การเจรจาโควต้าประธาน กมธ. 6 พรรคมีรายงานว่าเจรจากันลงตัว โดย ภูมิใจไทย ได้ทั้งหมด 14 คณะ รวม ป.ป.ช.-ความมั่นคง-พลังงาน พรรค ปชน. ได้คุม 9 คณะ การกฎหมาย-องค์กรอิสระ-ทหาร พรรคเพื่อไทย ได้ 5 คณะ อุดมศึกษา-การเกษตร-แรงงาน
23 เม.ย. 2569 เว็บไซต์มติชนออนไลน์ The Standard และ The Reporters รายงานวันนี้ (23 เม.ย.) เมื่อเวลา 14.40 น. ที่รัฐสภา ธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทน 6 พรรคการเมืองมีสัดส่วนได้ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะว่า ประธานสภาฯ ได้นัด 6 พรรคการเมืองที่มีสัดส่วนได้ประธาน กมธ.มาหารืออีกรอบ ซึ่งทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม และพรรคไทรวมพลัง ทุกคนได้พูดคุยกันและเห็นว่าเป็นการทำงานร่วมกัน ทุกคนยอมแพ้ในสิ่งที่ตัวเองยืน แม้จะมีหลายคณะที่หลายพรรคมีความต้องการที่ตรงกัน จึงทำให้ได้ข้อสรุปโดยดี ส่วนคณะกรรมาธิการที่มีข้อถกเถียงกันก่อนหน้านี้นั้น จริงๆ เป็นสิ่งที่ทุกพรรคอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำงาน วันนี้จึงได้มีการพูดคุยกันมากขึ้น ได้มีการแลกเปลี่ยนเพื่อทำงานร่วมกัน และทุกคนถอยร่วมกันจึงทำให้ได้ข้อตกลงร่วมกัน
ต่อกรณีที่สื่อถามว่า กมธ.ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้ตามที่มีรัฐมนตรีสังกัดกระทรวงหรือไม่ ธนยศ กล่าวว่า ไม่ใช่ เราไม่ได้มองว่ารัฐมนตรีอยู่ในกระทรวงไหน เราต้องได้กระทรวงนั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าจะได้กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยสังกัดดูแล อยู่ที่การพูดคุย ซึ่งทุกคนอยากให้เดินหน้าทำงานในสภาฯ ให้ดีที่สุด และคิดว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะทุก กมธ.มีความสำคัญหมด และการทำงานใน กมธ.เป็นการทำงานร่วมกัน
เมื่อสื่อถามว่าฝ่ายค้านแฮปปี้ใช่หรือไม่ ธนยศ กล่าวแซวปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า “ยิ้มหน่อยๆ” ก่อนที่จะโยนให้ปกรณ์วุฒิ เป็นผู้ตอบคำถาม
โดยปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เหมือนที่ทางวิปรัฐบาลได้ตอบไป แน่นอนว่าครั้งที่ผ่านมาเราอาจมีการถกเถียงเรื่องของกระบวนการ แต่เขาเชื่อเช่นกันและเห็นตรงกันว่า ท้ายที่สุดก็จบลงบนการเจรจาร่วมกัน น่าจะได้ประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย เพราะได้พูดคุยกันตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และยอมถอยคนละก้าว ทุกพรรคก็เดินได้ ซึ่งค่อนข้างโอเคทั้ง 2 ฝ่าย จับมือทำงานร่วมกันด้วยกัน ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็เห็นตรงกันว่าการทำงาน กมธ. แม้ว่าเขาจะเป็น สส.มา 2 สมัย และบางครั้งนั่ง กมธ.ที่ประธาน กมธ.เป็นคนละฝ่าย แต่การทำงานก็เป็นไปด้วยดี
สำหรับโควต้าประธานคณะกรรมาธิการฯ มีดังนี้
เริ่มจากพรรคภูมิใจไทย ได้ทั้งหมด 14 คณะ ประกอบด้วย
- กมธ.แก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ
- กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ
- กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค
- กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน
- กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- กมธ.การปกครอง
- กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ
- กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.)
- กมธ.การพลังงาน
- การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา
- กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
- กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- กมธ.การอุตสาหกรรม
- กมธ.การตำรวจ
พรรคประชาชน ได้ 9 คณะ ประกอบด้วย
- กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
- กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน
- กมธ.คมนาคม
- กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ
- การทหาร
- กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
- กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ
- กมธ.การสวัสดิการสังคม
- กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย
ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ 5 คณะ ประกอบด้วย
- กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
- กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ 3.กมธ.การแรงงาน
- กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
- กมธ.การศึกษา
พรรคกล้าธรรม ได้ 4 คณะ ประกอบด้วย
- กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร
- กมธ.การกีฬา
- กมธ.การท่องเที่ยว
- กมธ.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 2 คณะ ประกอบด้วย
- กมธ.การสาธารณสุข
- กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ป.ป.ง.)
พรรคเพื่อไทรวมพลัง ได้ 1 คณะ คือ กมธ.การต่างประเทศ
