กมธ.ร่างกม.ทำแท้งคาด กม.เสร็จทันเดือน ก.พ.นี้ ย้ำไม่มีทำแท้งเสรี

กมธ.แก้กฎหมายอาญาว่าด้วยการทำแท้ง เผยความคืบหน้า พร้อมมั่นใจร่างกฎหมายเสร็จทันใช้ กุมภาพันธ์ นี้ ชี้อนุญาตทำแท้งอายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ เพราะคำนึงความปลอดภัย ย้ำไม่มีทำแท้งเสรี

6 ม.ค. 2564 วานนี้ (5 ม.ค.) เวลา 11.30 ที่รัฐสภาเกียกกาย รองประธานคณะกรรมาธิการ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์พรรคก้าวไกล และ ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ พรรคพลังประชารัฐ ร่วมด้วยตัวแทนองค์กรผู้หญิง อังคณา นีละไพจิตร และ ธารารัตน์ ปัญญา สรุปความคืบหน้าในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในประเด็นกฏหมายการยุติการตั้งครรภ์

ธณิกานต์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... มาตรา 301 ว่าด้วยรายละเอียดของการทำแท้ง แถลงที่รัฐสภา ถึงความคืบหน้าการพิจารณาว่า ที่ประชุมกมธ.​พิจารณาแล้ว 4 ครั้งและอยู่ระหว่างการพิจารณาลงรายมาตรา ทั้งนี้ได้พิจารณาตามเนื้อหาร่างกฎหมายฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดของเนื้อหาที่ระบุถึงการอนุญาตให้ทำแท้งบุตรในครรภ์ได้ เมื่ออายุครรภ์เท่าใดนั้น ได้ข้อสรุป คือ  ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ เพราะได้คำนึงถึงความปลอดภัยที่สุดของหญิงตั้งครรภ์ที่จะยุติการตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ยังไม่มีเนื้อหรือร่างกาย ส่วนกรณีผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

"ขอย้ำว่าไม่มีการทำแท้งเสรีหรือยุติการตั้งครรภ์แบบเสรี มีแต่การยินยอมให้ยุติการตั้งครรภ์แบบมีเงื่อนไข ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปิดช่องทางให้เสรีภาพต่อหญิงในการยุติการตั้งครรภ์ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้เช่นเดียวกัน โดยคณะ กมธ. เห็นว่าไม่มีหญิงคนใดที่ต้องการท้องเพื่อที่จะไปทำแท้ง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงสาธารณสุขควรมีมาตรการในการช่วยเหลือ ดูแล และเยียวยาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องมีความเข้าใจว่าผู้หญิงต้องไม่ถูกกระทำซ้ำทั้งทางวาจาและท่าทาง รวมไปถึงจุดให้บริการสายด่วน ต้องจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเข้าใจปัญหานี้เข้ามาทำหน้าที่ให้การช่วยเหลือ" ธณิกานต์ กล่าว

ธณิกานต์ กล่าวด้วยว่า สำหรับร่างแก้ไขมาตรา 305 ที่สาระกำหนดบทยกเว้นความผิดของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมกรณีที่ทำแท้งหญิงตั้งครรภ์นั้น กมธ.ตั้งข้อสังเกตว่าแพทยสภาจะต้องเร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้สอดรับกับบทบัญญัติในมาตรา 301 ของประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่กำลังแก้ไขเพิ่มเติมนี้ โดยกระทรวงสาธารณสุขควรเร่งดำเนินการ รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น  การทำความเข้าใจ, พัฒนางานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหญิงยุติการตั้งครรภ์ หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกมีความชัดเจนและต่อเนื่อง 

ธณิกานต์ กล่าวด้วยว่ากมธ.ฯ ยังนัดประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 6 มกราคม  จะเชิญผู้ที่ยื่นคำแปรญัตติเข้าร่วมประชุม และคาดว่าการพิจารณาของกมธ.​ฯ จะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และเมื่อประชุมสภาผู้แทนราษฎรสามารถทำได้ วาระร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาทันที ส่วนตัวเชื่อว่าการพิจารณาร่างกฎหมายที่ต้องเร่งดำเนินการให้ทันตามกรอบเวลาวันที่ 12 กุมภาพันธ์นั้นยังทันตามเวลา เพื่อไม่ให้เกิดสูญญากาศทางกฎหมาย และเมื่อผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ แล้วต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป. 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์