อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แจงกรณี ครม.เห็นชอบยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ย้ำดำเนินการเพื่อความมั่นคง ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และหลักปฎิบัติต่างตอบแทน ตั้ง “สีหศักดิ์” นั่งประธาน คกก.นโยบายการตรวจลงตรา เดินหน้าทบทวนมาตรการเป็นระยะตามสถานการณ์ในปัจจุบัน

แฟ้มภาพสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
20 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวไทยรายงานว่า นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวถึงการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา และสิทธิต่าง ๆ ของไทย ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา และการให้สิทธิการตรวจลงตราต่างๆ ของไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ โดยทบทวนประเภทวีซ่าทั้งหมดที่ประเทศไทยให้กับประเทศอื่น ที่มีความแตกต่างกันในช่วงระยะเวลาที่พำนักในประเทศ สาระสำคัญประกอบด้วย
1. ให้ 1 ประเทศ ได้รับ 1 สิทธิ การยกเว้นการตรวจลงตราของไทย
2. ยกเลิก ผ.60 หรือฟรีวีซ่า 60 วัน ทั้งหมด 93 ประเทศ/ดินแดน
3. ปรับปรุงรายชื่อประเทศ/ดินแดน ผ.30 เพื่อการท่องเที่ยวเป็น 54 ประเทศ/ดินแดน
4. จัดทำ ผ.15 เพื่อการท่องเที่ยวจำนวน 3 ประเทศ/ดินแดน
5. ทบทวน VOA จาก 31 ประเทศ/ลดลงเป็น 4ประเทศ/ดินแดน
ทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย 3 ฉบับ ที่จะมีผลบังคับใช้ เมื่อพ้นกำหนด 15 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อธิบดีกรมการกงสุล ย้ำว่า การทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นผลมาจากการหารือของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา ที่คำนึงจากความมั่นคง, ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ, หลักปฎิบัติต่างตอบแทน, ความสะดวกของการยื่นของตรวจลงตรราผ่านระบบ e-Visa ในปัจจุบัน, และเป็นการลำความสับสนให้กับชาวต่างชาติ
สำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศประเทศไทย ด้วยสิทธิ์ยกเว้นการลงตราเดิม หรือที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หรือผู้ที่กำลังประสงค์จะเดินทางมาในประเทศประเทศไทย ก่อนที่มาตรการใหม่จะมีมีผลใช้บังคับ จะยังได้รับสิทธิ์อยู่ในประเทศไทย จนกว่าระยะเวลาพำนักตามสิทธิเดิมจะสิ้นสุดลง และหลังจากมาตรการการดูดลงตราใหม่มีผลบังคับแล้ว ชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาในประเทศประเทศไทย จะต้องเข้ามาด้วยสิทธิ์ใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ต่อไป, หรือความตกลงทวิภาคี, หรือขอรับการตรวจลงตราโดยระบบ e-visa ตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง
อธิบดีกรมการกงสุล ยังกล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งแต่ตั้งคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งในอนาคตคณะกรรมการชุดนี้จะมีการทบทวนมาตรการการตรวจลงตราเป็นระยะ เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
