สพฉ.กำหนดเกณฑ์คุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

สพฉ.กำหนดเกณฑ์คุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตั้งศูนย์ EMCO Service Center เปิดให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงย้ำผู้ป่วยฉุกเฉินต้องเข้ารักษาฟรีใน รพ.ที่ใกล้สุด เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา คาดประกาศใช้ธันวาคมนี้
 
 
 
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตามนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ” กรณีการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดว่า ที่ประชุม กพฉ. ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม(สปส.) และกรมบัญชีกลาง มีมติกำหนดให้จัดทำแนวทางการปฏิบัติในการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ในโรงพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญา 3 กองทุน ซึ่งจะทําให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับ การคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงบริการ อย่างปลอดภัยโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล เพื่อให้ไม่เป็นอุปสรรคและเกิดความเสี่ยงของการดูแลรักษา
 
โดยผู้ป่วยฉุกเฉิน วิกฤตจะต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญาก็ตาม ซึ่งโรงพยาบาลจะคัดแยกผู้ป่วยตามแนวทางที่ สพฉ.กำหนดให้ และกรณีที่ปัญหาในการคัดแยก เช่นความเห็นแพทย์ และศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการวินิจฉัยไม่ตรงกัน ให้ปรึกษา EMCO Service Center ของ สพฉ.ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้โรงพยาบาลที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยจะต้องได้รับชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานับตั้งแต่รับผู้ป่วยจนถึง 72 ชั่วโมง ในอัตราที่ สพฉ.กำหนด และกองทุนเจ้าของสิทธิจะต้องตามจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตามหลักเกณฑ์ 
 
ยืนยันว่าผู้ป่วยฉุกเฉิน วิกฤตจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และหากมีปัญหาในการวินิจฉัยที่ไม่ตรงกัน ที่ประชุมมีข้อสรุปให้ทำการรักษาไปก่อน แล้วค่อยมาเคลียร์กันภายหลัง เพราะหลักการสำคัญคือต้องไม่ปล่อยทิ้งผู้ป่วยไว้กลางห้องฉุกเฉินเด็ดขาด โดยหลังการดำเนินงาน 6 เดือนแรก จะมีการประเมินติดตามเพื่อการปรับปรุงอีกครั้ง
 
อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าว จะต้องนำเสนอให้คณะกรรมการการของทั้ง 3 กองทุนพิจารณาอีกครั้ง ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าจะประกาศและใช้ได้จริงภายในเดือน ธ.ค.นี้
 
นพ.อนุชา ยังกล่าวต่อถึง เกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน วิกฤต ว่า คือบุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหันซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต ซึ่งหากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนเลือดหรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทำให้การบาดเจ็บเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่างฉับไว โดยอาการที่เข้าข่ายฉุกเฉิน อาทิ ไม่รู้สึกตัว , ไม่หายใจ , หายใจผิดปกติ , แน่นหน้าอก , แขนขาอ่อนแรง พูดลำบาก เป็นต้น
 
ทั้งนี้ การเตรียมการทั้งหมดนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ที่จะได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้และมีความพร้อมทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินปลอดภัย ลดการสูญเสีย โดยผู้ป่วยฉุกเฉิน หากมีอาการฉุกเฉิน ควรโทรแจ้งที่สายด่วน 1669 ก่อนเพื่อให้ได้รับการประเมินอาการ และเข้ารับการรักษาตามระบบ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันปัญหาการถูกเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลด้วย 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์