Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เวลา 11.00 น. ที่บริเวณก่อนถึงหน้าสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย จากสถานีตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง วางแผงเหล็กตึงกำลังรักษาความปลอดภัยกงสุลจีนอย่างหนาแน่น หลัง “เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง” ได้ประกาศว่าจะมายื่นหนังสือถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผ่านไปทางกงสุลจีนประจำเชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจีนควบคุมดูแลเหมืองแร่จีนในพม่าที่ก่อให้เกิดสารพิษปนเปื้อนลงแม่น้ำกก

เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจะเดินไปยังหน้ากงสุลจีน เพื่อยื่นหนังสือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังสกัดกั้น จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุม 2 ราย ได้รับบาดเจ็บแขนหัก ทางเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จึงได้หยุดอยู่บริเวณแนวกั้นแผงเหล็ก และทำกิจกรรม “ลาบปลาน้ำกก” พร้อมอ่านแถลงการณ์ ก่อนจะยื่นหนังสือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำส่งมอบให้กงสุลจีนต่อไป 

สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่

โดยในวันนี้กงสุลจีนในเชียงใหม่ได้ปิดทำการ

หลังการยื่นหนังสือเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้ร่วมกันยืนไว้อาลัยให้แก่การกระทำรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกิดขึ้น ก่อนจะแยกกัน

ชาติชาย ธรรมโม ตัวแทนผู้ชุมนุมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้ความรุนแรงกับชุมนุมที่มายื่นหนังสือในวัน เพราะได้มีการแจ้งการชุมนุมต่อ สภ.เมือง และเลขาสถานกงสุลจีนไปแล้วว่าจะมีการยื่นหนังสือในวันนี้ ประชาชนที่มาเพียงต้องการให้บริษัทจีนรับผิดชอบต่อการทำเหมืองที่ก่อให้เกิดสารพิษในน้ำกก เราเห็นตำรวจกั้นแผงเหล็กแต่เราไม่คิดว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น ผู้ชุมนุม 2 คนที่บาดเจ็บได้ถือป้ายผ้าเข้าไปตรงแนวรั้วกั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ผลัก ก็ใช้ความรุนแรงแล้ว ตำรวจมีจำนวนเยอะกว่าเราอยู่แล้วและแข็งแรงกว่าเราอยู่แล้ว ก็ทำให้แขนของผู้ชุมนุมทั้ง 2 คนหัก

โดยหลังจากยื่นหนังสือเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้รวบรวมหลักฐานไปแจ้งความต่อ สภ.เมือง จึงการกระทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสกัดกั้นผู้ชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บ

หนังสือที่ยื่นต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่า ประชาชนชาวไทยไม่ต้องการแม่น้ำพิษจากเหมืองแร่โดยทุนจีนในพม่าอีกต่อไป ตามที่แม่น้ำกก สาย รวก โขง ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ที่จีนเข้าไปเกี่ยวข้องในพม่า โดยทางการจีนก็รับรู้และยอมรับผ่านการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยถึง 3 ครั้ง ได้แก่ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 วันที่ 31 พฤษภาคม และ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ใจความสำคัญของการโพสต์คือการบอกประชาชนชาวไทยว่า ประเทศจีนมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ปัญหา ไม่ยินยอมให้บริษัทจีนและวิสาหกิจจีนทำลายสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ อีกทั้งยินดีใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง เพื่อร่วมกันรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำในลุ่มแม่น้ำโขง 

พวกเราประชาชนชาวไทยตลอดริมน้ำกก สาย รวก โขง นับล้านคนกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหารกำลังปนเปื้อนด้วยสารพิษที่ไหลมากับแม่น้ำจากเหมืองแร่ของท่านในประเทศพม่า เกษตรกรแห่งลุ่มน้ำโขงต้องใช้น้ำสารพิษปลูกข้าวนาปีและนาปรังในเนื้อที่อย่างน้อย 110,000 ไร่ และขายผลผลิตปนเปื้อนให้ผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ ชาวประมง 60 หมู่บ้านกำลังสูญเสียอาชีพ เนื่องจากผู้บริโภคไม่สามารถบริโภคปลาที่มีสารตะกั่ว แคดเมียม และปรอท กระทรวงสาธารณสุขออกคำแนะนำให้งดบริโภคกุ้งหอย ปู ในแม่น้ำปนเปื้อน และงดบริโภคเครื่องในปลา เนื่องจากมีสารโลหะหนักจำนวนมาก ผู้ประกอบการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำกกต้องสูญเสียอาชีพ อีกทั้งประชาชนอย่างน้อย 40,000 ครัวเรือน หรือ 120,000 คนในตัวเมืองเชียงรายต้องทนบริโภคน้ำประปาที่ปนเปื้อนสารโลหะหนัก พวกเราต้องรับผลกระทบจากความอยุติธรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมในนามการพัฒนาสีเขียวของท่าน

พวกเราขอเรียนท่านว่า ประชาชนชาวไทยไม่ต้องการแม่น้ำพิษจากเหมืองแร่จีนในพม่าอีกต่อไป และเราขอเรียกร้องให้ท่านแสดง “น้ำใสใจจริง” ในการ “ดื่มน้ำสายเดียวกัน” ดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลจีนกำกับดูแล ตรวจสอบ และดำเนินการกับบริษัทหรือนักลงทุนสัญชาติจีนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยุติการสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน

2. ขอให้มีการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่ต่างๆ เช่น แร่พลวง ทังสเตน ดีบุก ตะกั่ว ทองแดง แมงกานีส จากเหมืองแร่ประเทศพม่าที่นำเข้าผ่านประเทศไทยไปยังประเทศจีนว่าแร่ดังกล่าวมาจากแหล่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมต่อไทย

3. ขอเชิญท่านลงพื้นที่พบปะประชาชนไทย ในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และประกาศแผนการที่ชัดเจนในการใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง เพื่อยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแม่น้ำ และเยียวยาชดเชยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ของท่าน

4. ขอให้รัฐบาลจีนจัดให้มีการลงพื้นที่ของคณะผู้ตรวจสอบร่วมจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนประเทศไทย ไปยังพื้นที่เหมืองแร่ในพม่า อันเป็นแหล่งขุดแร่ธาตุต่างๆ ของจีน เช่น แร่หายาก ทองคำ แมงกานีส และตะกั่ว ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโหลย เพื่อเป็นหลักประกันว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากล และขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบจากการลงพื้นที่ต่อสาธารณะอย่างเร่งด่วนโดยทันที

พวกเราหวังว่าท่านจะยึดมั่นต่อคำกล่าวที่ว่า “ดื่มน้ำร่วมสายนที ผูกพันมิตรไมตรีร่วมโชคชะตา” และพิสูจน์ได้ด้วยการกระทำอย่างแท้จริง มิใช่เพียงลมปากอันหวานหูเท่านั้น

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง