm-s-campaign-silence-on-gay-rights-worries-activists-lgbtqi
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Hungarian_parliamentary_election