เผยดำเนินคดีแล้ว 5 คน ปล่อยข่าวปลอม COVID-19 ด้าน 'ธรรมนัส' ตรวจหาเชื้อ พร้อมกักตัว 14 วัน

รมว.ดิจิทัลฯ เผยจับกุมผู้ปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้ทั้งหมด 5 คน ดำเนินคดีกับทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมประสาน กสทช.ขอใช้ซิมการ์ดฟรี 14 วัน เพื่อติดตามผู้ถูกกักตัวตามภูมิลำเนาแบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน AOT | 'ธรรมนัส' พร้อมคณะทำงาน ตรวจหาเชื้อ COVID-19 หลังปฏิบัติธรรมพระธาตุพนม ยืนยันแม้ไม่พบเชื้อก็จะกักตัวเอง 14 วัน | 'สุดารัตน์' จี้นายกฯ ตัดสินใจตรวจกลุ่มเสี่ยงฟรี | กองทัพไทยยกระดับมาตรการเข้มเฝ้าระวัง

15 มี.ค. 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยหลังร่วมประชุมกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ขณะนี้จับกุมผู้ปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ได้ทั้งหมด 5 คน ดำเนินคดีกับทุกรายแล้ว โดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมทั้งประสาน กสทช.ขอใช้ซิมการ์ดฟรี 14 วัน เพื่อติดตามผู้ถูกกักตัวตามภูมิลำเนาแบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน AOT ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้คนกลุ่มนี้สามารถสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้

เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยง ประสานให้โหลดแอปพลิเคชัน กรอกข้อมูล ถ่ายรูปพาสปอร์ตและบอร์ดดิ้งพาส รวบรวมไว้ที่กรมควบคุมโรค ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง จะมีการให้ข้อมูลทำความเข้าใจเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ ตั้งแต่บนเครื่องบิน เพื่อไม่ให้เสียเวลา

'ธรรมนัส' ตรวจหาเชื้อ พร้อมกักตัว 14 วัน 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าได้ไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งแพทย์นัดฟังผลเวลา 21.00 น.วันนี้ (15 มี.ค.) ยืนยันแม้ไม่พบเชื้อก็จะกักตัวเอง 14 วัน ไม่เดินทางไปที่ไหนและต้องลาประชุม ครม. โดยเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดและเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติตนของผู้มีความเสี่ยง

ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ เดินทางไปประธานเปิดงานเกษตรลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 23 ประจำปี 2563 จ.นครพนม เมื่อวันที่ 12 มี.ค. จากนั้นไปนมัสการพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนมพร้อมกับคณะทำงาน โดยเข้าไปในองค์พระธาตุพนม 

ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ 'นราธิเบต ทองดำ' อ้างว่าเข้าสักการะพระธาตุพนมเมื่อวันที่ 11 มี.ค. เมื่อกลับถึง กทม.มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะเป็นไข้ จึงไปพบแพทย์ ผลตรวจเบื้องต้นระบุว่าเข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อ COVID-19 ปัจจุบันพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. แต่ยังไม่มีผลสรุปอย่างเป็นทางการว่า ติดเชื้อหรือไม่

เมื่อคณะทำงานของ รมช.เกษตรฯ ทราบเรื่องหลังจากกลับมา กทม.ทุกคนที่เข้าไปในพระธาตุพนมได้ไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 ซึ่งจะทยอยทราบผลคืนนี้และพรุ่งนี้ โดยยืนยันว่าแม้จะไม่พบเชื้อ แต่จะกักตัวเอง 14 วัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อบุคคลอื่นปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีและเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

รมว.คมนาคม สั่งยกระดับมาตรการคัดกรองสกัด

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่มีการแพร่ระบาดโรค COVID-19 โดยเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แพร่กระจายมากขึ้น ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม มีหน่วยงานด้านระบบขนส่งในหลายรูปแบบ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศนั้น ตนจึงได้มีนโยบายสั่งการเพิ่มเติมจากเดิมที่ได้เคยสั่งการไปก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์เกิดขึ้น โดยให้ทุกหน่วยงานเพิ่มมาตรการคัดกรอง ในกรณีที่มีประชาชน หรือผู้ปฏิบัติงาน จะเข้าไปในสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ รวมถึงยานพาหนะของแต่ละหน่วยงาน ให้ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิตรวจก่อนที่จะอนุญาตให้ประชาชน หรือ เจ้าหน้าที่เข้าไปในบริเวณต่างๆ

ทั้งนี้ หากพบผู้ที่มีอาการป่วย หรือมีอุณหภูมิร่างกายเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้ประสานงานส่งตัวให้โรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ให้จัดเตรียมเครื่องวัดอุณหภูมิ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้เพียงพอ และมีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน โดยให้เริ่มปฎิบัติตามข้อสั่งการดังกล่าวข้างต้น ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 2563 จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะคลี่คลายขึ้น ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้หน่วยงานฯ รายงานผลการปฏิบัติให้กระทรวงคมนาคมรับทราบทุกวันด้วย

'สุดารัตน์' จี้นายกฯ ตัดสินใจตรวจกลุ่มเสี่ยงฟรี

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟสบุ๊คระบุว่าหัวใจของการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในขณะนี้ คือ การค้นหาผู้ติดเชื้อได้เร็ว และมากที่สุด จึงเสนอให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ไอ จาม มีไข้ สัมผัสคนในกลุ่มเสี่ยงตรวจ COVID-19 ฟรี

ลดการแพร่โรคดีที่สุด ซึ่งจากการประเมิน 100,000คน ใช้งบไม่ถึง 500 ล้าน ดังนั้นผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ เพื่อชีวิตคนไทย เพราะหากแก้ปัญหาได้เร็วเศรษฐกิจก็จะฟื้นเร็ว

กองทัพไทยยกระดับมาตรการเข้มเฝ้าระวัง

พ.อ.หญิงฉัตรรพี พูนศรี โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงของกองบัญชาการกองทัพไทยทุกหน่วย ยกระดับมาตรการในการควบคุมสถานการณ์ของโรค COVID-19 โดยกำหนดให้กำลังพลทุกระดับ เฝ้าระวังโรคฯ ดังกล่าวอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในกองบัญชาการกองทัพไทย โดยให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ในด้านความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว โดยการงดเดินทางไปยังต่างประเทศ หรือการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่แออัด งดการสังสรรค์ สมาคมร่วมกับคนหมู่มาก หากเกิดอาการป่วยหรือสัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง จะต้องปฏิบัติตนตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่เป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุด ทั้งนี้หากมีการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และรายงานให้หน่วยต้นสังกัดทราบทันที เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม

โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยกล่าวว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังเน้นย้ำให้กองบัญชาการกองทัพไทยจะต้องเป็นหน่วยปลอดโรค COVID-19 พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการกวดขัน และชี้แจง สร้างความตระหนักรู้ให้แก่กำลังพลในสังกัดและครอบครัว รวมทั้งให้ปฏิบัติตนตามมาตรการที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อันจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานและสร้างความรับผิดชอบต่อตนเองและประเทศชาติต่อไป

ที่มาเรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย [1] [2] [3] [4] [5]

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์