เตรียมขอเลื่อนนัดอัยการฟังคำสั่งฟ้องคดี 10 เอ็นจีโอปีนสภาหยุด สนช.ผ่านกฎหมาย

จากกรณีพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต นำสำนวนการสอบสวนและหลักฐาน พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายจอน อึ๊งภากรณ์ อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) กับพวกรวม 10 คนในคดีก่อเหตุปีนรั้วรัฐสภาเข้าไปเรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยุติบทบาทการพิจารณากฎหมาย เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.50 ส่งมอบให้ นายพีรยุทธ์ ประดิษฐ์กุล อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 เพื่อพิจารณาสั่งคดี เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นพนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 5 มิ.ย.และมีการเลื่อนนัดโดยกำหนดนัดทนายเป็นตัวแทนรับทราบ
ล่าสุดวันที่ 6 ต.ค.นี้ เวลา 9.30 น.พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งฟ้อง โดยมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาดังนี้ มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
 
มาตรา 215 ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
มาตรา362 ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ในคดีนี้ประกอบด้วย นายจอน อึ๊งภากรณ์ นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายศิริชัย ไม้งาม นายพิชิต ไชยมงคล นายอนิรุทธ ขาวสนิท นายนัทเซอร์ ยีหมะ นายอำนาจ พละมี นายไพโรจน์ พลเพชร นางสาวสารี อ๋องสมหวัง และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ในฐานะเป็นแกนนำในการบุกรุกปีนเข้าไปในรัฐสภา
 
จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ผู้อำนวยการเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (คนส.) หนึ่งในคณะทนายความในคดีนี้กล่าวว่า ทางทนายความจะมีการยื่นหนังสือขอเลื่อนนัดเพื่อให้อัยการสามารถยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในคราวเดียว เนื่องจากในวันที่ 6 ต.ค.นี้ผู้ต้องหาบางคนไม่สามารถเข้าฟังคำตัดสินได้ และต้องรอว่าอัยการจะมีคำสั่งมาว่าจะมีกำหนดฟ้องวันไหนซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 18 ต.ค.หรือในเดือน พ.ย.นี้
 
จันทร์จิรากล่าวด้วยว่าขณะนี้คณะทนายความเตรียมการในการยื่นประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งประกัน เนื่องจากเมื่ออัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง ศาลสั่งฟ้อง จะได้ยื่นประกันตัวในวันเดียวกัน ในส่วนวงเงินประกันนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เนื่องจาก ข้อหาตามมาตรา 116 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ที่ถูกพนักงานอัยการแจ้งข้อหาและสั่งให้พนักงานสอบสวนสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลังนั้นมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ซึ่งตามกฎหมายการประกันตัวต้องมีหลักประกัน (โทษจำคุกเกิน 3 ปี) อย่างไรก็ตามศาลอาจใช้ดุลพินิจพิจารณาไม่เรียกหลักประกันก็ได้
 
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคดีนี้ในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการได้ให้ประกันตัวโดยไม่ได้เรียกหลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากเล็งเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี
 
ด้านสุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) 1 ใน10 ผู้ต้องหา แสดงความเห็นว่าข้อหาตามมาตรา 116 ที่ระบุว่าเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล ซึ่งเพิ่มขึ้นมาในชั้นอัยการถือเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง เป็นข้อหาที่ใช้ดำเนินคดีกับผู้ก่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ในส่วนการนิรโทษกรรมที่จะมีขึ้นอาจไม่รวมคดีนี้เข้าไปด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่รัฐมีสิทธิฟ้องร้อง ซึ่งก็ต้องต่อสู้กันตามกระบวนการของกฎหมายที่มี
 
สุภิญญา กล่าวด้วยว่า ต้องยืนยันในเรื่องเจตนา เพราะคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ในสมัย สนช.ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งราว 2 สัปดาห์ ซึ่งก็เป็นการพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว เพื่อเป็นการยืนยันที่จะหยุดยั้งไม่ให้ สนช.เร่งผ่านกฎหมายสำคัญๆ ก่อนที่จะหมดวาระโดยไม่รอบคอบ อาทิ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กฎหมายเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ ทรัพยากร ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีความพยายามในการคัดค้าน แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจึงต้องไปเพื่อร่วมกันกดดัน   

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์