COVID-19 : 18 ก.ค. ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 7 คน สะสม 3,246 คน

18 ก.ค. 2563 ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 7 คน พบจากสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,246 คน รวมรักษาหายสะสม 3,096 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 คน สธ.ระบุผลตรวจกลุ่มเสี่ยงกรณีทหารอียิปต์-เด็กซูดานยังไม่พบติดเชื้อ มีผู้ตรวจหาเชื้อ 5,570 คน 4,300 คน ไม่พบว่าติดเชื้อ อยู่ระหว่างรอผลตรจอีก 1,270 คน

18 ก.ค. 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ประเทศไทย ผู้ติดเชื้อสะสม 3,246 คน ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 7 คน) เป็นผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State Quarantine เพิ่มขึ้น 7 คน เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้) รักษาหายป่วยแล้ว 3,096 ราย (95.38%) (ไม่มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้นวันนี้)

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine โดยมีรายละเอียดดังนี้ มาจากประเทศอียิปต์ 4 คน โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดสมุทรปราการ มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา 2 คน โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร มาจากประเทศบาห์เรน 1 คนโดยเข้ารับการรักษาที่ จ.ชลบุรี

สถานการณ์โลกในวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกทะลุ 14 ล้านคนแล้ว ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยล่าสุดเพิ่มขึ้น 240,043 คน สถานการณ์อาเซียนในวันนี้ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ยังคงน่าเป็นห่วง โดยพบว่ามีผู้ติดเชื้อเกิน 1,000 คนต่อวันมาอย่างต่อเนื่อง

นพ.ทวีศิลป์ ยังระบุว่า การตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19 ใน จ.ระยอง จำนวน 5,026 ตัวอย่าง ไม่พบเชื้อ 3,756 รอผล 1,270 ตัวอย่าง ขณะที่การตรวจหาเชื้อ COVID-19 ใน กทม.จากกรณีคณะทูตซูดาน จำนวน 364 ตัวอย่าง ทั้งหมดไม่พบเชื้อ ทั้งนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ซึ่ง จ.ระยอง มีผู้สัมผัส 12 คนและอยู่ระหว่างการกักตัว กรณีคณะทูตซูดาน มีผู้สัมผัส 7 คน อยู่ระหว่างการกักตัว ซึ่ง กรณี จ.ระยอง ผู้ไปสถานที่เดียวกัน แต่ไม่สัมผัส ติดต่อกับผู้ป่วย เป็นผู้มีความเสี่ยงน้อยมาก หากมีอาการไข้ ระบบทางเดินหายใจ ให้พบแพทย์ และยังเน้นย้ำการมีวินัยส่วนบุคคล สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ

ขณะที่ กรณีเด็กหญิง ชาวซูดาน ได้เปิดไทม์ไลน์ ผู้สัมผัสเดินทางไปสถานที่ใดบ้างโดยมี 2 จุดคือคอนโดที่ตั้งสถานทูต โดยแต่ละแห่งที่เดินทางไปใช้เวลาไม่นานมาก ล่าสุด บิดาตรวจแล้วยังไม่พบเชื้อ ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดกักตัว 14 วัน ถือว่าเคสแล้ว เพราะไม่มีการสัมผัสคนหมู่มาก ผู้เกี่ยวข้องตรวจแล้วทั้งหมด 364 คน ไม่พบเชื้อ

ขณะที่ กรณี จ.ระยอง ตรวจเชื้อไวรัส COVID-19 ไปแล้ว 5,026 คน ยังเหลือรอผลกว่า 1,200 คน นอกนั้น ไม่พบเชื้อ โดยเน้นไปที่บุคคลที่ไปโรงแรม และห้าง Passione โดยในที่ประชุมมีความมั่นใจการควบคุมโรคเต็มที่ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือที่คุยกันระหว่างจังหวัดระยอง และ ศบค. จะมีกิจกรรมหลายอย่างทั้ง การจัดการแข่งขันฟุตบอลไทลีก ออลสตาร์ในวันที่ 8 ส.ค. 2563 การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในวันที่ 9 ส.ค. 2563 นอกจากนี้ จังหวัดระยองยังเสนอจัดเส้นทางปั่นจักรยานเส้นเลียบริมทะเล และการจัดคอนเสิร์ตทั้ง ออนไลน์ ออนแอร์ ออนไซต์ บริเวณริมชายหาด รวมถึงมีการติดต่อจากกองถ่ายภาพยนต์สัญชาติเกาหลีเพื่อมาถ่ายทำด้วย ขณะที่กลุ่ม Medical Wellness การเสริมความงามเมื่อเสร็จสิ้นสามารถเที่ยวภายในจังหวัดได้

นพ.ทวีศิลป์ ยังย้ำว่า ผู้ที่กลับจาก จ.ระยอง และเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ ไม่ต้องกักตัว เพราะไม่ใช่ 12 คนที่สัมผัสใกล้ชิด (ที่กักตัวแล้ว)​ โดยทาง ศบค.ได้พูดคุยกับแต่ละจังหวัด ให้เข้าใจในแนวทางเดียวกัน ขณะที่กรณีของแรงงานต่างด้าว หารือเบื้องต้นว่าอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเพราะมีกิจการก่อสร้างและอุตสาหกรรมอาหารต้องการแรงงาน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองและการประกันจากนายจ้าง และเมื่อเข้ามาต้องกักตัวในพื้นที่พร้อมมีแอฟพลิเคชันในการติดตามตัว และนายจ้างต้องรายงานต่อ สสจ.ให้รับทราบ

อย่างไรก็ตาม ในการจัดกิจการและกิจกรรม ต่างๆ ใน จ.ระยอง ซึ่งถือเป็น จ.นำร่องเพื่อร่วมเรียนรู้และหากดำเนินการได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ ก็จะนำไปสู่การจัดกิจกรรมใน จ.อื่น ๆ ต่อไป

สธ.ระบุผลตรวจกลุ่มเสี่ยงกรณีทหารอียิปต์-เด็กซูดานยังไม่พบติดเชื้อ มีผู้ตรวจหาเชื้อ 5,570 คน 4,300 คน ไม่พบว่าติดเชื้อ อยู่ระหว่างรอผลตรจอีก 1,270 คน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าผลการสอบสวนและควบคุมโรค กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่ จ.ระยอง และ กทม.ว่า ขณะนี้มีผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ 5,570 คน โดย 4,300 คนไม่พบว่าติดเชื้อ และอยู่ระหว่างรอผลตรจอีก 1,270 คน

วันที่ 14 ก.ค. 2563

1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยง กรณีทหารต่างชาติที่ติดเชื้อเข้าพักในโรงแรมและเดินห้างสรรพสินค้าใน จ.ระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,336 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ

2.มีประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยง กรณีเด็กหญิงที่มาในครอบครัวอุปทูตตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 และเข้าพักในคอนโด ย่านสุขุมวิท มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 267 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 267 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ

วันที่ 15 ก.ค. 2563

1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,252 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 1,252 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ

วันที่ 16 ก.ค. 2563

1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมทั้งสิ้น 1,244 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 1,244 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ

2.มีประชาชนในพื้นที่ กทม. มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมทั้งสิ้น 97 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 97 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ

วันที่ 17 ก.ค. 2563

1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมทั้งสิ้น 1,374 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว 104 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 1,270 คน

ทั้งนี้ คำแนะนำสำหรับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจ ถึงแม้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการจะเป็นลบแล้ว แต่ขอให้ประชาชนเข้มงวดมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่เหมือนเช่นเดิม ต้องสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดการเดินทางออกนอกบ้าน ให้ครบ 14 วัน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ที่มาเรียบเรียงจาก: Thai PBS | สำนักข่าวอินโฟเควสท์
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์