COVID-19: 9 ม.ค. ผู้ป่วยสะสมในไทยแตะหลักหมื่นเป็นวันแรก

9 ม.ค. 2564 ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 212 คน สะสมในไทยแตะหลักหมื่นเป็นวันแรก สะสมรวม 10,053 คน เสียชีวิต 67 คน ระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่ 15 ธ.ค. ทำยอดติดเชื้อในไทยเกิน 5,000 คน กระจายไปแล้ว 58 จังหวัดทั่วประเทศ

9 ม.ค. 2564 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย โดยระบุว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 212 คน ติดเชื้อในประเทศ 187 คน ตรวจคัดกรองเชิงรุก 6 คน ใน State quarantine 19 คน รวมสะสม 10,053 คน แตะหลักหมื่นเป็นวันแรก หายป่วยสะสม 5,546 คน เสียชีวิตคงที่ 67 คน

สำหรับภาพรวมผู้ติดเชื้อรายใหม่ พบเพิ่มจำนวนมากใน จ.อ่างทอง จากการมั่วสุม กทม. 27 คน ซึ่งน่ากังวลประเด็นสถานบันเทิง ส่วนชลบุรี 26 คน สมุทรปราการ 24 คน สำหรับกลุ่มรอสอบสวนโรคตาก 1 คน สิงห์บุรี 4 คน สมุทรปราการ 5 คน ชลบุรี 14 คน ระยอง 2 คน และจันทบุรี 3 คน การคัดกรองเชิงรุกพบในหนองบัวลำภู นนทบุรี และ กทม.

วันนี้ผู้ติดเชื้อ COVID-19 กระจายใน 58 จังหวัด โดยจังหวัดใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา คือ จ.หนองบัวลำภู โดยสมุทรสาครยังมีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดอยู่ รองลงมาคือชลบุรี ระยอง กทม. และจันทบุรี

ระบาดระลอกใหม่ ทำยอดติดเชื้อในไทยเกิน 5,000 คน

นพ.ทวีศิลป์  ระบุว่า ภาพรวมผู้ป่วยระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 63 พบผู้ติดเชื้อรวมสะสม 5,604 คน กทม. 519 คน ภาคกลางอื่นๆ 221 คน สมุทรสาคร 2,981 คน ภาคตะวันออก 1,597 คน ภาคอื่นๆ 140 คน และภาคตะวันตกไม่รวมสมุทรสาคร 146 คน ต้องย้ำว่า การระบาดระลอกใหม่ยังปะทุอยู่ ยังไม่ดับได้ง่ายๆ

“จ.ชลบุรี และสมุทรสาคร ที่พบผู้ติดเชื้อสูงในบางวันนั้น เกิดจากการทำ Active case finding ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการตลอดเวลา เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ส่วนที่ จ.อ่างนอก ยังไม่มีการทำ Active case finding แต่ยังพบผู้ติดเชื้อมาก เกิดจากการมั่วสุม”

หมอทวีศิลป์ ปัดขู่รายวัน ชี้แค่มาเตือน

ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อสะสม 89,355,076 คน ป่วยเพิ่มวันเดียว 826,365 คน รักษาหายแล้ว 64,007,267 คน เสียชีวิตสะสม 1,921,995 คน สหรัฐฯ ยังมีผู้ติดเชื้อมากสุด รองลงมาคือ อินเดีย บราซิล และรัสเซีย ส่วนไทยอยู่อันดับ 129 ของโลก

นพ.ทวีศิลป์  ยังได้สวัสดีวันเด็กที่ไม่เหมือนเดิม แนะเด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่ 4 อย่างด้วยกัน คือ อยู่ห่างไว้ ใส่แมสก์ให้ตลอด ล้างมือให้บ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ และอย่าลืมใช้ไทยชนะ, หมอชนะ

“หน้าที่ของผม หลายคนบอกว่าออกมาพูดขู่รายวัน ขอน้อมรับ เพราะผมแสดงตัวเลขจากการวิเคราะห์ อยู่ตรงนี้มาปีกว่า ถ้าจะพูด ช่วยให้ซอฟต์ลงหน่อยว่า ผมไม่ได้ขู่ แต่แค่มาเตือน เพราะผมอยากสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบมากที่สุด”

ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร พ้นวิกฤต คาด 1-2 วันถอดเครื่องช่วยหายใจ

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยอาการล่าสุดของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ว่า สถานการณืโดยทั่วไปเป็นข่าวดีนอนหงายได้เต็มที่ ออกซิเจนไม่มีปัญหา ขณะนี้เริ่มถอยความเข้มข้นออกซิเจน และเครื่องช่วยหายใจใช้เป็นการช่วยเสริมแทนการควบคุมแล้ว สำหรับปริมาณยาคลายกล้ามเนื้อและยานอนหลับเริ่มลดลงต่อเนื่อง การให้อาการอยู่ในเกณฑ์ดี 

“มั่นใจเนื้อปอดทำงานได้ดี ฟื้นตัวเต็มที่ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ถือว่าพ้นวิกฤตแล้ว เมื่อถอยยาคลายกล้ามเนื้อและยานอนหลับ จนทำให้ผู้ว่าฯ รู้สึกตัวมากขึ้น ก็จะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว คาดว่าใช้เวลา 1-2 วันนี้ ”

ศ.นพ.ประสิทธิ์ ระบุว่า ครั้งที่แล้วถอดเครื่องช่วยหายใจของผู้ว่าฯ แล้วเกิดปัญหาในภายหลัง ทำให้ครั้งนี้ไม่อยากทำอะไรเร่งรีบ โดยภาพรวมห้อง ICU ของศิริราชมีผู้ป่วยวิกฤต 5 คน ขณะนี้มีผู้มีอาการดีขึ้นออกจากห้อง ICU แล้ว ทำให้เหลือผู้ที่อยู่ในห้องอีก 4 คน รวมผู้ว่าฯ ด้วย 

ถ้าถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วผู้ว่าฯ สามารถหายใจเองได้ ก็จะกลับไปหายใจที่สมุทรสาครได้แล้ว Work from home ที่สมุทรสาครได้ โดยไม่มีความเสี่ยงอะไร หากประเมินเบื้องต้น ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ คงกลับสมุทรสาครได้แล้ว”

ส่วนภรรยาของผู้ว่าฯ หายดีสามารถกลับบ้านได้แล้ว แต่ต้องไปกักตัวเป็นเวลา 14 วันที่บ้าน ดังนั้น ภรรยาผู้ว่าฯ จึงตัดสินใจอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชต่อเพื่อจะได้สามารถเยี่ยมผู้ว่าฯ ได้ 

ที่มาเรียบเรียงจาก Thai PBS [1] [2]
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์