Gig worker อายุมากกว่า 55 ปี ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ห่วงขาดประกันสุขภาพ-ประกันสังคม

Gig Economy เศรษฐกิจที่จ้างงานแบบจบเป็นครั้งๆ ในสหรัฐฯ ขยายตัวสูง คนทำงานแบบ Gig worker เพิ่มขึ้น 15% โดยสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 อายุมากกว่า 55 ปี ห่วงขาดประกันสุขภาพ ประกันสังคมและสิทธิประโยชน์อื่นที่ลูกจ้างปกติได้รับ


ที่มาภาพประกอบ: Scott Lewis (CC BY 2.0)

รายงานจากข้อมูลของสถาบันวิจัย ADP ชี้ว่าสัดส่วนของ ‘gig worker’ หรือคนงานที่ทำงานแบบจบเป็นครั้งๆ ในภาคธุรกิจของสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น 15% นับจากตั้งแต่ปี 2553

งานประเภทนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบทางการเงินต่างๆ ของคนทำงานที่เพิ่มเติมขึ้นมาโดยเปรียบเทียบกับลูกจ้างที่ทำงานเต็มเวลาทั่วไป นับตั้งแต่ การประกันสุขภาพ การออมเพื่อเกษียณอายุ วันลาพักร้อนที่จ่ายค่าจ้าง การประกันสังคม

เกือบหนึ่งในสามของคนงานที่ทำงานแบบจบเป็นครั้งๆ ของบริษัท มีอายุมากกว่า 55 ปี (ตามแบบฟอร์ม 1099-MISC contractors ซึ่งถูกจัดประเภทให้เป็นผู้รับงานอิสระตามสัญญาที่ใช่ลูกจ้างในการแจ้งรายได้ประจำปีเพื่อเสียภาษี)

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนคนงานที่ทำงานแบบจบเป็นครั้งๆ (gig worker) เพิ่มสูงขึ้นมาก ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนโครงสร้างกลุ่มประชากร เรื่องดังกล่าวถูกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเด็นความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เนื่องจากกำลังแรงงานประเภทนี้ขยายตัวมาก จากความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

“เราเพิ่งเริ่มที่จะเห็นมันกำลังเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ” Kerry Hannon ผู้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับงานและความเป็นเจ้าของกิจการกล่าวถึงคนงานที่ทำงานแบบจบเป็นครั้งๆ “สำหรับประชากรจำนวนมาก มันเป็นผลร้ายจริงๆ “

“อะไรคือเศรษฐกิจที่จ้างงานแบบจบเป็นครั้งๆ บนแพลตฟอร์มหรือ gig economy นั้น ไม่ได้ถูกนิยามให้ดี แต่โดยปกติแล้ว มันรวมไปถึงผู้คนกลุ่มต่างๆ อาทิ ผู้รับงานอิสระตามสัญญา (independent contractors ) คนงานชั่วคราวที่ถูกเรียกมาทำงานเมื่อมีความต้องการ (on-call worker) และคนงานชั่วคราว (temp worker)

การเติบโตของการให้บริการออนไลน์และการให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น อย่างเช่น Uber, Airbnb และ Task Rabbit มีส่วนทำให้งานที่จ้างแบบจบเป็นครั้งๆ เป็นที่นิยม

งานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจต่างๆ กำลังหันไปหาคนงานที่ถูกจ้างงานแบบจบเป็นครั้งๆ อย่างเป็นเรื่องปกติมากขึ้น

จากรายงานที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2563 โดยสถาบันวิจัย ADP ระบุว่า สัดส่วนของคนงานอิสระในภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ที่ 16 % เมื่อปี 2562 ทั้งนี้สถาบันวิจัย ADP ได้วิเคราะห์ข้อมูลคนทำงานจำนวนมากกว่า 18 ล้านคน

ตัวเลขดังกล่าวถือว่า เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของคนงานอิสระคือเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2553

พิจารณาจำนวนรวมทั้งหมด ปัจจุบัน มีคนงานที่ถูกจ้างแบบจบเป็นครั้งๆ เพิ่มขึ้น 6 ล้านคนจากเมื่อ 10 ปีก่อน โดยครึ่งหนึ่งหรือ 3 ล้านคนของการเติบโตนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของกำลังแรงงานที่เข้ามาสู่งานลักษณะนี้และเขยิบห่างออกไปจากการจ้างงานแบบปกติมากยิ่งขึ้น

รายงานการวิเคราะห์นี้ยังไม่ได้นับรวมคนงานที่ทำงานจบเป็นครั้งๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด แต่นับเพียงประเภทของคนทำงานตามสัญญา (ตามแบบฟอร์มการแจ้งรายได้ประจำปี 1099-MISC contractors) และลูกจ้างระยะสั้น (ตามแบบฟอร์ม W-2 ในประเภทลูกจ้างระยะสั้นที่ทำงานตั้งแต่ 1 เดือน-6 เดือน) เท่านั้น ซึ่งบางส่วนยังไม่ได้ถูกนับรวม เช่น คนขับรถ Uber ก็ไม่ได้ถูกนับรวม เพราะพวกเขาอยู่ในหมวดหมู่ของคนทำงานตามสัญญาประเภทอื่น และงานเหล่านี้อาจเป็นงานที่รวมไปถึงงานตามฤดูกาล งานโครงการ หรือแรงงานมีทักษะซึ่งถูกจ้างจากโครงการที่มีความซับซ้อน เป็นอาทิ

“พลวัตของกำลังแรงงานกำลังเปลี่ยนแปลง” Ahu Yildirmaz หัวหน้าร่วมของสถาบันวิจัย ADP กล่าว

หากประมาณการกว้างๆ ขนาดของเศรษฐกิจที่จ้างงานแบบจบเป็นครั้งๆ โดยรวม สำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐฯ เชื่อว่า “การจ้างงงานแนวทางเลือก” พวกนี้ อยู่ที่ 10.1% ของกำลังแรงงานของสหรัฐฯ ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประมาณการว่า มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของชาวเอมริกันวัยผู้ใหญ่

งานประเภทนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบทางการเงินต่างๆที่เพิ่มขึ้นเข้ามาเปรียบเทียบกับพนักงานเต็มเวลา ผู้ที่ส่วนมากมีสิทธิประโยชน์ที่นายจ้างจัดให้ เช่น ประกันสุขภาพ แผนการออมเพื่อเกษียณอายุ (401(k) plan) ที่นายจ้างสมทบ วันลาพักร้อนโดยจ่ายค่าจ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นการจัดให้มี “ผ้าห่มของความมั่นคง” Hannon กล่าว

สำหรับการออมของคนงาน สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะ AARP ชี้ว่า คนงานมีแนวโน้ม 15 เท่าที่จะเลือกตัดสินใจออมเพื่อเกษียณอายุในกรณีที่สถานที่ทำงานเปิดให้พวกเขาสามารถทำได้โดยใช้การหักจากเงินเดือน

“มันเป็นความรู้สึกถึงการมีเสถียรภาพบางอย่าง” Hannon กล่าวเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ในสถานที่ทำงาน

นอกจากนี้ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนงานอิสระมีแนวโน้มที่จะรายงานตัวเลขรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงเปรียบเทียบกับพนักงานปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่การประกันสังคมในการเกษียณอายุในจำนวนที่น้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม คนงานที่ทำงานแบบจบเป็นครั้งๆ อาจสามารถมีประกันสุขภาพได้ เช่น จากนายจ้างของคู่สมรส หรือจากโครงการประกันของมลรัฐ พวกเขายังสามารถเปิดบัญชีการออมเพื่อเกษียณอายุส่วนบุคคล (solo 401(k) plan) นอกจากนี้ พวกเขาควรแยกเรื่องภาษีออกไปก่อน แล้วประเมินรายได้ในแต่ละไตรมาสของตนเพื่อหลีกเลี่ยงจากปัญหาหากเกิดสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดขึ้นในช่วงเวลาที่ต้องจ่ายภาษี”

ในอีกด้านหนึ่ง คนทำงานอิสระภายใต้สัญญามีพื้นที่อยู่ในระดับหนึ่งในการทำให้ตัวเองได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นได้บ่อยครั้งกว่ากว่าพนักงานเต็มเวลา (ตามแบบฟอร์ม W-2) ด้วยการต่อรองอัตราค่าตอบแทนกับนายจ้าง

อย่างไรก็ตาม มลรัฐต่างๆ กำลังผลักดันให้บริษัทที่เสนอเงื่อนไขการทำงานแบบดังกล่าวเปลี่ยนกลับไปเป็นแบบปกติ กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียในปีนี้จะทำให้บริษัทที่ใช้แอปพลิเคชั่นเป็นพื้นฐานในการทำธุรกิจ เช่น Uber จะต้องระบุว่าคนทำงานอยู่ในสถานะลูกจ้างแทนที่จะเป็นผู้รับงานตามสัญญาในเงื่อนไขใดบ้างที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนมลรัฐนิวยอร์กก็กำลังพิจารณาข้อเสนอคล้ายๆกัน

“ตัวเลขการว่างงานที่ต่ำสุดในรอบ 5 ทศวรรษโดยประมาณ และ “ทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการ” ของลูกจ้างกับธุรกิจ กำลังผลักดันนายจ้างให้หันไปจ้างคนที่อยู่นอกการทำงานเต็มเวลาแบบปกติ” Yildirmaz แห่งสถาบันวิจัย ADP กล่าว

 “ในตอนนี้ เรากำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างมากในระบบเศรษฐกิจของเรา” เธอกล่าว

ความสัมพันธ์ของการจ้างงานแบบจบเป็นครั้งๆ สามารถช่วยให้นายจ้างได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ที่พวกเขาสามารถจ้างคนงานในงานบางประเภทหรือในโครงการบางลักษณะโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์และเพื่อฝึกอบรมทักษะการทำงาน

คนงานเหล่านี้มักจะเป็นคนงานที่อายุมากกว่าคนงานโดยทั่วไป บางส่วน เป็นผลมาจากความต้องการแรงงานมีทักษะ ยกตัวอย่างเช่น 30% ของคนทำงานอิสระตามสัญญา (ตามแบบฟอร์ม 1099-MISC) มีอายุมากกว่า 55 ปี ในขณะเดียวกัน พนักงานเต็มเวลา (ตามแบบฟอร์ม W-2) มีเพียง 21%

“ความแตกต่างระหว่าง 21% กับ 30% ถือว่าสูง” Yildirmaz กล่าว

ในขณะที่คนงานอิสระอายุมากที่ทำงานตามสัญญาบางส่วนอาจชอบความยืดหยุ่นและเสรีภาพจากความสัมพันธ์กับนายจ้างในลักษณะนี้ หรือในบางครั้งเป็นเรื่องของความสามารถในการหางานที่ตัวเองทำแล้วรู้สึกสนุก

แนวโน้มนี้สะท้อนเรื่องอคติเกี่ยวกับอายุของประชากรในสังคมอเมริกัน หรือเป็นความไม่เต็มใจของนายจ้างที่จะจ้างพนักงานอายุมากเป็นพนักงานประจำ, Hannon ให้ความเห็น

“สำหรับบางคนที่อยู่ในกลุ่มแรงงานอายุมากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลดขนาดงานของบริษัท บางคนถูกให้เกษียณอายุก่อนเวลา มันเป็นเรื่องยากที่จะหางานเต็มเวลาได้จริงๆ” Hannon กล่าว ทั้งนี้หนังสือของเขาเล่มหนึ่งมีชื่อว่า “งานดีๆ สำหรับคนอายุ 50 ขึ้นไป” (“Great Jobs for Everyone 50+”)

คนรุ่น baby boomers ซึ่งเกิดในยุคที่อัตราการเกิดสูงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนนี้ถึงช่วงเกษียณอายุการทำงาน พวกเขายังหวังจะเป็นกำลังแรงงาน พวกเขาอาจต้องการรายได้ อาจต้องการอยู่ในการทำงานต่อไป มันจึงเป็นไปในทางที่ว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตำแหน่งงานให้กับกำลังแรงงานที่ทำงานแบบจบเป็นครั้งๆ, Hannon กล่าว

ที่มาเรียบเรียงจาก
The gig economy has ballooned by 6 million people since 2010. Financial worries may follow (Greg Iacurci, cnbc.com, 4 Feb 2020)

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์