Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กรมการขนส่งทางรางมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกองกฎหมายเข้าแจ้งความที่ สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถที่จอดคร่อมรางในวันเกิดเหตุรถไฟขบวนสินค้า 2126 ชนรถโดยสารสาย 208 บริเวณแยกอโศก-ดินแดง โดยพบว่ารถเมล์พร้อมรถยนต์และจักรยานยนต์จำนวนหนึ่งขับเข้าสู่ทางผ่านเสมอระดับทั้งที่มีสัญญาณเตือน ส่งผลให้รถโดยสารค้างอยู่บนรางและถูกรถไฟพุ่งชน มีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บ 30 ราย


แฟ้มภาพสำนักงานเขตราชเทวี

23 พฤษภาคม 2569 NBT Connext รายงานว่า กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยกรณีเหตุรถไฟชนรถเมล์ ระบุว่า นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง มอบอำนาจให้ นายรักสิทธิ์ ไวตี ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง เข้าพบ พงส.สน.มักกะสัน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางผ่านรถไฟแยกอโศก - ดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อระบบการขนส่งทางราง ให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

โดยตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้เกิดเหตุรถไฟขบวนสินค้าที่ 2126 เฉี่ยวชนกันรถโดยสารประจำทางสาย 208 ทะเบียน 12 - 5641 ระหว่างสถานีคลองตัน - มักกะสัน บริเวณจุดตัดทางผ่านรถไฟแยกอโศก - ดินแดง กรุงเทพมหานคร อันเป็นเขตทางและพื้นที่เดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ขณะเกิดเหตุ รถโดยสารประจำทางสาย 208 พร้อมกับรถยนต์และจักรยานยนต์จำนวนหนึ่ง ได้ขับเข้าสู่บริเวณทางผ่านเสมอระดับ ทั้งที่มีสัญญาณเตือนการเดินรถทางราง หรือสภาพที่ผู้ขับขี่พึงทราบได้ว่าอาจมีรถไฟกำลังแล่นผ่าน หรือกำลังจะเข้าสู่จุดตัดดังกล่าว แต่ผู้ขับขี่ยังคงขับรถเข้าสู่แนวทางรถไฟ เป็นเหตุให้รถโดยสารค้างอยู่หรือกีดขวางทางเดินรถ และถูกรถไฟพุ่งชนในเวลาต่อมา

โฆษณา - Advertising

“การกระทำดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการกีดขวางแก่การขนส่งทางราง หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่การขนส่งทางราง ตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 และเมื่อการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่การขนส่งทางราง จึงอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 141 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันอีกส่วนหนึ่งด้วย”

กรมการขนส่งทางรางในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการขนส่งทางราง เห็นว่า การกระทำดังกล่าวอาจเป็นความผิดอาญาตามกฎหมาย และมีผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะอย่างร้ายแรง จึงมีความประสงค์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุดตามกฎหมาย ในการนี้ จึงขอร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏพยานหลักฐานว่าได้ร่วมกระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการกีดขวางแก่การขนส่งทางราง หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่การขนส่งทางราง ได้แก่ การเดินรถไฟต้องหยุดชะงักและล่าช้า ,เกิดความเสียหายต่อขบวนรถไฟ ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ ,กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน มีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บ 30 ราย ,ส่งผลกระทบต่อการให้บริการขนส่งสาธารณะทางรางโดยรวม และสร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะและความเชื่อมั่นในระบบขนส่งทางรางของประเทศ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising