ท้องถิ่นปะทะโลกาภิวัฒน์: 'ไกด์ล้านนา' จี้อย่าจ้าง 'ต่างชาติ' วอนช่วยสกัด 'ทัวร์ศูนย์เหรียญ' จากจีน

คนทำงานภาคท่องเที่ยว "ชมรมมัคคุเทศก์รักษ์ล้านนา" ขอความเห็นใจผู้ประกอบการอย่าจ้างมัคคุเทศก์ต่างชาติและมัคคุเทศก์เถื่อน ชี้แย่งอาชีพคนท้องถิ่น แถมผิดกฎหมายเพราะมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนให้คนไทย วอน คสช. สกัด "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" จากจีน
 
 
 
เชียงใหม่ยังคงเป็นหมุดหมายในแผนที่การท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยมาทุกยุคทุกสมัย และในปัจจุบันคนทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในท้องถิ่นก็พบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วย (ที่มาภาพ: การท่องเทียวแห่งประเทศไทย)
 
6 ก.ย. 2557 ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน 2557 ที่ผ่านมา ชมรมมัคคุเทศก์รักษ์ล้านนาได้ออกตระเวณขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการอย่าจ้างมัคคุเทศก์ต่างชาติและมัคคุเทศก์เถื่อน และเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้มงวดต่อการการลักลอบทำ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" อีกด้วย
 
สืบเนื่องจากกรณีที่นายมานพ แซ่เจีย ประธานชมรมมัคคุเทศก์รักษ์ล้านนา เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าตนและสมาชิกชมรมที่เป็นมัคคุเทศก์ภาษาจีนได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือให้กับผู้ประกอบการนำเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่รับทัวร์นักท่องเที่ยวชาวจีน เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้จ้างมัคคุเทศก์ต่างด้าวและมัคคุเทศก์เถื่อนภาษาจีนมาใช้นำเที่ยว รวมทั้งให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้มีการทำทัวร์ศูนย์เหรียญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเสียหายให้การภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะนอกจากจากจะเป็นการแย่งอาชีพคนไทยแล้วยังผิดกฎหมายด้วย เนื่องจากตามกฎหมายมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย รวมทั้งการใช้มัคคุเทศก์ต่างด้าวและมัคคุเทศก์เถื่อน ยังจะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับการท่องเที่ยวด้วย เพราะมัคคุเทศก์กลุ่มนี้ไม่มีความเข้าใจวัฒนธรรมประเพณีไทยอย่างลึกซึ้งแท้จริง จึงอาจจะทำให้มีการถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวเข้าใจอย่างผิดเพี้ยนด้วย 
 
ขณะเดียวกันยังได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ช่วยกันสอดส่องป้องกันดูแลไม่ให้มีการทำทัวร์ศูนย์เหรียญด้วย เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเชียงใหม่เกิดความเสียหายปัญหาการว่าจ้างมัคคุเทศก์ต่างด้าวและมัคคุเทศก์เถื่อนภาษาจีน รวมทั้งทัวร์ศูนย์เหรียญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น เพิ่งจะเริ่มเกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ตามความนิยมของนักท่องเที่ยวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวบางแห่งเลือกที่จะจ้างมัคคุเทศก์ต่างด้าวหรือมัคคุเทศก์เถื่อนภาษาจีน ที่มีค่าจ้างถูกกว่าแทน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมา โดยพบว่ามีการลักลอบทำทัวร์ศูนย์เหรียญด้วย ส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวโดยก่อนหน้านี้ทางกลุ่มได้ได้ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจังหวัดเชียงใหม่,การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่,ตำรวจท่องเที่ยว และ คสช. เพื่อให้ป้องกันแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ให้รุนแรงมากไปกว่านี้ 
 
 
เสียงผู้ประกอบการ
 
ข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยธุรกิจภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากคาดการณ์ว่าถ้ามีการก้าวสู่ AEC แล้วตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่จะก้าวกระโดดจากปีละ 20,000 คน เป็น 50,000 คน โดยปัจจุบันนี้การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนขณะนี้ถือว่าดีมากกว่าเสีย แต่ในอนาคตข้างหน้าเมื่อก้าวสู่ AEC และจำนวนนักท่องเที่ยวจะมีมากขึ้นทำให้เกิดอำนาจในการต่อรองเพิ่มมากขึ้นอาจจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยนั้นแข่งขันในด้านการลดราคาซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้
 
ทั้งนี้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรายหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ได้เปิดเผยกับประชาไทว่าโดยปกติแล้วผู้ประกอบการในพื้นที่ก็มักจะใช้ไกด์ในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ที่เป็นปัญหาคือบริษัททัวร์จากประเทศนั้นๆ มักมาทำทัวร์บ้านเรา มักจะใช้ไกด์จากประเทศเขาเอง
 
ทั้งนี้เพราะจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายจ้างไกด์ท้องถิ่นมาซ้ำซ้อน ซึ่งทัวร์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะทัวร์จีนและเกาหลีมีการแข่งขันกันดุเดือดมาก จึงต้องลดต้นทุนให้มากที่สุด เพื่อที่จะขายทัวร์ได้ถูกกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ถ้าหากมีไกด์ดูแลลูกค้ามาตั้งแต่ต้นทางมันจะราบรื่นมากกว่า แต่บางทีก็อาจมีปัญหาได้ เช่น ไกด์ต่างชาติไม่เข้าขากับไกด์ท้องถิ่น เป็นต้น
 
ส่วนความเห็นเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญนั้น ผู้ประกอบการรายนี้กล่าวว่า "ทัวร์ศูนย์เหรียญได้เพราะอะไร เพราะได้ค่าคอมมิชชั่นเบี้ยใบ้รายทางรายทางเยอะ จากการลงไปกิน ไปช็อปปิ้ง จากค่าเข้าชม และอื่นๆ อีก แต่ถ้าใช้ไกด์ท้องถิ่นก็ต้องมาหาร 2 อีก"
 
 
ทัวร์ศูนย์เหรียญ
 
 
รายงาน “Taking Off Travel and Tourism in China and Beyond” ของ Boston Consulting Group
 
 
จากรายงาน “Taking Off Travel and Tourism in China and Beyond” ของ The Boston Consulting Group ที่เผยแพร่เมื่อมีนาคม 2011 ได้แบ่งนักท่องเที่ยวจีนเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 นักท่องเที่ยวที่ขาดประสบการณ์ท่องเที่ยว มักไม่ต้องการหาข้อมูลท่องเที่ยวมากและขาดทักษะภาษา ทำให้นิยมเดินทางมากับคณะทัวร์ (Group tour) แบบจัดตารางกิจกรรมเต็มวัน (Full Schedule) ซึ่งสะดวกและค่าใช้จ่ายต่ำกว่า กลุ่มที่ 2 นักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์ มักเน้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบเจาะลึกมากขึ้นและหาสถานที่ผ่อนคลาย ส่วนใหญ่จะวางแผนท่องเที่ยวด้วยตนเอง โดยหาข้อมูลออนไลน์ แต่ยังมีบางส่วนที่จองแพคเกจทัวร์อยู่บ้าง กลุ่มที่ 3 นักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์และรายได้สูง เน้นการชอปปิง ที่พักและสถานบันเทิงหรูหรา โดยส่วนใหญ่จะวางแผนโดยหาข้อมูลออนไลน์หรือจองแพคเกจทัวร์แบบพรีเมี่ยม 
 
โดยการเดินทางแบบคณะทัวร์ของนักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ประเภทแรก Tour Fare ปกตินักท่องเที่ยวจะซื้อแพคเกจทัวร์ จากบริษัททัวร์จีน (China’s outbound top operators, OTOs) ที่รวมค่าโดยสาร ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าทัวร์ และอื่นๆ แล้วหลังจากนั้นจะส่งต่อนักท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวในประเทศปลายทาง (Inbound tour operator, ITOs) และไกด์นำเที่ยวอีกทอด เพื่อนำนักท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ โดยบริษัททัวร์จีนจะแบ่งกำไรให้บริษัทนำเที่ยวในประเทศปลายทาง
 
ส่วนประเภทที่สอง "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" (Zero Dollar Tour) จากจีน นักท่องเที่ยวจะจ่ายค่า Tour Fare ในระดับต่ำเกือบเท่าต้นทุนรวมของทัวร์แก่บริษัททัวร์จีน หลังจากนั้นบริษัททัวร์จีนจะส่งต่อนักท่องเที่ยวให้แก่บริษัทนำเที่ยวในไทยโดยไม่ได้แบ่งกำไรให้แก่บริษัทไทยและไกด์ทัวร์ที่มักเป็น “ไกด์ผี” จึงเป็นที่มาของคำว่า “Zero Dollar Tour” เมื่อบริษัทนำเที่ยวในประเทศปลายทางและไกด์ทัวร์ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ทำให้ต้องจัดบริการเสริมเพื่อหารายได้จากค่านายหน้า (Commission) อาทิ การพานักท่องเที่ยวไปชอปปิงแล้วโก่งราคาสินค้าสูงกว่าปกติ บังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อโปรแกรมทัวร์เสริม (Option Tour) ในราคาแพงมาก เป็นต้น 
 
ดังนั้นโดยรวมนักท่องเที่ยวประเภททัวร์ศูนย์เหรียญอาจจะจ่ายค่าทริปเที่ยวไทยสูงกว่าทัวร์แบบปกติ โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 2 ส่วนคือ Tour Fare และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Tourists’ discretionary expenditures) นอกจากทัวร์ศูนย์เหรียญข้างต้นแล้ว ยังมีทัวร์อีกรูปแบบที่คล้ายกันเรียกว่า “ทัวร์ติดลบ” ซึ่งบริษัททัวร์ประเทศปลายทางต้องจ่ายเงินค่าหัวนักท่องเที่ยวหรือเรียกว่า “Kick Back (KB)” เพื่อให้บริษัททัวร์จีนในการหาลูกทัวร์ให้ในปริมาณมาก โดยไกด์ทัวร์และบริษัททัวร์ประเทศปลายทางจะหารายได้จากค่าคอมมิชชั่นในบริการเสริมแอบแฝงต่างๆ เช่นเดียวกัน
 
 
 
 
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
 
ทัวร์ศูนย์เหรียญ : จีนคุมเข้ม กระทบท่องเที่ยวไทย (จุฬำรัตน์ โฆษะโก, ธนาคารแห่งประเทศไทย, เมษายน 2557)
 
Taking Off Travel and Tourism in China and Beyond (The Boston Consulting Group, March 2011)
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์