หนึ่งปีหลัง ‘กราดยิงโคราช’ : การปฏิรูปกองทัพที่ยังไร้คำตอบ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

สืบเนื่องจากเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา ได้บุกเข้าไปขโมยอาวุธสงครามจากค่ายทหารและลงมือก่อเหตุ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 58 คน และเสียชีวิต 31 คน ในจำนวนนี้ รวมการวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อเหตุด้วย

ดูเพิ่มเติมที่ เกิดเหตุกราดยิงกลางเมืองนครราชสีมา

ต่อมาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้บังคับบัญชาการทหารบกในขณะนั้น พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ จึงจัดแถลงข่าวต่อเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ขึ้นในสังคมว่า แถลงการณ์นี้มีเพื่อประกาศความรับผิดชอบของกองทัพต่อความสูญเสีย หรือเป็นการผลักความผิดออกจากระบบกองทัพ

ช่วงหนึ่งของคำแถลงปลุกกระแสโต้กลับจากสังคมเป็นอย่างมาก พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า “ณ วินาทีที่ผู้ก่อเหตุได้ลั่นไกสังหารคู่กรณี เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไป” พร้อมทั้งกล่าวต่อด้วยว่าในองค์กรย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดี ทหารที่ดียังมีอยู่อีกมาก และไม่ควรไปว่ากล่าวทหารเหล่านั้น

เมื่อพิจารณาแล้ว ผู้ก่อเหตุเป็นทหารสังกัดหน่วยรบ ใช้อาวุธที่เป็นของกองทัพ จึงเป็นไปไม่ได้หากจะกล่าวว่าผู้กระทำไม่ใช่ทหาร เพราะตำแหน่งทหารนั้นเอื้อให้ผู้กระทำเข้าถึงคลังอาวุธได้แต่แรก  คำกล่าวข้างต้นจึงเป็นการละเลยปัญหาโครงสร้างภายในกองทัพ การที่ทหารเข้าถึงอาวุธโดยอิสระหมายความว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยของกองรักษาการณ์ไร้ประสิทธิภาพ จึงเกิดผลกระทบใหญ่ตามมาเมื่ออาวุธสงครามถูกใช้ในพื้นที่สาธารณะ โดยมีประชาชนเป็นเป้าของความรุนแรง คำแถลงข้างต้นเป็นการปฏิเสธความรับผิดมากกว่าการรับว่ากองทัพมีส่วนทำให้อาชญากรรมครั้งนี้เป็นจริงขึ้นมาได้

มูลเหตุจูงใจไม่ใช่แค่เรื่องพิพาทส่วนบุคคล

การแถลงยังระบุว่า สาเหตุที่แท้จริงของการกราดยิงไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นผลจากเรื่องส่วนตัว อันเนื่องมาจากความบาดหมางทางจิตใจระหว่างคู่กรณี จากการผิดสัญญาผลตอบแทนการซื้อขายที่ดิน โดยพล.อ.อภิรัชต์ ยอมรับว่า ผู้กระทำไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติจริง 

ฉะนั้น การกราดยิงจึงไม่ใช่เพียงการพิพาทระหว่างบุคคล  หากแต่เป็นการที่ทหารชั้นผู้น้อยไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการจัดสรรที่ดิน ถูกเอาเปรียบโดยผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ มูลเหตุจูงใจในการก่ออาชญากรรมจึงเป็นผลมาจากการใช้อำนาจในทางที่ผิดของทหารชั้นผู้ใหญ่ต่อทหารชั้นประทวน การแถลงนี้กำลังลดทอนความอยุติธรรมให้กลายเป็นเรื่องระหว่างคนสองกลุ่ม แทนที่จะสะท้อนความเหลื่อมล้ำในระบบกองทัพ

ปฏิรูปกองทัพ: ข้อเรียกร้องของสังคมต่อกองทัพที่ยังถูกเมินเฉย

การแสดงความเสียใจของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงศ์ ในวันนั้น ไม่ใช่การแสดงความรับผิดชอบ การปฏิเสธบทบาททหารของผู้กระทำและวัฒนธรรมอำนาจนิยมในระบบกองทัพยิ่งทำให้ปัญหาของกองทัพถูกผลิตซ้ำภายใต้ความเงียบ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิรูปกองทัพ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบของกองทัพต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้อเสนอเพื่อป้องกันความสูญเสียจากกรณีดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เช่น ข้อเรียกร้องให้กองทัพบริหารจัดการคลังอาวุธให้รัดกุม รื้อถอนโครงสร้างที่เอื้อการกดทับทหารชั้นผู้น้อยและการหาผลประโยชน์จากธุรกิจทับซ้อนในกองทัพ ปรับแก้ให้มีสวัสดิการทหารที่ดีขึ้น ฯลฯ  แต่ถึงแม้เหตุการณ์จะล่วงไปกว่าหนึ่งปีแล้ว กองทัพก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดำเนินการตามข้อเสนอให้ปฏิรูปแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายทหารยังย้ำจุดยืนซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มด้วย


ภาพจาก สำนักข่าวไทย

สถานการณ์หลัง ‘กราดยิงโคราช’ และปฏิกิริยาของเจ้าหน้าที่ต่อข้อเรียกร้องให้ปฏิรูป

รายงานเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ระบุว่า หลังเหตุการณ์วันนั้น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ได้ออกคำสั่งย้ายตำแหน่งทหารยศพันเอกและพันโททั้งหมดจำนวนสองคน หลังเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตค่าตอบแทนนอกเวลาปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ขณะที่ วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้อนุมัติเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจำนวน 27 คน คนละหนึ่งล้านบาท และครอบครัวผู้บาดเจ็บอีก ครอบครัวละหนึ่งแสนบาท

ดูเพิ่มเติมที่ รวมสถานการณ์หลังกราดยิงโคราช 12 ก.พ. 63 บิ๊กแดงไฟเขียวสั่งย้าย พ.อ.-พ.ท.พัวพันทุจริต

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าออกมากล่าวถึงคำสัญญาของพล.อ.อภิรัชต์ อดีตผบ.ตร ที่จะปฏิรูปกองทัพภายใน 100 วันหลังเหตุกราดยิงว่า เป็นการโกหกประชาชน พร้อมทั้งชี้ว่า ปัญหาธุรกิจทับซ้อนของกองทัพยังคงดำเนินอยู่โดยไม่มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ การพานิชย์ของกองทัพไม่ถูกตรวจสอบ ข้อร้องเรียนเรื่องการเอารัดเอาเปรียบทหารชั้นผู้น้อย การคุกคาม การซ้อมทรมาน ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ ระบบกองทัพไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นแม้พล.อ.อภิรัชต์จะเกษียณอายุแล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา กลุ่ม KoratMovement รายงานบนเฟสบุ๊คว่า มีกลุ่มคนนำป้าย “กราดยิงจะปีแล้วไหนปฏิรูปกองทัพ” ไปแขวนในห้างสรรพสินค้า จังหวัดนครราชสีมา ชี้ให้เห็นว่าการโยกย้ายตำแหน่งราชการและมาตรการมอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไม่อาจชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นั้นได้ หากกองทัพยังไม่ถูกปฏิรูปอย่างจริงจัง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน ชี้แจงว่า การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพนั้นเป็นความจำเป็นอย่างหนึ่ง ไม่ต่างจากของใช้ในบ้าน ส่วนเหตุการณ์กราดยิงที่เป็นประเด็นนั้น ฝ่ายกองทัพบกและรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว พร้อมจ่ายเงินเยียวยาและบรรจุผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่งเข้ารับราชการทหาร เพื่อเป็นหนทางช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพ ยืนยันว่ากองทัพดูแลคลังอาวุธอย่างหนาแน่นอยู่แล้ว และมีแผนจะปรับแนวทางให้ทันสมัยต่อภัยคุกคาม โดยจะลดการซื้ออาวุธจากต่างประเทศ เพื่อใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศแทน

จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ยากจะเชื่อว่ากองทัพพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วในการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงโคราช อันเป็นผลพวงโดยตรงจากความไร้ประสิทธิภาพของกองทัพเอง ไม่มีตัวเลขหลักใดจะคืนชีวิตที่สูญเสียไปในวันนั้นได้ หลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนจะยังคงไม่ได้รับการรับรอง ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การกดขี่ และระบบอำนาจนิยมในกองทัพจะยังไม่ถูกแก้ไข ตราบเท่าที่กองทัพยังปฏิเสธความรับผิดชอบ และยื้อยุดการปฏิรูปกองทัพออกไปอยู่เช่นนี้

 

 

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

[Live] 09.10 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แถลงข่าวกรณีกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา (11 ก.พ. 63) โดย ThaiPBS https://www.youtube.com/watch?v=CTJv3nbLX7Y

ภาพป้ายที่ถูกแขวนในห้างดัง จังหวัดนครราชสีมา โดย เฟสบุ๊ค KoratMovement https://www.facebook.com/koratmovement/posts/154530053105131

#ม็อบ16มกรา : ตร.คุมตัว 2 รณรงค์ยกเลิก ม.112 - ป้าย “กราดยิงจะปีแล้วไหนปฏิรูปกองทัพ” โผล่กลางห้างดังโคราช https://prachatai.com/journal/2021/01/91229

'ธนาธร' ชี้ 'ปฏิรูปกองทัพภายใน 100 วัน' ของ 'อภิรัชต์' หลังกราดยิงโคราช คือการโกหก ปชช. https://prachatai.com/journal/2020/10/89781

ผบ.ทบ. เทียบจัดซื้อยุทโธปกรณ์เหมือนทิชชูคู่ห้องน้ำ ย้ำจุดยืนกองทัพอยู่ในหลักอาเซียน https://prachatai.com/journal/2021/02/91521

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์