กสม.-กอ.รมน. ประณามเหตุคนร้ายแต่งหญิงพรางตัวใส่ผ้าคลุมฮิญาบ ยิงครูเสียชีวิต ส่วนสามีที่เป็นตำรวจและลูกวัย 2 เดือน ได้รับบาดเจ็บ ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 พ.ค.
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง ประณามการกระทำอันโหดร้ายที่กระทำต่อผู้หญิงและเด็กทารก ระบุว่าตามที่ปรากฏเหตุสะเทือนขวัญกรณีกลุ่มคนร้ายแต่งกายเป็นหญิงสวมฮิญาบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรยะหริ่งรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนภรรยาเสียชีวิตในรถขณะอุ้มลูกที่ยังเป็นทารก และทารกได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นั้น
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว และขอประณามการกระทำอันโหดร้าย ไร้มนุษยธรรมของกลุ่มคนร้ายที่ใช้ความรุนแรงพรากชีวิตมารดาไปจากลูก ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ ยอมรับไม่ได้ และขัดกับหลักกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศ
กสม. ยืนยันว่าสิทธิและความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับ โดยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ร่วมกันปกป้องและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเยียวยาความเสียหายทั้งต่อจิตใจและทรัพย์สินให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

ด้าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ออกแถลงการณ์ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ส่งผลให้ภรรยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ขณะอุ้มลูกทารกอยู่ภายในรถยนต์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
กอ.รมน. พร้อมประณามการกระทำอันโหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติผ่านสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.30 น. ขณะที่ ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.ยะหริ่ง และภรรยา คือ น.ส.ฟาตีเมาะ ยาโงะ พร้อมเด็กหญิงอัฟฟรีนา หะยีสุหลง ลูกสาววัย 2 เดือน ขับรถมารับลูกชาย 2 คน ที่โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ภรรยาเป็นครูด้วย แต่ตอนนี้เป็นช่วงลาคลอด ก่อนถึงประตูโรงเรียนเพียง 50 เมตร คนร้าย 4 คนที่ปลอมตัวเป็นผู้หญิงอิสลาม ใส่ผ้าคุมฮิญาบซ้อนมอเตอร์ไซค์ 2 คันตามประกบ แล้วใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่รถยนต์ของ ด.ต.อดุลย์ จากด้านหลังจนถึงด้านหน้าคนขับ เป็นเหตุให้กระสุนถูกเข้าที่บริเวณศีรษะและลำตัวของ น.ส.ฟาตีเมาะ ภรรยา ซึ่งนั่งอยู่เบาะด้านหลัง เสียชีวิต กระสุนปืนยังเฉี่ยวบริเวณหน้าท้องของลูกน้อยที่ น.ส.ฟาตีเมาะ อุ้มอยู่จนเป็นแผลถลอก และกระสุนยังโดนบริเวณขาทั้งสองข้างของ ด.ต.อดุลย์ ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ใช้เวลาเพียง 1 นาที คนร้ายใช้ความชำนาญพื้นที่และความโกลาหลหน้าบริเวณโรงเรียน หลบหนีโดยใช้เส้นทางไป อ.หนองจิก เมื่อถูกยิง ด.ต.อดุลย์ ตัดสินใจเร่งเครื่องนำรถยนต์ไปให้ถึงประตูโรงเรียนให้เร็วที่สุด เพื่อขอความช่วยเหลือ ครูและผู้ปกครองที่เห็นเหตุการณ์จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ต่อมาเจ้าที่กูภัยของ อบต.ประจัน ถึงที่เกิดเหตุ ได้นำตัว ด.ต.อดุลย์ และลูกน้อยวัย 2 เดือน ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลปัตตานี
พฤติกรรมการอำพรางใส่ผ้าคุมฮิญาบแบบผู้หญิงมุสลิมของผู้ก่อความไม่สงบ เคยทำมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ ทั้งการยิงเจ้าหน้าที่ ยิงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ วางระเบิด เผาปั๊มน้ำมัน ยิงนายกเทศมนตรีรือเสาะ จ.นราธิวาส และอีกหลายๆ เหตุการณ์ ล้วนแล้วแต่แต่งตัวเป็นผู้หญิง เพื่อลดการระมัดระวังและการสงสัยจากเจ้าหน้าที่และผู้พบเห็น
สำหรับบรรยากาศที่โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ สถานที่เกิดเหตุ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา นักเรียนและชาวบ้านในพื้นที่ยังคงอยู่ในอาการหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ ในขณะที่ในวันนี้โรงเรียนยังคงเปิดการเรียนการสอนปกติ ก่อนที่จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการปิดโรงเรียนหรือไม่ โดยในวันนี้ ทางครู อาจารย์ ผู้นำศาสนา และนักเรียน ได้ร่วมกันละหมาดฮายัตเพื่อของพรให้วิญญาณของผู้เสียชีวิตได้กลับไปสู่ความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า และขอให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่โดยเร็ว
หลังจากนั้น ทางนักเรียนซึ่งเป็นลูกศิษย์ของครูผู้เสียชีวิตได้ร่วมกันถือป้ายประณามการการระทำของคนร้ายที่ได้ก่อเหตุกับครูของตน เพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ ท่ามกลางความเสียใจของบรรดาครูและนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้
