ลาวส่งตัว "หน่อคำ" ให้ทางการจีนแล้ว

ทางการลาวส่งมอบตัว "หน่อคำ" ผู้ต้องสงสัยฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพในน้ำโขง ให้แก่ทางการจีนเพื่อไปพิจารณาดำเนินคดีแล้ว

CCTV ภาคภาษาอังกฤษรายงานข่าวการจับหน่อคำ
โดยในวิดีโอคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนประกาศการจับกุมเป็น 2 ภาษา คือภาษาจีนและภาษาไทลื้อ

เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ (10 พ.ค. 55) สถานีโทรทัศน์จีน CCTV รายงานว่า ทางการลาวได้ส่งมอบตัว นายหน่อคำ อายุ 44 ปี อดีตสมุนขุนส่า ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่และเป็นผู้ต้องสงสัยคดีสังหารลูกเรือจีน 13 ศพในแม่น้ำโขงเมื่อ 5 ต.ค. 54 ให้แก่ทางการจีนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทางการลาวได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการส่งตัวหน่อคำให้ประเทศจีน และเมื่อพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงเสร็จสิ้น ประเทศลาวได้ส่งตัวหน่อคำขึ้นเครื่องบินเดินทางจากกรุงเวียงจันทร์ ไปพิจารณาคดีในประเทศจีนทันที

โดยหลังจากพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายในการส่งมอบตัว นายหน่อคำ แล้วเสร็จ ทางเจ้าหน้าลาวได้นำตัว นายหน่อคำ ออกจากห้องคุมขังมานั่งตรงหน้าโต๊ะแถลงข่าวเพื่อยืนยันการจับกุมและการส่งมอบตัว ขณะที่นายหน่อคำ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยตรงข้อมือและเท้าของเขาได้ถูกล็อคด้วยกุญแจมือและโซ่ด้วย

ทั้งนี้ นายหน่อคำ หรือ จายหน่อคำ ถูกทางการลาวจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยการจับกุมนายหน่อคำ เกิดขึ้นหลังเกิดการสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ ในแม่น้ำโขง ตอนเหนือของสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อ 5 ตุลาคม 2554 ซึ่งเชื่อกันว่าหน่อคำ อยู่เบื้องหลัง และการจับกุมเกิดขึ้นไม่กี่วัน หลังทางการโดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ผอ.ศพส.) แถลงข่าว “ประกาศจับนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ” (Most Wanted)จำนวน 25 ราย ตั้งรางวัลนำจับ 12 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีชื่อนายหน่อคำ รวมอยู่ด้วย โดยถูกตั้งค่าหัวไว้ 2 ล้านบาท

สำหรับข้อมูลของนายหน่อคำ ที่สำนักข่าวฉาน SHAN ได้รับล่าสุดทราบว่า นายหน่อคำ เป็นคนเชื้อสายไทใหญ่ เกิดเมื่อปีค.ศ. 1969 ที่เมืองต้างยาน รัฐฉานภาคเหนือ (ปัจจุบันอายุ 43 ปี) นายหน่อคำ เป็นเชื้อสายเจ้าฟ้าเมืองไหย๋ โดยบิดาเป็นอำมาตย์ประจำเจ้าฟ้าเมืองไหย๋ ทั้งนี้ นายหน่อคำ ได้เข้าเป็นทหารรับใช้ชาติกอบกู้รัฐฉาน ในกองทัพเมืองไตย MTA ภายใต้การนำของขุนส่า แต่หลังขุึนส่าวางอาวุธให้แก่ทางการพม่าในปี 2539 หน่อคำ ได้รับอนุญาตจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครและประกอบธุรกิจลับอยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก

กระทั่งเมื่อปี 2549 นายหน่อคำ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ปปส. พม่าเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านตอก้อ ฝั่งท่าขี้เหล็ก โดยเจ้าหน้าที่ปปส.พม่าซึ่งได้รับข้อมูลจากทั้งจีนและไทย สามารถตรวจยึดยาบ้านับล้านเม็ด แต่นายหน่อคำ ได้หลบหนีเข้าไทยและเข้าไปกบดานอยู่ในฝั่งลาว จนกระทั่งข่าวคราวเงียบลงจึงกลับเข้าไปเคลื่อนอยู่ในฝั่งพม่า

ทั้งนี้ กลุ่มของนายหน่อคำ มีพฤติกรรมเป็นโจรสลัดเก็บค่าคุ้มครองเรือลำเลียงสินค้าในแม่น้ำโขงและจับเรียกค่าไถ่ลูกเรือบ่อยครั้ง โดยทางกลุ่มอ้างว่าเป็นการเก็บค่าคุ้มครองผ่านในพื้นที่ นอกนั้นยังคอยจัดเก็บภาษีกลุ่มผู้ค้าสิ่งผิดกฎหมายที่ผ่านเข้าออกในพื้นที่คุ้มครองแถบสามเหลี่ยมทองคำ

อย่างไรก็ตาม คดีสังหารลูกจีน 13 ศพ เมื่อ 5 ต.ค. 54 ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า นายหน่อคำ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังจริงหรือไม่ โดยหลังเกิดเหตุไม่กี่วันเขาได้ออกมาปฏิเสธโดยพูดกับคนสนิทของเขาว่า "เขาไม่ได้ทำ เขาไม่มีส่วนรู้เห็น" แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่อคำได้ถูกจับกุมและส่งตัวไปยังจีนซึ่งไม่ทราบว่าท้ายที่สุด นายหน่อคำ จะถูกตัดสินโทษเช่นใด และจะสามารถหาทนายความไปแก้ต่างยันยืนความบริสุทธิ์ได้หรือไม่ ขณะที่ในส่วนของจีนถือเป็นประเทศที่มีความเข้มงวดทางกฎหมายและมักตัดสินโทษผู้ต้องหาคดีร้ายแรงด้วยโทษประหารชีวิต

 
ชมคลิป การส่งมอบตัวหน่อคำ ได้ที่   http://www.khonkhurtai.org
 


"คนเครือไท" เป็นศูนย์ข่าวภาคภาษาไทยเครือข่ายสำนักข่าวอิสระไทใหญ่ หรือ สำนักข่าวฉาน (SHAN – Shan Herald Agency for News) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตลอดจนตามแนวชายแดนไทย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง / การทหารกลุ่มใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ shan_th@cm.ksc.co.th หรือ ติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.org และภาคภาษาไทยที่ www.khonkhurtai.org

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์