Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

บริษัท Figure AI เปิดเผยว่าเหล่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น F.03 จำนวน 3 ตัว ทำงานอัตโนมัติต่อเนื่องนาน 200 ชั่วโมงในคลังสินค้าจริง คัดแยกพัสดุ 249,560 ชิ้นโดยไม่มีความผิดพลาดด้านฮาร์ดแวร์และไม่มีมนุษย์แทรกแซงแม้แต่ครั้งเดียว การทดสอบถ่ายทอดสดตลอด 9 วัน เริ่มจากการรับคำท้าให้ทำงาน 8 ชั่วโมง แต่ยืดต่อเนื่องเพราะไม่มีข้อผิดพลาดใดเกิดขึ้น ดึงดูดผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลก ขณะนี้ยังไม่มีคู่แข่งในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ทำได้เทียบเท่า

  • บริษัท Figure AI รับคำท้าจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติให้พิสูจน์ว่า เหล่าหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์รุ่น F.03 จำนวน 3 ตัว สามารถทำงานได้เท่ามนุษย์โดยไม่ต้องแทรกแซง จากเป้าหมายเดิม 8 ชั่วโมง ยืดเป็น 200 ชั่วโมงเพราะไม่มีความผิดพลาดเลย คัดแยกพัสดุ 249,560 ชิ้นด้วยความเร็ว 1,245 ชิ้นต่อชั่วโมง เทียบเท่าแรงงานมนุษย์ และจัดการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยตัวเองโดยไม่หยุดสายการผลิต
  • เทคโนโลยีเบื้องหลังคือระบบ Helix-02 โครงข่ายประสาทเทียมแบบรวมที่พัฒนาภายในบริษัท ฝึกด้วยข้อมูลการเคลื่อนไหวมนุษย์กว่า 1,000 ชั่วโมงและการจำลองกว่า 200,000 แบบ ขณะที่โรงงาน BotQ ผลิตหุ่นยนต์ได้ 1 ตัวทุก 90 นาที มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 78 เท่าใน 28 เดือน
  • แม้ไม่มีคู่แข่งในอุตสาหกรรมที่ทำได้เทียบเท่า แต่คำถามสำคัญที่ยังค้างอยู่คือราคาต่อหน่วย ต้นทุนการเป็นเจ้าของทั้งหมด และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับแรงงานมนุษย์ ซึ่งจะชี้ชะตาว่า Figure AI จะเปลี่ยนภาคโลจิสติกส์ได้จริงหรือไม่


หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์รุ่น F.03 หรือ "โรส" ของ บริษัท Figure AI ทำงานอัตโนมัติต่อเนื่องนาน 200 ชั่วโมงในคลังสินค้าจริง คัดแยกพัสดุ 249,560 ชิ้น | ภาพจาก: Humanoids Daily 

บริษัท Figure AI ยืนยันว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (humanoid) รุ่นที่ 3 ของบริษัท ที่รู้จักกันในชื่อ "โรส" (Rose) หรือรหัส F.03 ทำงานแบบอัตโนมัติต่อเนื่องนาน 200 ชั่วโมงบนสายพานลำเลียงคัดแยกพัสดุในคลังสินค้าจริง ตลอดระยะเวลาดังกล่าว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Figure AI คัดแยกพัสดุรวม 249,560 ชิ้น โดยไม่มีความผิดพลาดด้านฮาร์ดแวร์แม้แต่ครั้งเดียว และไม่มีมนุษย์เข้าไปแทรกแซงหรือช่วยเหลือเลย

สิ่งที่เริ่มต้นจากการรับคำท้าให้ทดสอบทำงาน 8 ชั่วโมง กลายเป็นการทดสอบความทนทานสาธารณะนาน 9 วัน ที่ถ่ายทอดสดโดยไม่ตัดต่อตั้งแต่ต้นจนจบ และดึงดูดผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลก

จุดเริ่มต้นคือคำท้าจาก ดร.สกอตต์ วอลเตอร์ (Dr. Scott Walter) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม ที่ท้าให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พิสูจน์ว่าเครื่องจักรของตนสามารถทำงานได้ครบกะมาตรฐานด้วยความเร็วเท่ามนุษย์โดยไม่ต้องแทรกแซง เบรตต์ แอดค็อก (Brett Adcock) ซีอีโอของ Figure AI รับคำท้านั้นต่อสาธารณะ ก่อนเริ่มถ่ายทอดสด เขาโพสต์บน X ว่า "มีโอกาสสูงที่บางอย่างจะพัง" โดยการทดสอบสาธารณะครั้งก่อนหน้าของบริษัทอยู่ได้เพียง 1 ชั่วโมง และเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 8 ชั่วโมง

เมื่อครบ 24 ชั่วโมง ยังไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว ทีม Figure AI จึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ แอดค็อก เขียนบน X ว่า "เป้าหมายเดิมของเราคือ 8 ชั่วโมง หลังจากไม่มีความผิดพลาดเมื่อวาน เราจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ ตอนนี้ผ่าน 24 ชั่วโมงของการทำงานอัตโนมัติต่อเนื่องโดยไม่มีความผิดพลาด นี่คือดินแดนที่ไม่เคยมีใครเหยียบมาก่อน"

เมื่อครบ 72 ชั่วโมง เหล่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์คัดแยกพัสดุไปแล้ว 88,000 ชิ้น และเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2026 แอดค็อก โพสต์อีกครั้งว่า "F.03 ทำงาน 24/7 อัตโนมัติเต็มรูปแบบโดยไม่มีหยุดพักมา 9 วันแล้ว ผมจะให้ทีมไปถึง 200 ชั่วโมงแล้วปิดมัน" เมื่อปิดการทดสอบ ตัวเลขสุดท้ายคือ 249,560 ชิ้นที่คัดแยกแล้ว, 200 ชั่วโมงที่ผ่านไป และ 0 ครั้งที่ฮาร์ดแวร์ล้มเหลว

ระหว่างการถ่ายทอดสด ผู้ชมออนไลน์ตั้งชื่อเล่นให้หุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัวว่า บ็อบ (Bob), แฟรงก์ (Frank) และแกรี (Gary) ซึ่ง Figure AI ก็ติดป้ายชื่อให้หุ่นยนต์จริง ๆ ตามนั้น

สิ่งที่หุ่นยนต์ทำจริง ๆ

 

 

งานนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อดูดี แต่ออกแบบมาเพื่อทดสอบเครื่องจักรของ Figure AI ภายใต้สภาพของจริง เหล่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ F.03 ตรวจสอบบาร์โค้ดบนกล่องกระดาษแข็งและซองพัสดุแบบนิ่มที่มาบนสายพานลำเลียงอย่างต่อเนื่อง หุ่นยนต์แต่ละตัวอ่านบาร์โค้ด หยิบพัสดุขึ้น และวางหน้าบาร์โค้ดลงบนสายพานขาออก

ไม่มีพัสดุ 2 ชิ้นใดที่มีรูปร่าง น้ำหนัก หรือมุมที่เหมือนกัน ไม่มีผู้ควบคุมมนุษย์คอยแก้ไขข้อผิดพลาด ตามที่ Figure AI ระบุ หุ่นยนต์ทำงานทั้งหมดด้วยระบบ Helix-02 ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมที่พัฒนาภายในบริษัท โดยไม่มีการควบคุมระยะไกลใด ๆ ทุกการกระทำมาจากระบบของ Figure AI ที่ติดตั้งอยู่ในตัวหุ่นยนต์เอง เมื่อหุ่นยนต์พบสถานการณ์ผิดปกติหรือติดขัด ระบบจะรีเซ็ตตัวเองอัตโนมัติและกลับมาทำงานต่อโดยไม่ต้องให้มนุษย์ช่วย

เหล่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังจัดการพลังงานด้วยตัวเอง เมื่อแบตเตอรี่ของหุ่นยนต์แต่ละตัว (ซึ่งใช้งานได้ราว 5 ชั่วโมง) ใกล้หมด หุ่นยนต์จะเดินไปชาร์จไร้สายที่แท่นชาร์จที่ติดตั้งอยู่ที่ฝ่าเท้า ในขณะที่หุ่นยนต์ตัวอื่นเข้ามาแทนที่บนสายการผลิตอย่างราบรื่น

"มนุษย์ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 วินาทีต่อพัสดุ 1 ชิ้น ตอนนี้ F.03 ทำได้เทียบเท่ามนุษย์แล้ว หุ่นยนต์ประมวลผลตรงจากพิกเซลของกล้อง" แอดค็อก กล่าว ความเร็วดังกล่าวแปลงเป็นประมาณ 1,245 ชิ้นต่อ 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์จะพบว่ามีความหมายในเชิงปฏิบัติการเมื่อเทียบกับอัตราการคัดแยกของมนุษย์ในศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่

เทคโนโลยีเบื้องหลัง

เราไม่อาจทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ หากไม่พัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Figure AI พัฒนา Helix ขึ้นเองทั้งหมดภายในบริษัท และเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่บริษัทยุติข้อตกลงความร่วมมือกับ OpenAI

ฮาร์ดแวร์ F.03 ถูกเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2025 ปลายนิ้วแต่ละข้างมีเซ็นเซอร์สัมผัสที่สามารถตรวจจับแรงได้ละเอียดถึงระดับ 3 กรัม ละเอียดพอที่จะแยกความแตกต่างระหว่างการจับที่มั่นคงกับที่กำลังจะลื่นหลุด ระบบมองเห็นให้อัตราเฟรมสูงกว่า 2 เท่า ความล่าช้าน้อยกว่า 1 ใน 4 และมุมมองกว้างกว่า 60% ต่อกล้องเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ระบบควบคุมร่างกายทั้งหมดของ Figure AI ถูกฝึกด้วยข้อมูลการเคลื่อนไหวของมนุษย์กว่า 1,000 ชั่วโมง บวกกับการจำลองในสภาพแวดล้อมคู่ขนานกว่า 200,000 แบบ ซึ่งเป็นการลงทุนในการฝึกที่แสดงให้เห็นผลในความสามารถของระบบที่รับมือกับความหลากหลายของพัสดุตลอด 9 วันติดต่อกัน

หุ่นยนต์ยังมีระบบส่งข้อมูลแบบมิลลิเมตรเวฟความเร็ว 10 Gbps ทำให้กองยานสามารถอัปโหลดข้อมูลการทำงานเป็นเทราไบต์สำหรับการปรับปรุงโมเดลอย่างต่อเนื่องระหว่างการใช้งานจริง ในภาษาง่าย ๆ คือระบบของ Figure AI เรียนรู้จากทุกกะที่ทำงาน

Helix-02 ถูกออกแบบเป็นโครงข่ายประสาทเทียมแบบรวม (unified neural network) ที่ผสมผสานการมองเห็น การสัมผัส การรับรู้ตำแหน่งของตัวเอง และการควบคุมร่างกายทั้งหมด ต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไปที่แยกระบบการเคลื่อนที่ออกจากระบบการจัดการวัตถุ Figure AI ใช้โมเดล AI เดียวในการจัดการการเดิน การทรงตัว การหยิบจับ และการประสานงานในสภาพแวดล้อมแบบพลวัต

ประวัติบริษัทและการระดมทุน

Figure AI ก่อตั้งในปี 2022 โดย เบรตต์ แอดค็อก ซึ่งเป็นที่รู้จักก่อนหน้านี้จากการก่อตั้ง Vettery ที่ถูกซื้อกิจการโดย Adecco และ Archer Aviation ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ผ่าน SPAC ในปี 2021 บริษัทตั้งอยู่ที่เมืองซันนีเวล รัฐแคลิฟอร์เนีย

เส้นทางการระดมทุนของ Figure AI น่าทึ่งแม้แต่ตามมาตรฐานซิลิคอนวัลเลย์ยุคล่าสุด ในเดือนพฤษภาคม 2023 บริษัทระดมทุน Series A ได้ 70 ล้านดอลลาร์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ปิด Series B ได้ 675 ล้านดอลลาร์ที่มูลค่าบริษัท 2.6 พันล้านดอลลาร์ โดยมีผู้สนับสนุนอย่าง Microsoft, OpenAI, NVIDIA, Intel Capital, Bezos Expeditions และ Samsung NEXT

ในเดือนกันยายน 2025 Figure AI ปิด Series C มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ นำโดย Parkway Venture Capital ส่งผลให้มูลค่าบริษัทหลังรับเงินอยู่ที่ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 15 เท่าจาก Series B ในเวลาเพียง 18 เดือน รวมเงินทุนทั้งหมดที่ระดมได้อยู่ที่ประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ เส้นโค้งมูลค่าบอกเล่าเรื่องราวในตัวเอง: 500 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2023, 2.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024, 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2025 นั่นคือการเพิ่มขึ้น 78 เท่าในเวลา 28 เดือน

'BotQ' โรงงานผลิตที่ทำให้แผนธุรกิจเป็นจริง

การทดสอบความทนทานตอบคำถามด้านประสิทธิภาพ แต่คำถามด้านธุรกิจคือ Figure AI สามารถผลิตหุ่นยนต์ได้ในปริมาณและต้นทุนที่ทำให้การนำไปใช้งานสมเหตุสมผลสำหรับผู้ประกอบการทั่วไปได้หรือไม่?

BotQ โรงงานผลิตแบบครบวงจรของบริษัท เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2025 โดยมีกำลังผลิตเริ่มต้นสูงถึง 12,000 หน่วยต่อปี การลดต้นทุนสำคัญมาจากการเปลี่ยนจากการกลึง CNC มาเป็นกระบวนการอย่างการฉีดพลาสติก (injection moulding) การหล่อขึ้นรูป (die casting) และการตีขึ้นรูป (stamping) ชิ้นส่วนที่เคยใช้เวลากว่าหนึ่งสัปดาห์บนเครื่อง CNC ตอนนี้สามารถผลิตได้ในไม่ถึง 20 วินาที

กำลังการผลิตของ BotQ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากไม่กี่หน่วยต่อเดือนในช่วงปลายปี 2025 มาเป็นประมาณ 60 หน่วยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และ 240 หน่วยในเดือนเมษายน 2026 แอดค็อก ระบุว่าโรงงานตอนนี้ผลิตหุ่นยนต์ได้หนึ่งตัวทุก 90 นาที

Figure AI ตั้งเป้าส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 100,000 ตัวใน 4 ปีข้างหน้า และวางแผนใช้หุ่นยนต์ของตัวเองช่วยในการผลิตหน่วยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่อาจเพิ่มกำลังผลิตได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากนัก

การนำไปใช้จริง และภาพรวมการแข่งขัน

การถ่ายทอดสด 200 ชั่วโมงไม่ใช่การนำไปใช้งานอุตสาหกรรมจริงครั้งแรกของ Figure AI แต่เป็นครั้งที่สาธารณะและยาวนานที่สุด Figure AI นำหุ่นยนต์ Figure 02 ไปใช้งานที่โรงงาน BMW Group Plant Spartanburg ในรัฐเซาท์แคโรไลนา ในปี 2025 โดยช่วยสนับสนุนการผลิตรถ BMW X3 กว่า 30,000 คัน หุ่นยนต์ทำงานกะ 10 ชั่วโมง วันจันทร์ถึงศุกร์ และช่วยโหลดชิ้นส่วนแผ่นโลหะกว่า 90,000 ชิ้นตลอดการมีส่วนร่วม 11 เดือน

BMW และ Figure AI กำลังประเมินว่า F.03 อาจเข้ากับการดำเนินงานที่ขยายออกได้ที่ไหน แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

Figure AI กำลังดำเนินงานในภาคส่วนที่คับคั่งและมีเงินทุนอย่างดีมากขึ้น Tesla มุ่งหมายผลิตหุ่นยนต์ Optimus 10,000 ตัว แม้ซีอีโอ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) จะยอมรับว่าเส้นเวลานั้นเป็นเพียงความปรารถนา Agility Robotics ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Amazon เปิดโรงงานผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์เฉพาะทางแห่งแรกในสหรัฐฯ ที่เมืองเซเลม รัฐออริกอน ในช่วงปลายปี 2024 โดยมีเป้าหมาย 10,000 ตัวต่อปี 1X Technologies ที่ได้รับการสนับสนุนจาก OpenAI กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับสภาพแวดล้อมการให้บริการ และ Boston Dynamics ยังคงดำเนินงานแพลตฟอร์ม Spot ในงานตรวจสอบอุตสาหกรรมต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคู่แข่งรายใดเผยแพร่การทดสอบอัตโนมัติที่ถ่ายทอดสดต่อสาธารณะและยืนยันได้ที่มีระยะเวลาเทียบเคียงได้บนสายการผลิตอุตสาหกรรมจริง บันทึก 200 ชั่วโมงของ Figure AI ประกอบกับผลลัพธ์ฮาร์ดแวร์ล้มเหลวเป็นศูนย์ ยังคงไม่มีคู่เปรียบในหมวดหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์

Goldman Sachs คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะมีมูลค่าถึง 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 ซึ่งเป็นตลาดที่แทบไม่มีในเชิงพาณิชย์เมื่อ 5 ปีก่อน


ที่มา:
‘Uncharted territory’: Figure AI humanoid robots hit 24/7 nonstop work milestone (Neetika Walter, Interesting Engineering, 14 May 2026) 
Figure AI’s Rose Runs 200 Hours Nonstop: The Humanoid Robotics Milestone Rewriting Industrial Automation (Shelesh Joshi and Kavita Iyer, Hindustan Herald, 23 May 2026) 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง