การุณย์ คูเจริญชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 7 อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการ พรรคกล้าธรรม อภิปรายต่อรัฐสภาในวาระที่คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่สอง โดยการุณย์อภิปรายถึงหลายประเด็นของชายแดนทางภาคเหนือของไทยที่ จ.เชียงใหม่ อาทิ ปัญหาสิทธิสถานะทางทะเบียนของพี่น้องชาติพันธุ์, การส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดน, สิทธิที่ดินทำกิน และเรื่องสาธารณสุขชายแดน
การุณย์กล่าวว่าหลังจากที่ตนได้อ่านเอกสารแถลงนโยบายของ ครม. ที่นายกฯ ได้แถลงต่อสภา อ่านหลายรอบแล้วก็พบว่าดูดี แต่เขียนกว้างๆ ไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจน ไม่เห็นทิศทางการให้น้ำหนักที่ชัดเจน ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ทำก่อนหรือหลัง ทำได้หรือไม่ สโลแกนหาเสียงของท่านรอบที่แล้ว “พูดแล้วทำ” รอบนี้ “พูดแล้วทำพลัส” โดยพลัสหมายถึงการเพิ่มผลงานให้ครอบคลุมเป็นรูปธรรมมากขึ้น อย่าให้เป็นพลัดที่สะกดด้วย ด.เด็ก เพราะจะกลายเป็นความหมายว่าตกหล่น
การุณย์กล่าวว่าตนเองขอเป็นตัวแทนชายแดนของภาคเหนือ เพื่อเป็นเสียงให้กับพี่น้องในหุบเขาที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ กว่า 700 กิโลเมตร หัวเมืองหน้าด่านทางเศรษฐกิจและการเกษตรที่มักถูกลืม พี่น้องลุ่มน้ำฝางที่หล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศด้วยพืชผลทางการเกษตร แต่ที่ผ่านมาพวกเขากลับรู้สึกเป็นเหมือนพลเมืองที่ถูกลืม วันนี้เมื่อท่านนายกประกาศนโยบายรัฐบาล ตนจึงต้องมาทวงถามแทนพี่น้องในเขต 7 ว่านโยบายเหล่านี้จะมาถึงดอยและหุบเขาของพี่น้องหรือไม่
การุณย์กล่าวว่าเชียงใหม่เขต 7 เราคือแหล่งปลูกส้มสายน้ำผึ้ง ลิ้นจี่ และพืชเมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่เกษตรกรกำลังถูกบีบด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นหลายอย่าง เช่น น้ำมัน ปุ๋ย และยา พุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ฝากเรื่องนโยบายเปลี่ยนโฉนดด้วย อันนี้มาก รัฐบาลต้องทำต่อไป ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้องเกษตรกรต้องทำกินด้วยความหวาดกลัวว่าจะโดนประกาศทับที่อีกเมื่อไหร่
“ผมขอเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์แปรรูปสินค้ามูลค่าสูงในอำเภอฝาง แม่อาย หรือไชยปราการ เพื่อไม่ให้เราเป็นแค่แหล่งปลูก แต่ต้องเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ส่งออกไปทั่วโลกได้จริง ไม่ใช่เพียงขายส้มตกเกรด กิโลกรัมละไม่กี่บาท”
การุณย์กล่าวว่าอยากให้รัฐบาลของท่านมีนโยบายส่งเสริมจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนและโลจิสติกส์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดน ด่านกิ้วผาวอก อ.เชียงดาว ตรงข้ามเมืองสาด รัฐฉาน ประเทศเมียนมา, จุดผ่อนปรนหลักแต่ง อ.เวียงแหง ตรงข้ามเมืองสาด เมืองทา รัฐฉาน , จุดผ่อนปรนช่องทางสันต้นดู่ ใน อ.แม่อาย คือโอกาสที่รัฐบาลมองข้ามมานาน
“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งยกระดับการค้าชายแดน เชื่อมต่อเส้นทางเชียงใหม่สู่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเปิดประตูการค้าฝั่งตะวันตก เป้าหมายคือเชื่อมโยงการค้ากับสหภาพพม่าเพื่อให้คนชายแดนเหนือบ้านเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นบ้าง ไม่ใช่ถูกลืมเหมือนที่ผ่านๆ มา”
การุณย์กล่าวว่าการคมนาคมเส้น 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ต้องอัปเกรดสู่มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขนส่งและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไม่ให้เป็นเส้นทางที่อันตรายและล่าช้า
ประเด็นเรื่องสาธารณสุขชายแดนและปัญหาฝุ่นควัน การุณย์กล่าวว่า ท่านนายกฯ เคยดำรงตำแหน่ง รมว.สธ. คงรู้ดีว่า รพ.ในพื้นที่ห่างไกล เช่น รพ.ฝาง, รพ.แม่อาย ต้องแบกรับภาระหนักแค่ไหน นโยบายของรัฐบาลใหม่ในขณะนี้ฝากติดตามเรื่องการเพิ่มงบประมาณ รพ.ชายแดน และงบการก่อสร้างอาคารที่พักของบุคลากรด้วย ตอนนี้จะไม่เหลือคนทำงานแล้ว งานก็เยอะ ค่าตอบแทนก็น้อยและยังได้ไม่ตรงเวลา และยังต้องออกไปเช่าที่พักเองด้วย คนทำงานจะไม่ไหวกันแล้วครับ เงินไม่พอแต่งานไม่ลด หลายคนลาออกจาก รพ.ของรัฐ ไปสมัคร รพ.เอกชน กันหมด ทำให้ รพ.ของรัฐ ขาดแคลนบุคลากร มีผลต่อการให้บริการพี่น้องประชาชน เราต้องการงบสนับสนุนพิเศษสำหรับการบริหารจัดการกลุ่มประชากรแฝงและพี่น้องชาติพันธุ์ที่ยังตกหล่นสิทธิขั้นพื้นฐาน
ส่วนเรื่อง PM 2.5 การุณย์กล่าวว่านโยบายพูดแล้วทำพลัสของท่านนายกฯ ต้องรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อลดการเผาข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่รอให้ฝนตกแล้วจบไป
“ท่านนายกฯ เคยกล่าวไว้ว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมอยากถามท่านว่า คำว่า “ใคร” ของท่าน รวมไปถึงพี่น้องลาหู่ ลีซู ม้ง อาข่า ดารางอาง (ปะหล่อง) ไทใหญ่ และจีนยูนนานในเขตพื้นที่ของผมด้วยหรือไม่ บัตรประชาชนคือกุญแจชีวิตของพวกเขา ใน อ.ฝาง แม่อาย ไชยปราการ ยังมีพี่น้องอีกหลายพันคนที่เกิดในไทย โตในไทย พูดภาษาไทยชัด แต่เขายังถือบัตรหัวศูนย์อยู่เลย หรือบัตรไม่มีสถานะทางทะเบียน ความล่าช้าคือความอยุติธรรม กระบวนการพิสูจน์สัญชาติในปัจจุบัน มันติดขัดที่ระเบียบปฏิบัติมากมายหลายอย่าง และทัศนคติของผู้ปฏิบัติงานบางกลุ่ม”
การุณย์กล่าวว่าอยากฝากข้อเสนอถึงรัฐบาล ให้นโยบายดิจิทัลภาครัฐของท่านอนุทินนำมาใช้ในการปฏิรูปการให้สัญชาติให้รวดเร็ว โปร่งใส ให้สมกับที่ท่านพูดว่า “พูดแล้วทำพลัส” ด้วย ทำเรื่องนี้ให้จบภายในปี 2570 ได้ไหมครับ
การุณย์กล่าวว่าในพื้นที่ของตนยังมีเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่ง คือเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย
“พี่น้องหลายคนในอำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าไม้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ผมขอทวงถามนโยบายการปรับปรุงแนวเขตที่ดิน One Map กับรัฐบาล ท่านต้องมีความเป็นธรรม ไม่ใช่เอากฎหมายมาไล่คนออกจากบ้านเกิดที่เขาอยู่มาเป็นร้อยปี รัฐบาลต้องรับรองสิทธิในที่ดินทำกินให้พวกเขาได้ลืมตาอ้าปาก ไม่ใช่ทำกินไปหวาดระแวงคุกตารางไป”
การุณย์กล่าวว่านโยบายเรื่องรัฐสวัสดิการ นายกฯ เคยดำรงตำแหน่ง รมว.สธ คงทราบดีว่าความเจ็บป่วยนั้นไม่ถามหาสัญชาติ
“วันนี้พี่น้องชาติพันธุ์ที่ไม่มีบัตร ยังเข้าไม่ถึงสิทธิการรักษาที่เท่าเทียม พอไปรักษาที่ รพ.ของรัฐ แล้วไม่มีเงินจ่ายก็ต้องติดค้างไว้ ไปตามเก็บไม่ได้ พอ รพ.รัฐเบิกไม่ได้ก็มีปัญหาตามมาเรื่องการขาดแคลนงบประมาณอีก”
“ลูกหลานชาติพันธุ์ในเขต 7 เชียงใหม่ของผมเรียนเก่งมาก แต่พอจบ ม.6 หลายคนไปต่อไม่ได้ เพราะติดเรื่องสถานะ รัฐบาลต้องมีนโยบายทุนสนับสนุนการศึกษาไร้พรมแดน เพื่อให้เด็กเหล่านี้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด เป็นหมอ เป็นครู เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนต่อไป”
“พี่น้องชาติพันธุ์ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องจัดการ แต่คือพลังที่จะขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งเรื่องกาแฟ โกโก้ สตอเบอร์รี่ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หากรัฐบาลของท่านกล้าที่จะปลดล็อกพันธนาการเรื่องสถานะและสิทธิที่ดิน ท่านจะได้แรงงานฝีมือดี ท่านจะได้ภาษีเพิ่มขึ้น ท่านจะได้หัวใจของพี่น้องชาวเขาที่พร้อมจะปกป้องชายแดนยิ่งกว่าชีวิต อย่าให้ความเป็นคนถูกจำกัดด้วยรหัสตัวเลขให้บัตรประชาชน คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้พี่น้องชาวเชียงใหม่เขต 7 ของผมด้วย”
การุณย์กล่าวว่า อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการ ไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวชั่วครั้งชั่วคราว แต่เราคือหัวใจของความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงชายแดนเหนือ นโยบายของรัฐบาลท่านอนุทินรอบนี้ ถ้าทำได้จริงตามที่แถลงไว้ ตนและพี่น้องชาวเชียงใหม่เขต 7 พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ถ้าสุดท้ายเป็นคำพูดเอาหล่อ เอาสวยหรู ไปไม่ถึงตีนดอย ตนก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่สุด อย่าให้คนฝาง แม่อาย ไชยปราการต้องรอเก้อ เพราะคำสัญญาที่ว่า “พูดแล้วทำพลัส” ต้องหมายถึงทำเพื่อทุกคน ไม่ใช่แค่บางพื้นที่
