'ประยุทธ์' ไม่หวั่นไหว แม้เกือบครึ่งล้านโหวต ไม่หนุนบริหารบ้านเมืองต่อ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ เผย  'ประยุทธ์' ไม่หวั่นไหว แม้เกือบครึ่งล้านโหวตไม่หนุนบริหารบ้านเมืองต่อในเพจอวย พร้อมแจงข่าวเก่า ยันไม่มีนโยบายปรับขึ้น VAT ขณะที่ปมนำมันแพง สั่งใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาไม่ให้เกิน 30 บาทแล้ว

25 พ.ค.2561 จากกรณีเฟสบุ๊คแฟนเพจ ชื่อ 'ขอล้าน Like สนับสนุนให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายก' ซึ่งเป็นเพจที่มีคนกดถูกใจ 3 แสน มักโพสต์สนับสนุน คสช. และโจมตีกลุ่มที่ต่อต้าน คสช. นั้น ตั้งโหวต ภายใต้โจทย์ ว่า "คุณยังสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้บริหารบ้านเมืองต่อหรือไม่" เริ่มโหวตเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 16:25 น. จนล่าสุดวันนี้ (25 พ.ค.61) มีจำนวนโหวต 5.3 แสน โดย 90% หรือประมาณ 477,000 โหวตตอบไม่เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารบ้านเมืองต่อ โดยมีเพียง 10% เท่านั้นที่โหวตสนับสนุน

ล่าสุดวันนี้ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ถึงกรณีดังกล่าวซึ่งมีสื่อมวลชมนำเสนอว่า นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว และไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อข้อมูลดังกล่าว เพราะที่ผ่านมามีผลโพลออกมาจากหลายสำนัก หลายประเภท ซึ่งมีทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ที่ดีสุด จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง

เพจต้นทาง ตอนนี้เข้าไม่ได้แล้ว

เพิ่มเติม เมื่อเวลา 10.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟสบุ๊คแฟนเพจ ชื่อ 'ขอล้าน Like สนับสนุนให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายก' (URL : https://www.facebook.com/Lovegenprayut)ไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว

โดยเมื่อเข้าเพจดังกล่าว ระบบแจ้งว่า "ขออภัย เนื้อหานี้ไม่พร้อมใช้งานในขณะนี้ ลิงก์ที่คุณได้ติดตามอาจหมดอายุไปแล้ว หรือเพจนี้อาจจะมองเห็นได้เฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้รวมถึงคุณด้วย"

 

แจงข่าวเก่า ยันไม่มีนโยบายปรับขึ้น VAT

กรณีที่มีการแชร์ข้อความและภาพระบุ “ประยุทธ์ขอประชาชนจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% ถ้าไม่ขึ้นประเทศจะล้มละลาย” ในช่วงนี้นั้น  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าเมื่อเดือน มี.ค. 60 ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ชี้แจงไปแล้วว่า ไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของนายกฯ แต่เป็นการตีความที่คลาดเคลื่อน พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่าไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อกังวลว่า รัฐบาลจะปรับขึ้นภาษี VAT 9% (รวมภาษีท้องถิ่นอีก 1% อัตรารวมคือ 10%) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61 ตามที่ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ต.ค.60 โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษี VAT ตามที่ระบุไว้กฎหมาย โดยยังคงไว้ที่อัตรา 7% เพราะไม่อยากผลักภาระให้ประชาชนเดือดร้อน จึงไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกและหลงเชื่อ หรือนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความสับสน”
 
ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วรัฐบาลจะต้องขึ้นภาษี VAT อีก 3% เป็น 10% เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประมวลรัษฎากร แต่รัฐบาลได้ออกกฎหมายลดอัตราภาษี VAT โดยให้จัดเก็บจริงที่ 7%  ซึ่งเป็นอัตราคงที่ต่อเนื่องกันมาทุกปี

ใช้กองทุนน้ำมัน อุดหนุนราคา ไม่ให้เกิน 30 บาท

เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลยังรายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการดูแลราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สแอลพีจี ว่า รัฐบาลไม่ได้บริหารงานโดยยึดหลักเศรษฐศาสตร์หรือกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนด้วย หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือประสบปัญหาก็จำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน

"โดยจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร และอุดหนุนราคาแก๊สแอลพีจี 10 บาทต่อขนาดถัง 15 กก. ทำให้ราคาแอลพีจีลดลงเหลือไม่เกินถังละ 363 บาท มีผลวันที่ 28 พ.ค.นี้"
 
นายกรัฐมนตรีขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจว่า ต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สแอลพีจีอยู่ในระดับที่ควบคุมได้อย่างเหมาะสม จึงจะไม่กระทบต่อราคาสินค้าและบริการที่ต้องใช้น้ำมันและแก๊สดังกล่าว และรัฐบาลขอให้เชื่อมั่นว่าจะดูแลเรื่องนี้อย่างดีที่สุดและเกิดผลดีต่อประชาชนอย่างแน่นอน
 
"นายกฯ ยังได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าและบริการให้เป็นปกติ เช่น ค่าโดยสาร ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ค่าสินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะรัฐบาลประกาศชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยย้ำว่าเมื่อประเทศต้องประสบปัญหาใด ๆ ก็ตาม คนไทยทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันฝ่าฟันไปให้ได้"
 
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกติดตามราคาสินค้าและบริการที่สำคัญ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค