Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“คิลานสถาน” วัดหนองกระดูกเนื้อ จ.นครสวรรค์ ต้นรแบบ “สถานชีวาภิบาลชุมชน” ดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ผู้มีภาวะพึ่งพิง และพระสงฆ์อาพาธ ภายใต้ความร่วมมือของวัด ชุมชน อสม. และหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมเชื่อมการดูแล ร่วมกับ สปสช. และโรงพยาบาล เพื่อผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบประคับประคองอย่างมีคุณภาพและจากไปอย่างสงบ พร้อมต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน ทั้งธนาคารกายอุปกรณ์ Health Station และการฟื้นฟูผู้ป่วยในอนาคต

20 พฤษภาคม 2569 พระครูนิติสุตากร ดร. เจ้าอาวาสวัดหนองกระดูกเนื้อ ต.หนองนมวัว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ และประธานกรรมการสถานชีวาภิบาลวัดหนองกระดูกเนื้อ เปิดเผยว่า วัดมีแนวคิดพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางและที่พึ่งของชุมชนในหลายด้าน ทั้งสังคม สุขภาพ และคุณภาพชีวิต โดยร่วมกับ อสม. และหน่วยงานในพื้นที่ ลงเยี่ยมดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้มีภาวะพึ่งพิง และคนพิการในชุมชนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 ทำให้เห็นถึงปัญหาและความไม่พร้อมของหลายครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา “สถานชีวาภิบาลวัดหนองกระดูกเนื้อ” หรือ “คิลานสถาน” เพื่อดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและพระสงฆ์อาพาธให้สามารถจากไปอย่างสงบ

ภายหลังเปิดดำเนินการในปี 2566 และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการมาตรา 3 ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ในปี 2567 ทำให้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่งผลให้วัดสามารถต่อยอดการดูแลชุมชนได้มากขึ้น ทั้งการจัดตั้งธนาคารกายอุปกรณ์สำหรับให้ยืมเตียงและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การเปิด Health Station ให้ประชาชนเข้ามาปรึกษาอาการเบื้องต้น วัดความดัน หรือขอรับยา รวมถึงมีแผนพัฒนาศูนย์ฟื้นฟูและห้องกายภาพบำบัดในอนาคต เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยบางส่วนกลับไปใช้ชีวิตได้ดีขึ้น

พระครูนิติสุตากร กล่าวว่า การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งศูนย์อนามัยที่ 3 สปสช. อสม. และโรงพยาบาลในพื้นที่ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านมาตรฐานและบุคลากร ขณะที่ช่วงเริ่มต้นอาศัยทุนจากผู้มีจิตศรัทธาในการดูแลค่าอุปกรณ์ อาหาร และค่าตอบแทนผู้ดูแล พร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานของวัดมีระบบ โปร่งใส และมุ่งสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างแท้จริง โดยอยากให้ประชาชนเข้ามาเห็นการทำงานและร่วมสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยในชุมชนต่อไป

ด้าน พระวสิน ธมฺมสโร หัวหน้าพระคิลานุปัฏฐาก คิลานสถาน กล่าวว่า ก่อนบวชเคยมีประสบการณ์ดูแลคุณย่าและคุณพ่อที่ป่วยติดเตียงมาก่อน เมื่อเจ้าอาวาสมีแนวคิดจัดตั้งสถานชีวาภิบาล จึงได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพนักงานให้การดูแล (Nurse Aide) ผู้ช่วยพยาบาล 525 ชั่วโมง จากมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ เพื่อนำความรู้มาดูแลพระสงฆ์อาพาธและผู้ป่วยในคิลานสถาน โดยให้ความสำคัญทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความสุขสบายและจากไปอย่างสงบ

ปัจจุบันคิลานสถานสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 19 เตียง โดยมีพระสงฆ์อาพาธอยู่ระหว่างการดูแล 7 รูป และฆราวาสอีก 7 คน ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยระยะท้ายและผู้ป่วยระยะฟื้นฟู บางรายเมื่อเข้ามาในช่วงแรกไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หลังได้รับการดูแลก็สามารถกลับมาเดินหรือฉันอาหารได้เอง ขณะที่ผู้ป่วยระยะท้าย พระคิลานุปัฏฐากจะดูแลเสมือนญาติ คอยช่วยให้ผู้ป่วยคลายความกังวล มีความสุขกายสบายใจ และหมดห่วงก่อนจากไปอย่างสงบ

นายมนตรี โฉมอำมะริด หัวหน้าผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Care Giver) คิลานสถาน กล่าวว่า เดิมเป็นจิตอาสานักบริบาลสร้างสุขชุมชนที่ร่วมลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงกับทางวัด และผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง จากวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร พิษณุโลก ก่อนเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยมหิดล ภายหลังมีการจัดตั้งสถานชีวาภิบาล เพื่อเข้ามาร่วมดูแลผู้ป่วย โดยปัจจุบันคิลานสถานมี CG รวม 7 คน คอยสลับเวรดูแลผู้ป่วยร่วมกับพระคิลานุปัฏฐาก ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยและพระสงฆ์อาพาธเข้ารับการดูแลแล้วราว 40 ราย และทุกคนจะมีการจัดทำพินัยกรรมชีวิต (Living Will) เพื่อระบุความประสงค์ในการดูแลระยะท้าย รวมถึงการจัดการหลังเสียชีวิต โดยหากผู้ป่วยต้องการจากไปอย่างสงบที่คิลานสถาน ทางวัดก็จะดำเนินการฌาปนกิจภายในวัดหนองกระดูกเนื้อให้ด้วย

ขณะที่ น.ส.ปิยรัตน์ ศรีสุขวงษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลลาดยาว กล่าวว่า โรงพยาบาลมีบทบาทในการคัดกรองผู้ป่วยที่จะเข้ารับการดูแลในคิลานสถาน โดยเบื้องต้นจะรับผู้ป่วยที่มีค่า ADL ต่ำกว่า 11 ผู้ป่วยไร้บ้าน ไร้ครอบครัว หรือผู้ป่วยระยะท้าย ซึ่งกรณีฆราวาสจะรับในพื้นที่ 5 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 3 ส่วนพระสงฆ์สามารถรับจากทั่วประเทศ โดยเมื่อมีผู้ป่วยเข้ามา โรงพยาบาลจะร่วมประเมินอาการและวางแผนดูแลร่วมกับทีมแพทย์ ขณะที่การดูแลภายในคิลานสถานจะมีทั้ง CG และพระคิลานุปัฏฐากผลัดเวรกันดูแลตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดภาวะวิกฤตก็สามารถปรึกษาโรงพยาบาลและประสานส่งต่อผ่านระบบ 1669 ได้ทันที พร้อมทั้งมีทีมพี่เลี้ยงจากโรงพยาบาลคอยสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของคิลานสถานอย่างต่อเนื่อง เช่น การดูแลผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้อง เป็นต้น

นางสมฤดี วรฤทธานนท์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ และผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองนมวัว กล่าวว่า เมื่อมีผู้ป่วยเข้ารับการดูแลในสถานชีวาภิบาล ทาง รพ.สต. จะร่วมประเมินอาการและจัดทำแผนการดูแล (Care Plan) เพื่อให้ CG ใช้เป็นแนวทางดูแลผู้ป่วย รวมถึงบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบของ สปสช. โดยในช่วงเริ่มต้น รพ.สต. ได้เข้ามาช่วยฝึกทักษะด้านหัตถการและการดูแลต่างๆ ให้กับ CG จนปัจจุบันสามารถดูแลผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานขั้นตอน หากพบปัญหาหรือเคสซับซ้อนก็ยังสามารถปรึกษา รพ.สต. หรือโรงพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง

นางนาฏสินี ชัยแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานและวัยสูงอายุ กล่าวว่า วัดหนองกระดูกเนื้อนับเป็นที่แรกในเขต 3 ที่ได้รับการประเมินมาตรฐานะสถานชีวาภิบาลในชุมชน หลังจากมีนโยบายขับเคลื่อนสถานชีวาภิบาล โดยพระอาจารย์ที่นี่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ขณะเดียวกันก็มีความเข้มแข็งในแง่ของการทำงานเชิงเครือข่าย ทั้งวัด โรงพยาบาล รพ.สต. และภาคส่วนต่างๆ ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าไม่ว่านโยบายจะเดินหน้าไปอย่างไร แต่ที่นี่จะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง

ด้าน นพ.ปฏิภาคย์ นมะหุต ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 3 นครสวรรค์ กล่าวว่า หน่วยบริการมาตรา 3 ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาช่วยหนุนเสริมภาคประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมดูแลประชาชนด้วยกันเอง ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์การดูแลที่ดีขึ้น เพราะนอกจากมีความเข้าอกเข้าใจกันแล้วยังใกล้ชิดมากกว่า โดยในส่วนของหน่วยบริการประเภทสถานชีวาภิบาล ทางเขต 3 วางเป้าว่าอยากให้เกิดขึ้นอย่างน้อยครบทั้ง 5 จังหวัด ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนไปได้แล้วทั้งหมด 3 แห่ง หนึ่งในนั้นคือวัดหนองกระดูกเนื้อ โดยเมื่อเข้าระบบแล้วทาง สปสช. จะมีเกณฑ์ในการสนับสนุนงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลผู้ป่วยในสถานชีวาภิบาล จำนวน 10,442 บาทต่อคนต่อปี

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง