Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • รายงานวิทยาศาสตร์ปี 2026 อ้างอิงงานวิจัยกว่า 350 ชิ้น เปิดเผยว่ามนุษย์สัมผัสไมโครพลาสติกตลอด 24 ชั่วโมงจากแหล่งที่คาดไม่ถึง ตั้งแต่ถุงชา กาต้มน้ำ ไปจนถึงสีทาบ้านและเสื้อผ้า
  • ทารกและเด็กเล็กคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด โดยได้รับไมโครพลาสติกตั้งแต่ในครรภ์ผ่านรก และยังคงสัมผัสต่อเนื่องผ่านนมแม่ ขวดนม นมผง และของเล่น
  • รายงานเตือนว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพจากไมโครพลาสติกนั้น "น่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ อาจร้ายแรง และส่งผลต่อทั้งคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต" พร้อมเรียกร้องตั้งแต่ระดับบุคคลและภาครัฐลงมือแก้ไขแต่เนิ่น ๆ


ภาพจาก: Keira Burton/Pexels 

จากรายงาน Exploring Everyday Microplastic Exposures: Recent Evidence of Products Delivering Microplastic to Humans ที่เผยแพร่ในปี 2026 เปิดเผยขอบเขตที่น่ากังวลของการสัมผัสไมโครพลาสติกในชีวิตประจำวัน โดยอ้างอิงงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 350 ชิ้น รายงานที่จัดทำโดย ดร.เฮเทอร์ เอ. เลสลี (Heather A. Leslie) นักวิทยาศาสตร์อิสระในอัมสเตอร์ดัม บรรยายถึง "พายุไมโครพลาสติก" ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากแหล่งที่มามากมายทั้งที่เคยถูกมองข้ามและที่เพิ่งถูกค้นพบ โดยบรรยายไมโครพลาสติกว่าเป็น "สารมลพิษที่แพร่หลาย อุดมสมบูรณ์ มองไม่เห็น และนำพาส่วนผสมของสารเคมีติดมาด้วย ซ่อนตัวอยู่ทุกมุมของชีวิตเรา ตั้งแต่ก่อนเกิด"

ไมโครพลาสติกคืออนุภาคพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เกิดจากการสลายตัวของพลาสติกขนาดใหญ่และจากการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันพบได้ทุกที่ตั้งแต่น้ำดื่มบรรจุขวด อุจจาระของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม บริเวณยอดเขาเอเวอเรสต์ ไปจนถึงเลือดและอวัยวะภายในของมนุษย์ รายงานฉบับนี้ได้รับมอบหมายจาก Plastic Soup Foundation องค์กรในเนเธอร์แลนด์ โดยจัดการปล่อยไมโครพลาสติกออกเป็น 5 หมวดหมู่ ได้แก่ อาหารและบรรจุภัณฑ์ แหล่งกลางแจ้ง สภาพแวดล้อมในบ้าน ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก และการดูแลสุขภาพและการดูแลส่วนตัว

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือรายงานพบว่าพลาสติกมีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ ข้อมูลจากโครงการ PlastChem ปี 2025 ระบุว่ามีสารเคมีมากกว่า 16,000 ชนิดที่ถูกเติมลงในพลาสติก โดยในนั้นมีถึง 4,200 ชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์พลาสติกชิ้นเดียวอาจมีสารเคมีเหล่านี้มากถึง 400 ชนิด ดังนั้น ทุกครั้งที่เราสัมผัสไมโครพลาสติก เราไม่ได้รับแค่อนุภาคพลาสติก แต่รับสารเคมีอันตรายที่ปนมาด้วยเป็นชุด

โฆษณา - Advertising

'ห้องครัวและโต๊ะอาหาร' แหล่งไมโครพลาสติกที่ใกล้ตัวที่สุด


ภาพจาก: Daniel Andraski/Pexels 

หนึ่งในข้อค้นพบในรายงานที่น่ากังวล คือปริมาณไมโครพลาสติกที่เราได้รับผ่านอาหารและการเตรียมอาหารในชีวิตประจำวัน อาหารทะเลที่คนไทยบริโภคเป็นประจำก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน หอยแมลงภู่และหอยนางรมมีไมโครพลาสติกเฉลี่ยสูงถึง 0.36–0.47 อนุภาคต่อกรัม โดยนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าผู้บริโภคอาหารทะเลชาวยุโรปอาจกินไมโครพลาสติกเข้าไปถึง 11,000 อนุภาคต่อปีจากหอยเพียงอย่างเดียว ปลาและสัตว์ทะเลประเภทอื่น ๆ เช่น ปูน้ำเงิน กุ้ง และปลาซาร์ดีน ต่างก็มีไมโครพลาสติกในระดับที่แตกต่างกัน โดยซาร์ดีนมีความเข้มข้นสูงที่สุดในกลุ่มนั้นถึง 2.9 มิลลิกรัมต่อกรัมเนื้อเยื่อ

วิธีการเตรียมอาหารในครัวเพิ่มไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมาก เขียงพลาสติกที่ใช้หั่นอาหารทุกวันปล่อยไมโครพลาสติกหลายร้อยอนุภาคต่อการหั่นแต่ละครั้ง และยิ่งกดแรงหรือใช้มีดในมุมที่ต่างกัน ยิ่งปล่อยมาก ชามผสมอาหารพลาสติกปล่อยไมโครพลาสติกระหว่าง 300 ถึง 900 อนุภาคต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง ส่วนกาต้มน้ำพลาสติกใหม่ปล่อยไมโครพลาสติกมากถึง 5 ถึง 35 ล้านอนุภาคต่อลิตรในช่วงสัปดาห์แรกของการใช้งาน แม้ปริมาณจะลดลงเรื่อยๆ ตามการใช้งาน

ที่น่ากังวลที่สุดในหมวดนี้คือถุงชาสังเคราะห์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าถุงชาเปล่าใบเดียวเมื่อชงด้วยน้ำร้อน 95 องศาเซลเซียสนาน 5 นาที สามารถปล่อยไมโครพลาสติกได้มากถึง 2.3 ล้านอนุภาค และนาโนพลาสติกอีกกว่า 14,700 ล้านอนุภาคต่อถ้วย การอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติกด้วยไมโครเวฟก็เป็นอีกจุดเสี่ยงสำคัญ โดยบางการศึกษารายงานว่าสามารถปล่อยไมโครพลาสติกได้สูงถึง 1 ล้านอนุภาคต่อลิตร และหากใช้ภาชนะประเภทนี้บรรจุอาหารทุกวัน ประมาณการณ์ว่าจะกินไมโครพลาสติกเข้าไปถึง 150 ล้านอนุภาคต่อปีต่อคน

โฆษณา - Advertising

ไมโครพลาสติกยังซ่อนอยู่ในอาหารพื้นฐานที่เราบริโภคทุกวัน ข้าวที่ซื้อในออสเตรเลียพบว่ามีโพลีเอทิลีนอยู่ในทุกตัวอย่างที่ทดสอบ น้ำตาลในตุรกีพบไมโครพลาสติกเฉลี่ยถึง 291 อนุภาคต่อกรัม และเกลือทะเล 90% ของแบรนด์ทั่วโลกพบว่ามีไมโครพลาสติกปนเปื้อน แม้แต่หมากฝรั่งที่เคี้ยวทุกวันก็มีพลาสติกเป็นส่วนผสมโดยตรงในรูปของ "ฐานยางสังเคราะห์" ซึ่งจากการวิจัยพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งหนึ่งชั่วโมงสามารถปล่อยไมโครพลาสติกได้มากถึง 250,000 อนุภาคเข้าสู่น้ำลาย

'เด็กแรกเกิดถึงผู้ป่วยในโรงพยาบาล' กลุ่มเปราะบางที่สัมผัสมากที่สุด

รายงานฉบับนี้ยังเปิดเผยว่าทารกและเด็กเล็กสัมผัสไมโครพลาสติกในระดับที่สูงกว่าผู้ใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ และการสัมผัสเริ่มต้นก่อนการคลอดเสียด้วยซ้ำ โดยพบไมโครพลาสติกในน้ำคร่ำ รก และเลือดจากสายสะดือ

หลังคลอด ทารกยังคงได้รับไมโครพลาสติกจากหลายช่องทาง นมแม่มีไมโครพลาสติกระหว่าง 0.20 ถึง 2.74 อนุภาคต่อกรัม ส่วนนมผงสำหรับทารกพบว่ามีไมโครพลาสติกตั้งแต่น้อยกว่า 1 ถึง 17.3 อนุภาคต่อกรัมขึ้นอยู่กับยี่ห้อและบรรจุภัณฑ์ แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่ามาจากขวดนมพลาสติกที่ใช้ชงนมผง ซึ่งพบว่าในภาวะการใช้งานปกติสามารถปล่อยไมโครพลาสติกได้ถึง 16.2 ล้านอนุภาคต่อลิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้น้ำร้อนฆ่าเชื้อขวดก่อนใช้ ซึ่งจะทำให้ผนังด้านในของขวดเสื่อมสภาพและปล่อยไมโครพลาสติกมากขึ้น

ของเล่นในบ้านก็เป็นแหล่งสำคัญที่ถูกมองข้าม บล็อกตัวต่อพลาสติกชนิดยอดนิยมที่เด็กๆ ชื่นชอบปล่อยอนุภาค PET, PVC และโพลีโพรพิลีนสู่อากาศและฝุ่นบนพื้นอย่างต่อเนื่อง แผ่นรองคลานสำหรับทารกปล่อยไมโครพลาสติกได้สูงถึง 27 อนุภาคต่อตารางเมตรต่อวัน และยังพบว่าการเล่นกลางแจ้งในสนามเด็กเล่นก็ไม่ปลอดภัย เพราะทรายในสนามเด็กเล่นในออสเตรเลียพบไมโครพลาสติก 72 อนุภาคต่อกิโลกรัม สูงกว่าบริเวณรอบๆ สนามถึงกว่าเท่าตัว เหตุที่เด็กได้รับอันตรายสูงกว่าเพราะพวกเขาหายใจอากาศมากกว่าเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว และใช้เวลาสัมผัสกับฝุ่นบนพื้นมากกว่าผู้ใหญ่อย่างชัดเจน

โฆษณา - Advertising

ในสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ ปัญหาเรื้อรังนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น ห้องผ่าตัดเป็นพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของไมโครพลาสติกสูงมาก โดยสามารถสะสมได้ถึง 9,258 อนุภาคต่อตารางเมตรในช่วงกะทำงานเพียง 12 ชั่วโมง อุปกรณ์การแพทย์จำเป็นหลายชนิดกลายเป็นช่องทางนำพลาสติกเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสายน้ำเกลือมาตรฐานที่พบว่ามีโพลีโพรพิลีนมากถึง 7,500 อนุภาคต่อตัวอย่าง สายสวนหัวใจที่ทดสอบแล้วพบว่าปล่อยไมโครพลาสติกเฉลี่ยกว่า 500 อนุภาคต่อการใช้งาน รากเทียมกระดูก ไปจนถึงเต้านมเทียมซิลิโคนที่สลายและปล่อยอนุภาคซิลิโคนขนาด 2 ไมโครเมตรเข้าสู่เนื้อเยื่อและต่อมน้ำเหลืองโดยรอบ ปัญหานี้เฉียบพลันเป็นพิเศษในหน่วยดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด ซึ่งทารกที่ได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำอาจรับไมโครพลาสติกได้ถึง 115 อนุภาคในช่วง 72 ชั่วโมงจากวงจรน้ำเกลือเพียงอย่างเดียว

'ในบ้าน กลางแจ้ง และชั้นบรรยากาศ' ก็หนีไมโครพลาสติกไม่พ้น


ภาพจาก: GaNesh Gyawalee/Pexels 

ภัยคุกคามจากไมโครพลาสติกไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจาน แต่ยังล้อมรอบเราทุกด้าน สีทาบ้านซึ่งส่วนใหญ่มีสารยึดเกาะที่เป็นพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลัก กลายเป็นแหล่งมลพิษในบ้านที่ถูกมองข้าม นักวิจัยประเมินว่าสีเพียงชั้นเดียวที่ทาบนพื้นที่ 100 ตารางเมตรอาจมีอนุภาคพอลิเมอร์ระหว่าง 17 ถึง 68 ล้านล้านล้านอนุภาค และเมื่อสีเสื่อมสภาพหรือถูกขูดออกระหว่างการปรับปรุงบ้าน อนุภาคเหล่านี้จะแพร่กระจายสู่อากาศภายในบ้าน ข้อมูลจากเนเธอร์แลนด์ระบุว่าการสึกหรอของชั้นสีและการลอกสีเก่าออกก่อให้เกิดไมโครพลาสติก 490 ตันต่อปีในประเทศเดียว

เส้นใยสังเคราะห์จากเสื้อผ้าก็เป็นปัญหาใหญ่ เสื้อผ้าโพลีเอสเตอร์แบบถักปล่อยไมโครพลาสติกได้มากถึง 347 อนุภาคต่อกรัมผ้าภายในเวลา 20 นาทีของการสวมใส่และเคลื่อนไหว โดยอากาศในโรงงานทอผ้าพบความเข้มข้นของไมโครพลาสติกสูงถึง 70,000 อนุภาคต่อลูกบาศก์เมตร และแม้แต่อากาศในสำนักงานทั่วไปก็พบถึง 26,000 อนุภาคต่อลูกบาศก์เมตร นักวิจัยประเมินว่าเด็กทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือนในบ้านที่มีพรมสังเคราะห์อาจสูดดมไมโครพลาสติกเข้าไปในอัตราที่สูงกว่าผู้ใหญ่มาก

โฆษณา - Advertising

กลางแจ้งก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน ยางรถยนต์ปล่อยอนุภาคยางออกมาอย่างต่อเนื่องระหว่างการขับขี่ โดยการประมาณการณ์ทั่วโลกชี้ว่าการสึกหรอของยางรถยนต์บนถนนทั่วโลกผลิตไมโครพลาสติกได้ถึง 5.9 ล้านตันต่อปี และในลอนดอน นักวิทยาศาสตร์วัดการสะสมของไมโครพลาสติกในอากาศกลางแจ้งได้ระหว่าง 575 ถึง 1,008 อนุภาคต่อตารางเมตรต่อวัน ขณะที่ในพื้นที่ธรรมชาติที่ห่างไกลในสหรัฐอเมริกา ไมโครพลาสติกยังคงตกสะสมในอัตรา 132 อนุภาคต่อตารางเมตรต่อวัน

นอกจากนี้ รายงานยังเตือนถึงภัยใหม่ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมาก นั่นคือการฉีดละอองลอยในชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratospheric Aerosol Injection หรือ SAI) ซึ่งเป็นเทคนิคทางวิศวกรรมสุริยะที่เสนอขึ้นเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน โดยการฉีดอนุภาคสะท้อนแสงเข้าไปในชั้นบรรยากาศที่ระดับความสูง 10 ถึง 20 กิโลเมตร รายงานพบว่ามีสิทธิบัตรหลายฉบับที่ระบุการใช้อนุภาคพอลิเมอร์พลาสติกขนาด 2–20 ไมโครเมตรในกระบวนการนี้ หากนำไปใช้จริง จะก่อให้เกิดแหล่งไมโครพลาสติกในอากาศระดับ "เทราสเกล" ซึ่งเทียบเท่ากับพันล้านกิโลกรัมต่อปี นักวิทยาศาสตร์และนักจริยธรรมสิ่งแวดล้อมหลายร้อยคนจากกว่า 50 ประเทศได้ออกมาคัดค้านเทคโนโลยีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่ามันเป็นการทดลองที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยในระดับโลก

"หลายคนยังคิดว่ามลพิษพลาสติกเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อมหาสมุทรและชายหาด ไม่ใช่สุขภาพของตัวเอง" มาเรีย เวสเตอร์บอส ผู้ก่อตั้ง Plastic Soup Foundation กล่าว "แต่สภาพแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่เองก็เป็นเครื่องสร้างไมโครพลาสติก และการสัมผัสเกิดขึ้นตลอดเวลาในแบบที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน"

แม้ผลกระทบระยะยาวของการสัมผัสไมโครพลาสติกยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม แต่รายงานระบุว่าความเสี่ยงนั้น "น่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ อาจร้ายแรง และส่งผลต่อทั้งคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต" พร้อมเรียกร้องตั้งแต่ระดับบุคคลและภาครัฐลงมือแก้ไขโดยไม่รอหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน เพราะในเวลานั้น อาจสายเกินไปแล้ว

โฆษณา - Advertising


ที่มา: 
Baby Formula, Paint, Breast Implants: Report Highlights ‘Overlooked’, ‘Emerging’ Sources of Microplastic Exposure (Martina Igini, Earth.Org, 10 April 2026) 
Exploring Everyday Microplastic Exposures: Recent Evidence of Products Delivering Microplastic to Humans (Heather A. Leslie, Plastic Soup Foundation, 2026) 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising