เวียง-วชิระ บัวสนธ์ วอนผู้พิพากษา ขอความเมตตาต่อคดี ‘บัณฑิต อานียา’

จดหมายเปิดผนึกถึงผู้พิพากษา จากเวียง-วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน กรณี บัณฑิต อานียา นักเขียนนักแปล ผู้ต้องหา ม.112วัย 72ปี

จดหมายเปิดผนึก

เรียน คณะผู้พิพากษาแห่งศาลฎีกา
เรื่อง ขอความเมตตาต่อคดี ‘บัณฑิต อานียา’

ตามที่ศาลฎีกาได้นัดหมายให้จำเลย คือนายจือเช็ง แซ่โค้ว หรือ ‘บัณฑิต อานียา’ ไปฟังคำพิพากษา เวลา 9.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม ศกนี้ นั้น

ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้น ว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยในแวดวงวรรณกรรมที่รักความเป็นธรรม ต่างรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะผู้ที่รู้จักมักจี่กับ ‘บัณฑิต อานียา’ มาหลายสิบปี มีหรือที่จะไม่รู้ว่า ปรารถนาของท่านผู้นี้ที่ได้แสดงออกผ่านงานเขียนงานแปลมานับเล่มไม่ถ้วน ล้วนหาใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด

กล่าวให้ชัดขึ้นก็ต้องว่า ‘บัณฑิต อานียา’ เป็นนักเขียนนักแปลที่เชื่อมั่นในอำนาจวรรณกรรม เขาจึงอาศัยมันทำหน้าที่สื่อความในใจไปยังสังคมวงกว้าง เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้อ่านร่วมยุคสมัยตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ นานาที่ดำรงอยู่ในบ้านเมืองของเราตลอดมา พูดอีกนัยหนึ่งก็อาจสรุปได้ว่า ท่านผู้นี้เพียงทำหน้าที่จุดโคมเล็กๆ ดวงหนึ่งท่ามความมืดที่ตนเองแลเห็นว่ามันเป็นเช่นนั้น

ประเด็นมีอยู่ว่า ทุกวันนี้ ‘บัณฑิต อานียา’ ไม่เพียงเป็นชายชราวัยไม้ใกล้ฝั่ง หากสุขภาพของเขาก็ถือว่าอยู่ในขั้นย่ำแย่ กระเพาะปัสสาวะถูกตัดออกไปนานแล้ว เช่นเดียวกับที่เหลือไตแค่ข้างเดียว อย่าว่าแต่มีความยากไร้เป็นอาภรณ์ห่มคลุมกายมาชั่วชีวิต!

ด้วยเหตุนี้ หาก ‘บัณฑิต อานียา’ ต้องย้ายนิวาสถานไปอยู่ในเรือนจำตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ก็คาดการณ์ได้ไม่ยากว่า ท้ายที่สุดชะตากรรมของเขาจะลงเอยเยี่ยงใด

ถึงจุดนั้น ใครบ้างไม่เศร้าโศกเสียใจ ต่อให้ไม่เห็นด้วยกับทัศนะของนักเขียนนักแปลอย่าง ‘บัณฑิต อานียา’ ก็ตาม

กระผมยังหวังในความมีมนุษยธรรมของท่านผู้พิพากษาแห่งศาลฎีกา เจ้าของคดีนี้ ขอความกรุณา จงมีเมตตาต่อจำเลยผู้นี้ อย่าให้ถึงขั้นติดคุกติดตะรางเลยนะครับ

ด้วยนับถือในจิตใจอันประเสริฐ

เวียง-วชิระ บัวสนธ์
บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน