มูลนิธิทำทางและเครือข่ายยื่นหนังสือถึงประกันสังคม ขอให้ประกันสังคมชี้แจงความคืบหน้าและเร่งแก้ปัญหาการเข้าถึง "สิทธิยุติการตั้งครรภ์" ของผู้ประกันตน หลังพบหลายโรงพยาบาลปฏิเสธไม่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ หรือปฏิเสธการออกใบส่งตัวให้แก่ผู้ประกันตน
5 พ.ค. 2569 มูลนิธิทำทางยื่นหนังสือถึงเลธิการประกันสังคม ขอให้ประกันสังคมชี้แจงความคืบหน้าและเร่งแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ของผู้ประกันตน หลังประกันสังคมเคยมีประกาศของสำนักงานประกันสังคม เลขที่ รง 0626/ว2225 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ระบุว่า "การยุติการตั้งครรภ์ถือเป็นสิทธิรักษา เช่นเดียวกับการเจ็บป่วยทั่วไป" ผู้ประกันตนสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ไม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และหากจำเป็นต้องส่งต่อก็ให้โรงพยาบาลตามสิทธิเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ตลอดระยะเวลามากกว่า 1 ปีที่ แนวทางปฏิบัตินี้ถูกประกาศออกไป มูลนิธิทำทางพบว่าผู้ประกันตนมีปัญหาในการใช้สิทธิยุติ การตั้งครรภ์อยู่
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิทำทางได้ยื่นหนังสือและขอเข้าพบผู้แทนสำนักงานประกันสังคม เพื่อขอให้แจ้งความคืบหน้าเรื่องแก้ปัญหาการเข้าถึง บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยของผู้ประกันตน โดยในวันดังกล่าวได้มีการชี้แจงนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหา 4 ระดับ จะทำงานร่วมกับมูลนิธิทำทาง จากทางผู้แทนสำนักงานประกันกันกันสังคม ดังนี้
1. รวบรวมโรงพยาบาลที่ไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่สำนักงานประกันสังคมได้ออกหนังสือเวียน ไปแจ้งไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภา 2568 โดยให้มูลนิธิทำทางแจ้งรายชื่อโรงพยาบาลที่พบว่าบริการไม่เป็นตามแนวปฏิบัติแก่สำนักงานประกันสังคม
2.เพิ่มการมีการทำงานที่ใกล้ชิดระหว่างมูลนิธิทำทางและสำนักงานประกันสังคม โดยมอบหมายให้มีผู้ประสานงานหลัก กรณีที่ผู้รับบริการไปรับบริการในสถานพยาบาลแล้วไม่ได้รับความสะดวก โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมเพื่อการดูแลเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์
3. สำนักงานประกันสังคมวางเป้าหมายว่าในปี 2570 การทำงานระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม มีบังคับใช้กลไกในการทำงานที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อประโยชน์และการเข้าถึงการบริการทางสุขภาพของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง
4.สำนักงานประกันสังคมจะทำหนังสือไปถึงคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช. )เพื่อให้โรงพยาบาลในสังกัดประกันสังคมเข้าร่วมเป็นโรงพยาบาลในเครือ สปสช. เพื่อขจัดปัญหาเรื่องการเบิกค่าใช้จ่ายของผู้รับบริการ
อย่างไรก็ดีมูลนิธิทำทางยังคงพบปัญหาเดิม มีผู้ประกันตนจำนวนมากยังไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้จริง โดยมีอุปสรรคในหลายระดับ เช่น
-กรณีอายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ของผู้ประกันตนที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ เมื่อใช้สิทธิพบว่าโรงพยาบาลสังกัดประกันสังคมหลายแห่งจะขอหนังสือส่งตัวจากโรงพยาบาลประกันสังคมตามสิทธิทั้งที่ไม่มีความจำเป็น และไม่เป็นไปตาม แนวปฏิบัติที่สำนักงานประสังคมกำหนดไว้
- กรณีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ ผู้ประกันตนมักถูกปฏิเสธการออกใบตัวส่งต่อ
- โรงพยาบาลประกันสังคมบางแห่งไม่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ และปฏิเสธการออกใบส่งตัว
- ผู้ประกันตนบางส่วนถูกเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตำหนิ หรือตีตราในการติดต่อขอรับบริการผู้ประกันตนที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย ยังไม่ทราบสิทธิและไม่สามารถเข้าถึงการบริการการยุติการตั้งครรภ์ภายใต้สิทธิของผู้ประกันตน
โดยข้อเท็จจริงที่ผู้ประกันตนพบอุปสรรคโดยละเอียดจะนำเสนอในวันที่เข้าพบ
มูลนิธิทำทางและเครือข่ายเห็นว่าปัญหานี้ชี้ถึงความล่าช้าในการขับเคลื่อนโยบายของสำนักงานประกันสังคมและพบว่ายังมีปัญหาในการประสานงานกับหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยเฉพาะสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แม้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง นับตั้งแต่มีประกาศ แต่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม
การเข้าพบและติตามครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสนอให้สำนักงานประกันสังคมเร่งดำเนินการ ดังนี้
1. นัดโรงพยาบาลในสังกัดเครือข่ายทุกแห่งในกรุงเทพมหานครที่ให้บริการการยุติการตั้งครรภ์ เพื่อการสร้างความชัดเจนในแนวทางให้บริการ เพื่อให้บุคลากรเข้าใจและสามารถให้บริการเกี่ยวการยุติการตั้งครรภ์ตามสิทธิ รวมถึงขั้นตอนการส่งต่อผู้ประกันตนให้ได้ รับบริการยุติการตั้งครรภ์ภายในเดือนพฤษภาคม 2569
2. มีระบบกำกับติดตามและตัวชี้วัดเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการได้จริงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และดำเนินการลงโทษโรงพยาบาลภายใต้สิทธิประกันสังคมที่ไม่ยอมออกใบส่งตัว ปฏิเสธการให้บริการ รวมถึงให้ข้อมูลมูลที่ไม่ เป็นความจริงแก่ผู้รับบริการ
3. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกในการส่งต่อที่เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องมีใบส่งตัว
4. สำนักงานประกันสังคมต้องผลักดันให้โรงพยาบาลในสังกัดสิทธิประสัมพันธ์และให้บริการเป็นภาษาที่ผู้ประกันตนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาลาว ภาษาพม่า ภาษากัมพูชา รวมถึงภาษาท้องถิ่นอื่นๆ รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ ของสำนักงานประกันสังคมและโรงพยาบาลประกันสังคมแต่ละแห่ง ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์
5. ขยายสิทธิให้ครอบคลุมบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยุติการครรภ์ เช่น การอัลตรา ซาวด์เพื่อนำไปรับบริการยุติการตั้งครรภ์ การอัลตราชาวด์หลังยุติการตั้งครรภ์เพื่อตรวจ สอบการแท้งสมบูรณ์ หรือการรักษาอาการแทรกช้อนที่เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ โดยที่ผู้ประกันตนไม่จำเป็นต้องสำรองค่าใช้จ่ายหรือขอขอใบส่งตัว
มูลนิธิทำทางย้ำว่า บริการยุติการตั้งครรภ์ต้องถือเป็น "บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน" โดยสำนักงานประกันสังคม เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และบทบาทที่สำคัญในการกำกับดูแลเรื่องนี้ โดยตรง เพื่อให้การสื่อสารประชาสัมพันธ์สิทธิ รวมถึงการส่งต่อบริการของผู้ประกันตนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
