- กอ.รมน.ยังไม่มีการชี้แจงปฏิบัติการทำ IO แต่แถลงเคารพกระบวนการยุติธรรม และคำพิพากษา แต่เนื่องจากตอนนี้คดียังไม่ถึงที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างศึกษาคำพิพากษาอย่างรอบคอบ เพื่อยื่นฎีกา
- หลังจากวานนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้สำนักนายกฯ ในฐานะผู้กำกับดูแล กอ.รมน. ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีใช้ IO โจมตีคุกคาม ‘อังคณา และอัญชนา’ 2 นักปกป้องสิทธิ และลบข้อมูลโพสต์ที่เป็นประเด็นออกจากเว็บภายใน 7 วัน
- ก่อนหน้านี้ ‘อังคณา นีละไพจิตร’ เรียกร้องให้นายกฯ ในฐานะ ผอ.รมน. ไม่ฎีกาคดีต่อ เนื่องจากเธอฟ้องแพ่งต่อรัฐกรณีการทำ IO ไม่ใช่ต้องการเอาคนเข้าคุก หรือว่าประจาน แต่ต้องการฟื้นคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และขอให้ยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) ศาลแพ่ง รัชดาฯ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มด้วยใจ เป็นโจทก์ฟ้องแพ่งสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จำเลยที่ 1 และกองทัพบก จำเลยที่ 2 ในกรณีที่โจทก์ทั้ง 2 คนถูกโจมตีให้เสียหายโดยปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เกี่ยวกับการรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยสรุปคำพิพากษาเมื่อวานนี้ ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์ว่า จำเลยที่ 1 คือ สำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล กอ.รมน. กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้ง 2 คนด้วยการทำไอโอผ่านเว็บไซต์ pulony.blogspot.com จริง โดยรับฟังพยานหลักฐานและพยานบุคคลของโจทก์ทั้งสอง ได้แก่ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 และรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน ที่มีการทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มายาวนาน มีความใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และพบข้อมูลการทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของ กอ.รมน.ที่เทียบแล้วตรงกับข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ pulony.blogspot.com
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า รอมฎอนมีประสบการณ์ในการทำงานที่สามารถตรวจสอบความเกี่ยวพันนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์โดยตรงเท่านั้นที่จะสามารถตรวจสอบได้ รับฟังได้ว่า กอ.รมน. เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลและจัดสรรงบประมาณให้กับเว็บไซต์ pulony.blogspot.com เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการโต้ตอบและปฏิบัติการข่าวสาร การที่เว็บไซต์ดังกล่าวโพสต์ข้อความและรูปภาพใส่ร้ายป้ายสีโจทก์ทั้งสองด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ถือเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นการกระทำละเมิด สำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของ กอ.รมน. จึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย
ให้จำเลยที่หนึ่งลบหรือนำข้อความและภาพถ่ายที่ละเมิดต่อโจทก์ออกจากเว็บไซต์ pulony.blogspot.com ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้อังคณา จำนวน 120,000 บาท และอัญชนา จำนวน 90,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามอัตราที่กฎหมายกำหนดนับจากวันฟ้อง ทั้งนี้ ศาลยกคำขอของโจทก์ที่ต้องการให้จำเลยลงขอโทษในเว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ติดต่อกัน 7 วัน โดยศาลมองว่า การให้จ่ายค่าสินไหมและการสั่งให้ลบโพสต์ออกจากเว็บไซต์นั้น เป็นการเยียวยาที่เพียงพอต่อการกู้คืนชื่อเสียงของโจทก์แล้ว
ต่อมา เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) กอ.รมน. โพสต์ข้อความคำแถลงหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เคารพต่อคำพิพากษาของศาล หลักนิติธรรม และกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย แต่เนื่องจากคดีความยังไม่ถึงที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างศึกษารายละเอียดคำพิพากษาอย่างรอบคอบ เพื่อประกอบการพิจารณาใช้สิทธิตามกฎหมายในการยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมตามปกติ
นอกจากนี้ ทาง กอ.รมน. ชี้แจงด้วยว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ยึดถือกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายของภาครัฐเป็นสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
พร้อมกันนี้ กอ.รมน. จะนำข้อพิจารณาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการยุติธรรมมาใช้ในการทบทวนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน หลักธรรมาภิบาล และความคาดหวังของสังคม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม
ย้อนไปเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) อังคณา นีละไพจิตร อดีต กสม. และโจทก์ในคดีดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังฟังคำพิพากษาที่ศาลแพ่ง รัชดาฯ ว่า เธอหวังว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. ไม่ฎีกาคดีต่อ เพื่อเป็นบรรทัดฐานว่าผู้ที่ใช้ IO ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบ และอยากให้การใช้ IO ในลักษณะลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต
"ก่อนหน้านี้คนทำงานสิทธิมนุษยชนถูกคุกคามโดย IO ตลอด และไม่ว่าจะไปฟ้องร้องหรือว่าอะไร มันยากเลยที่คนธรรมดาๆ ในการที่จะนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ ก็อยากจะเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. คดีนี้อย่าฎีกาเลย ขอให้คดีนี้สิ้นสุดที่ศาลอุทธรณ์ เพราะตัวดิฉันที่ฟ้องร้องไม่ได้ต้องการประจานหน่วยงานรัฐ ไม่ได้ต้องการเรียกร้องทรัพย์สินเงินทอง แต่ต้องการการเยียวยาและฟื้นคืนศักดิ์ศรี และต้องการให้ยุติการทำ IO ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน ก็หวังว่านะคะท่านนายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งที่จะไม่ฎีกา และให้คดีถึงที่สุด" อังคณา กล่าว
