Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์จับคนร้ายลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ได้ 4 จาก 5 คนแล้ว เร่งตามตัววิโรจน์ เกตุมณี ยังหลบหนีอยู่ พร้อมประสาน ตม. และ ตชด. สกัดทุกช่องทาง มีแนวโน้มหนีไปต่างประเทศ โดยเฉพาะทางกัมพูชา เตรียมออกหมายแดงต่อทันที

 

16 เม.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก NBT Connext และยูทูบ The Reporters รายงานวันนี้ (16 เม.ย.) ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พล.ต.ต. ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ โดยระบุว่านับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อ 20 มี.ค. 2569 จนถึงปัจจุบันนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 จาก 5 คน ได้แก่ สมพร ลังเดช (คนประสานงาน ชี้เป้า) อลาวี อาแว (คนขับรถ) สุนทร พรหมภักดี (เจ้าของอู่ที่แยกชิ้นส่วนรถใช้ก่อเหตุ) ธนภัทร วัฒนภิญโญ (มือปืน) ซึ่งสามารถนำกำลังเข้าจับกุมได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ยังเหลืออีก 1 คนที่ยังไม่ถูกจับกุมคือ วิโรจน์ เกตุมณี มือปืน 

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานส่งหมายจับไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสกัดกั้นตามด่านตรวจและช่องทางธรรมชาติทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมีแนวโน้มและข้อมูลความเชื่อมโยงว่าอาจจะพยายามหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ หากพบว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศจริง ทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอออกหมายจับสากล หรือ หมายแดง ต่อไป

โฆษณา - Advertising

สำหรับการสืบสวนหาคนจ้างวานคนร้าย รอง ผบ.ตร. เผยว่าต้องสืบสวนหาพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ สมมติฐานเราอาจจะมีการตั้งหลายสมมติฐาน เช่น ลักขโมย จี้ ชิงปล้น แต่เราต้องสืบสวนจากที่เกิดเหตุว่าสมมติฐานมันสอดคล้องกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุหรือไม่ พยานหลักฐานไปถึงไหน การสืบสวนของตำรวจก็ไปถึงที่นั่น 

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทั้ง 4 คน สามารถสืบสวนหาผู้จ้างวานได้หรือไม่ รอง ผบ.ตร. ระบุว่า กลุ่มที่เราจับได้ตอนแรกซักทอดไป-มา คือสมพร ลังเดช ซักทอดไปที่ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ซึ่งคาดว่าถ้าได้ตัววิโรจน์ เรื่องต่างๆ น่าจะกระจ่างขึ้น แต่ต้องบอกว่าคำซักทอดกันเอง เรารับฟังอยู่แล้ว แต่ก็ต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน และอื่นๆ ที่ชุดสืบสวนจะเอามาประกอบ การสืบสวนไม่ได้อ้างอิงตามคำให้การอย่างเดียว 

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า มีผู้ให้การช่วยเหลือหลบหนีหรือไม่ เพราะว่าอย่างธนภัทร หรือเคี้ยง ก็ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดกาญจนบุรีเลย พล.ต.อ. สำราญ ระบุว่า ถ้ามีผู้ช่วยเหลือและเราทราบอย่างชัดเจน ก็จะมีการออกหมายจับเช่นกัน หรือปรากฏตัวต่อหน้าก็จะจับกุมเลยทันที 

ความเชื่อมโยงระหว่างวิโรจน์ และนาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ ผู้ให้ยืมรถ กอ.รมน. มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ในประเด็นนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กอ.รมน.เขาก็มีการไปแจ้งความ มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานครอบครองทรัพย์สินราชการทำให้เสียหาย และ ม. 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ก็จะเห็นว่า กอ.รมน.ไม่ได้มีการคุ้มครอง แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้ยืมรถกับผู้ก่อเหตุ จากการสอบสวนเขายืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง ทาง กอ.รมน. ก็มาแจ้งความ ซึ่งมีการกำชับชุดสืบสวนแล้วว่าให้ความจริงกระจ่างไม่ว่าฝ่ายใดจะได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ และยืนยันว่าทำเต็มที่แน่นอน 

“การเชื่อมโยงความมั่นคงหรือไม่ ผมก็ตอบชัดเจนแล้วว่า ฝ่าย กอ.รมน. เขาก็ไปแจ้งความแล้ว ผมเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง การสืบสวนสอบสวน ท่านแม่ทัพ (ภาค 4) ก็โทร.มาให้สืบสวนให้เต็มที่ตลอด ตั้งแต่แรกๆ” พล.ต.อ.สำราญ ระบุ 

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าถ้ามันเชื่อมโยงกับการเมืองจะเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่สืบสวนหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เขาตั้งประเด็นมูลเหตุจูงใจหลายประเด็น ซึ่งตัดอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าหลักฐานไปถึงไหน ก็ต้องไปเกี่ยวกับเรื่องนั้น ถ้าได้ตัววิโรจน์ มาอีกคนหนึ่ง ก็ค่อยๆ พิสูจน์ไปว่า เขาจะให้การว่าอย่างไร เราไปบังคับขู่เข็ญเขาให้การไม่ได้ วิทยาศาสตร์ก็ต้องเอามาประกอบกับคำรับ คำซักทอด หรือคำปฏิเสธ ต้องเอาหลักฐานวิทยาศาสตร์ไปจับ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising