เพื่อไทยจัดเสวนาเรื่องเศรษฐกิจแถมพ่วงการเมืองที่ลำพูน

เสื้อแดงแห่ฟังพรรคเพื่อไทยเสวนาเรื่องหนี้สินที่ลำพูน "สุชาติ ธาดาธำรงเวทย์" จวกรัฐบาลสร้างหนี้พุ่ง 50% ของจีดีพีแถมมีโครงการทุจริต "สุนัย จุลพงศธร" จวกเรื่องตั้ง พล.ร.7 เชียงใหม่ และ พล.ม.2 อีสาน พร้อมไล่ไปตั้งที่ภาคใต้ เตือนฝ่ายอุ้มอภิสิทธิ์ ถ้าไม่เลิกอุ้มโครงสร้างสังคมพัง

ขอขอบคุณ Littlechatte Lovelyme เอื้อเฟื้อภาพถ่าย

วันนี้ (30 ก.ค.) ที่ตลาดนัดจตุจักร อ.เมือง จ.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ได้จัดเสวนาทางการเมืองเรื่อง "ปัญหาหนี้สินของรัฐและหนี้สินของประชาชน" มีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ร่วมเสวนา โดยมีกลุ่มเสื้อแดง จ.ลำพูน และพื้นที่ใกล้เคียงร่วมฟังราว 1 พันคน

โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า การเสวนาในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงหนี้ของภาครัฐที่มีผลกระทบกับประชาชน และให้ประชาชนรับทราบข้อมูลสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เตรียมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ในช่วงเสวนา นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช กล่าวว่า รัฐบาลในอดีตมีหนี้ 3.4 ล้านล้านบาท เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาลได้ขอกู้อีก 8 แสนล้านบาท เอามาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็งและชุมชนพอเพียง ทำให้ประเทศต้องเป็นหนี้ 4.2 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 50 ของจีดีพี เท่ากับเมื่อคำนวนกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ จะทำให้คนไทยต้องเป็นหนี้คนละ 7 หมื่นบาท

นายสุชาติกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังมีปัญหาทุจริต ไม่ว่าจะเป็นโครงการถนนปลอดฝุ่น และโครงการชุมชนเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะออกนโยบายใครเป็นหนี้เกิน 5 แสนบาท รัฐบาลจะรับผิดชอบจ่ายดอกเบี้ยให้ 5 ปี และสานต่อนโยบายปราบปรามยาเสพติด และนโยบายหวยบนดิน พร้อมกล่าวโจมตีรัฐบาล ที่ใช้มาตรการขอคืนพื้นที่และกระชับวงล้อม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แต่กลับอ้างความสมานฉันท์ ทั้งที่เป็นต้นเหตุของการสูญเสีย

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ กล่าวว่า เมื่อมีหนี้สาธารณะสูงขึ้น รัฐบาลจะเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น หรืออาจจะลดสวัสดิการต่างๆ เช่น งบประมาณด้านสาธารณสุข และส่งผลกระทบต่อรัฐบาลใหม่ที่มาบริหารประเทศ ไม่สามารถกู้เงินได้อีก ขณะที่นโยบายรัฐสวัสดิการ รัฐบาลจะต้องวางโครงสร้าง 14 -15 ปี ถึงจะสามารถทำได้ ดังนั้น ต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อเสียภาษีเพิ่ม ซึ่งประชาชนต้องยอมจ่ายภาษีเอง

ขณะที่นายสุรพงษ์ กล่าวว่าสมัยที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถึงยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สร้างหนี้สินให้กับประเทศและประชาชน ฐบาลชุดนี้ไม่สามารถบริหารประเทศให้ลุล่วงไปได้ ส่วนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเชียงใหม่ ทำให้รายได้ลดลง เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของจังหวัดมาจากการท่องเที่ยว รวมถึงการที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณของภาคเหนือไปให้ จ.บุรีรัมย์ แทนนั้น นับว่าเป็นเรื่องไม่เป็นธรรม

ส่วนนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นนายกฯ ต่อไป ความร้อนจะเผาโครงสร้างสังคมพัง ทางออกของประเทศ คือ ฝ่ายที่อุ้มนายอภิสิทธิ์ต้องเอานายอภิสิทธิ์ออกไปเพื่อลดอุณภูมิความขัดแย้งลง แต่ถ้าฝ่ายอุ้มอภิสิทธิ์ยังโง่ ก็อุ้มต่อไป ไม่เกินปลายปีนี้โครงสร้างพังแน่นอน เพราะหมอดูทายถูก

นายสุนัยกล่าวด้วยว่า ใครที่มีอำนาจในบ้านเมืองต้องลดอุณหภูมิ แต่กลับมาตั้งกองพลทหารราบที่ 7 ที่ จ.เชียงใหม่ และกองพลทหารม้าที่ 2 ในภาคอีสาน ตนไม่ได้บอกว่าตั้งมาปราบปรามคนเสื้อแดง แต่ที่ภาคเหนือและภาคอีสานมีคนเสื้อแดงเต็มไปหมด ทำไมไม่ตั้งสองกองพลนี้ที่ภาคใต้บ้าง ทั้งที่ภาคใต้มีสงคราม ผมยังมีเรื่องราวอีกมาก ใครอยากรู้ให้ไปที่บ้านผมจะเล่าเรื่องลึกๆ ให้ฟัง เล่าตรงนี้มันยาก ถ้าคนที่อุ้มอภิสิทธิ์ยังเอาไว้อยู่ อุณหภูมิบ้านเมืองมันจะร้อน วันนี้ ความรับผิดชอบอยู่ในมือคุณ บ้านเมืองนี้จะพังหรือไม่อยู่ที่ว่าคุณยังอุ้มอภิสิทธิ์หรือไม่
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง