สภาที่ 3 จัดวงถก 'ไทยทวงคืนอนาคต หลังระบอบ 3 ป.'

  • ปธ.กก.ญาติวีรชนพฤษภา 35 ชี้ 3 ป. แตกเป็นแค่ละคร ย้ำ ปชช.จะไม่ลืมความทุกข์ยากที่เกิดจากระบอบประยุทธ์ 
  • นักธุรกิจเพื่อสังคมย้ำความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ
  • อดีต รมว.คลังเตือนพายุเศรษฐกิจส่อเค้ารุ่นแรงใน 3-6 เดือนข้างหน้า
  • ไพศาล วิเคราห์สถานการณ์กระแสปะทะ 2 ค่าย นาโต้ VS เซี่ยงไฮ้ ย้ำ คนไทยก็นับถือพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัย  เสนอสถาปนาระบอบการปกครองประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็ง
  • เลขาฯ ครป. ชูพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา-กระจายอำนาจ/ทรัพยากรที่เป็นธรรม
  • เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ขอผู้มีอำนาจเปิดใจคุยกันกับคนหนุ่มสาวที่ออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง

4 ต.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า วันนี้ (4 ต.ค.64) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ราชดำเนิน สภาที่ 3 ร่วมกับ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเวทีสภาที่ 3 เรื่อง "ไทยทวงคืนอนาคต หลังระบอบ 3 ป."

ปธ.กก.ญาติวีรชนพฤษภา 35 ชี้ 3 ป. แตกเป็นแค่ละคร ย้ำ ปชช.จะไม่ลืมความทุกข์ยากที่เกิดจากระบอบประยุทธ์ 

อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวเปิดงานโดยยืนยันว่า ตั้งแต่ปี 2560 ที่สภาที่ 3 ตรวจสอบรัฐบาลและค้นพบว่ารัฐบาลนี้ทุจริตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งที่ก่อนและหลังยึดอำนาจปี 2557 จะอ้างว่าฝ่ายการเมืองสร้างปัญหา ทั้งใช้อำนาจในทางมิชอบและการทุจริต แต่รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพรรคพวก ทำทุกอย่างที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างมากมาย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งพังพินาศและโอกาสจะฟื้นแทบไม่มี ถือเป็นเรื่องน่าอนาถมาก

อดุลย์ มองการเมืองที่ผ่านมาว่า พรรคฝ่ายค้านถือว่าทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรเต็มที่และทำได้ดี ส่วนกระแสข่าวที่เหมือนกับว่า "3 ป." แตกแยกกันนั้น ส่วนตัวมองว่าคือละคร เพราะสุดท้ายจะไปรวมกันเหมือนเดิม แต่จากสภาพที่ประชาชนไม่ยอมรับและไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์แล้ว แม้มีการเลือกตั้งและอาจมีการตั้งพรรคการเมืองสำรองให้กับพลเอกประยุทธ์และคณะ แต่ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคนไทยตระหนักว่าระบอบ 3 ป. คือปัญหาของประเทศ แล้วประชาชนจะไม่ลืมความทุกข์ยากที่เกิดจากระบอบประยุทธ์ 

"ใครกล้าพูดได้ว่าอยู่สบายและมีความสุขภายใต้ระบอบประยุทธ์ หรือระบอบประยุทธ์ทำให้บ้านเมืองและสังคมที่ดีขึ้น" ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าว

อดุลย์ ย้ำด้วยว่า เวทีสภาที่ 3 และทวงคืนสมบัติชาติที่ผ่านมา ตรวจสอบพบข้อพิรุจและความผิดปกติทั้งสุ่มเสี่ยงว่าจะมีการทุจริต เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ทั้ง ที่ดินเขากระโดง, ดาวเทียมไทยคม, พลังงาน และยังต้องจับตา โครงการจัดหาวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย ในการจะซื้อวิทยุสื่อสาร หรือ 'วอคกี้ทอคกี้' วงเงิน 4,000 กว่าล้านบาท ซึ่งมีการเร่งรัดจัดซื้อและยังเป็นอุปกรณ์ล้าสมัย ประกอบกับมีกระแสข่าวว่า ข้าราชการผู้บริหารกระทรวงที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ เตรียมที่จะก่อตั้งพรรคการเมือง ไว้รอพลเอกประยุทธ์ด้วย จึงต้องตรวจสอบให้กระจ่างชัด 

นักธุรกิจเพื่อสังคมย้ำความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ ปรีดา เตียสุวรรณ์ นักธุรกิจเพื่อสังคม ระบุว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งการท่องเที่ยวและการส่งออกมากไป เมื่อมีปัญหาโควิด-19 หรือเรื่องอื่น จึงได้รับผลกระหนัก หรือเป็นการพึ่งรายได้จากต่างชาติ จึงเห็นว่า ไทยต้องดำเนินแนวทางเศรษฐกิจที่พึ่งตัวเองได้ อย่างการกระตุ้นการบริโภคหรือใช้จ่ายภายในประเทศ แต่ต้องพึงคนมีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ซึ่งไม่สามารถหาได้ในรัฐบาลประยุทธ์

ปรีดา ย้ำว่า ไทยยังมีความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ รายได้ของประชาชนถูกแบ่งอย่างน่าอนาถ เพราะการผูกขาดเศรษฐกิจที่กลุ่มทุนไม่กี่คนรวบเอาความร่ำรวยไว้ในอุ้งมือ ทำให้กลุ่มคนชั้นกลางหายไป คนชั้นล่างเสียเปรียบ ขณะที่ที่ดินในรัฐไทยมีราว 320 ล้านไร่ แต่คนไทย 75% ไม่มีที่ดินในครอบครอง ที่ดินส่วนใหญ่อยู่ใน 5 ตระกูลหรือ 5 ครอบครัวเท่านั้น กระทบกับความมั่นคงอาหาร ปละชาชนหรือเกษตรกรกลายเป็นผู้อาศัย หรือ ผลิตกึ่งหนึ่ง หรือ เช่าที่ดินทำการเกษตรนั่นเอง ดังนั้น ประชาชนจะหวังคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีในรัฐบาลนี้ไม่ได้ ขณะที่รัฐไทยยังต้องเตรียมรับมือสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งสวัสดิการของรัฐยังไม่เพียงพอ ไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึง 

อดีต รมว.คลังเตือนพายุเศรษฐกิจส่อเค้ารุ่นแรงใน 3-6 เดือนข้างหน้า

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า พายุเศรษฐกิจกำลังส่อเค้ารุ่นแรงใน 3-6 เดือนข้างหน้า โดยมองจากเศรษฐกิจระดับโลกที่ประเทศจีน ประสบปัญหาจากการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก และถ่านหินที่เป็นเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ จึงต้องซื้อก๊าซจากชาติยุโรปเพื่อมาใช้ผลิตไฟฟ้า หลังจากจีนคว่ำบาตรประเทศออสเตรเลียที่ออกมาทวงถามความรับผิดชอบเกี่ยวกับต้นตอของ covid 19 จากทางการจีน ทำให้ราคาก๊าซสูงขึ้นและยังต้องรับมือกับฤดูหนาวที่ต้องการเชื้อเพลิงมาไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งในจีนและในยุโรป

ภาวะนี้ ประเทศจีนต้องเลือกว่าจะชะลออุตสาหกรรมหรือจะต้องทำให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ เพราะบางเมืองสัญญาณไฟจราจรไม่ทำงางานแล้ว นอกจากนี้จีนยังมีปัญหาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ปล่อยให้มีการเก็งกำไร และมีนโยบาย 'โควิดซีโร่' หรือควบคุมการเคลื่อนย้ายคนเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการระบาด กระทบการท่องเที่ยว และเกิดปัญหาการขนส่งสินค้าด้วย 

ขณะที่ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกามีสภาพคล้ายคนไข้ได้น้ำเกลือผสมมอร์ฟีน ทำให้ชินชาชั่วคราว แต่กระสุนหรืองบประมาณกำลังจะหมด การทุ่มเงินชดเชยโควิด-19 ล่าสด ได้เลิกเงินชดเชยประชาชนตัวเองแล้ว โดยสิ่งนี้กระทบกำลังซื้อและส่งผลต่อทั่วโลก  ที่สำคัญสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนหนี้เอกชนเทียบกับรายได้ประชาชาติ หรือ GDP ถึง 2.5 เท่า เพราะปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ จึงประคองภาระหนี้ได้ แต่เป็นไปไม่ได้ในระยะยาว เพราะเมื่อดอกเบี้ยเริ่มสูงขึ้น ก็จะเกิดปัญหา

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ประเทศไทยภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ สร้างหนี้มากกว่า 3-4 รัฐบาลรวมกัน ไทยจึงมีสภาพเหมือนเด็กกางเกงตูดขาดต้องกู้เงินปะเย็บทุกปี ขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังปรับเปลี่ยนในยุคสงครามการค้า ดังนั้นการใช้ Supply Chain หรือ ห่วงโซ่อุปทานแบบเดิมไม่ได้เเล้ว ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์และนโยบายของรัฐบาล โดยในยุค 'รัฐบาลประยุทธ์' เปรียบเทียบเห็นความแตกต่างชัดเจนกับยุค 'รัฐบาลทักษิณ' ที่พัฒนาและกระจายโอกาสทางการศึกษา มีนโยบายสวัสดิการพื้นฐาน รวมถึงยกระดับข้าราชการประจำ โดยใช้คนที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์เข้ามาทำงานการเมือง ใช้ข้าราชการที่ถูกมองว่าเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุด มาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนงานในรัฐบาล แก้ไขปัญหาข้าราชการประจำล่าช้าและไม่ตอบสนองประชาชน 

นาโต้ VS เซี่ยงไฮ้

ไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) และเลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวว่า การจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเราต้องเข้าใจบริบทของปัญหาซึ่งขณะนี้ เรากำลังเผชิญปัญหาใหญ่จากภายนอกคือการล่าอาณานิคมยุคใหม่กำลังเข้ามาทั้งภูมิภาค เช่น ปัญหาในฮ่องกง ไทยและพม่าก็เป็นกระบวนการหนึ่งของนักล่าอาณานิคมและเป้าหมายเป็นอย่างเดียวกันใน 3 พื้นที่นี้ล้วนแล้วแต่เรียกร้องให้ต่างชาติเข้ามายึดครองทั้งสิ้น

ไพศาล กล่าวว่า นอกจากนี้ในเรื่องของการปฏิรูปครั้งใหญ่ในประเทศไทยเป็นความจำเป็นที่ทุกคนปรารถนาที่จะเห็น แต่มาถึงวันนี้มีอะไรบ้างที่ได้ปฏิรูปไปแล้วสถานการณ์กลับทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของโลกกำลังเกิดการเผชิญหน้าต่อสู้กันระหว่างขั้วการเมืองของโลกคือยุทธศาสตร์ขยายความขัดแย้งและสงครามที่ออกไปวันนี้กระแสหลักของโลกที่เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค เป็นการปะทะกันระหว่าง 2 กระแสคือ องค์กรนาโต้และองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ สถานการณ์อย่างนี้เราต้องกำหนดและเรียกร้องให้ประเทศไทยของเราที่จะต้องมีจุดยืน แล้ววางตัวเองว่าควรจะทำอย่างไร

“กุศโลบายของพระเจ้าอยู่หัวของเราต้องไม่เป็นฝักฝ่ายของฝ่ายใดและไม่ยอมจำนนกับใครพระบรมราโชบายนี้นำให้ประเทศไทยรอดมาทุกยุคสมัย แต่สถานการณ์ในวันนี้เรากำลังเอียงกระเท่เล่ เรากำลังวางตัวของเราให้เป็นเขตยึดครองของต่างชาติหรือไม่

เรากำลังให้ ต่างชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการควบคุมประเทศเพื่อนบ้านของเราหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สุดถ้าปัญหานี้แก้ไม่ตกทุกปัญหาก็แก้ไม่ได้” ไพศาล กล่าว

เลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวว่าปัญหาของประเทศ ใหญ่ที่สุดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็คือหนึ่งประเทศไทยแตกแยกสามัคคีในชาติมากที่สุดยิ่งกว่าสมัยเสียกรุงครั้งที่ 2 ตั้งแต่วงการการเมืองการศึกษา พระสงฆ์ การค้า ดาราแม้แต่ในครอบครัวก็ยังแตกความสามัคคี นอกจากนี้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะมากที่สุดถึง 9,000,000 ล้านบาท

“การทุจริตคอรัปชั่นถึงจุดสูงสุดมีโครงการอะไรบ้างที่ไม่คอรัปชั่นแม้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตยิ่งใหญ่คือสถานการณ์โควิด ขอถามว่ายกเว้นการโกงได้หรือไม่เพราะเกี่ยวข้องกับน้ำตาและชีวิตของประชาชนซึ่งรายงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติระบุว่า เฉพาะปัญหาไวรัสเรื่องเดียว พบปัญหาคอร์รัปชั่นในเมืองไทยมีถึง 15,000 รายการ” ไพศาล กล่าว

ไพศาล ย้ำ คนไทยก็นับถือพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัย  เสนอสถาปนาระบอบการปกครองประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็ง

นอกจากนี้ เลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นปัญหาหลักของชาติบ้านเมืองมีสาเหตุมาจากภายนอกและภายในภายในก็คือรัฐธรรมนูญและและการได้มาซึ่งอำนาจ ทั้งในระบบรัฐสภาสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปฏิรูปการเมือง เราต้องสถาปนาระบอบการปกครองประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็ง เพราะเป็นสถาบันหลักของชาติ ไม่เช่นนั้นปัญหานี้แก้ไม่ได้ วันนี้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในภาวะอันตรายไม่มียุคไหนที่สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกย่ำยีเหยียดหยามมากเท่ากับยุคนี้

สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นหลักชัยของบ้านเมืองมาตั้งแต่ในอดีต มีการกล่าวหาว่าร้ายว่ามีกองกำลังส่วนพระองค์ซึ่งความจริงมีมาตั้งนานแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา และในสมัยรัตนโกสินทร์ก็มีแต่อาจจะเรียกไม่เหมือนกันในปัจจุบันซึ่งรัชกาลองค์ที่ผ่านๆ มาก็มีการพัฒนาเป็นปกติ ดังนั้นการที่สถาบันพระมหากษัตริย์จะมีกองทหารองครักษ์จึงเป็นเรื่องปกติทั่วโลกประเทศไทยเราแต่ไหนแต่ไรมาพระมหากษัตริย์เป็นหัวหน้าในการดูแลบ้านเมือง ประเทศมีพระเจ้าแผ่นดินคอย นำจับศึก ประวัติศาสตร์ชาติไหนๆ ก็เป็นเช่นนี้ เช่น จีน ที่มีพระมหากษัตริย์เค้าก็ไม่เคยดูแคลนพระมหากษัตริย์ เขายกย่องและนับถือพระองค์ท่าน ซึ่ง คนไทยก็นับถือพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัย แต่วันนี้นักล่าอาณานิคมกำลังจะทำให้คนไทยทำลายจิตวิญญาณของความเป็นไทยและศาสนาก็เหมือนกัน วันนี้มีการสร้างปั่นกระแสทำนองว่าคนรุ่นใหม่ที่ไม่ให้มีศาสนา

ไพศาล กล่าวว่า วันนี้เรากำลังเผชิญสิ่งที่เป็นที่สุดที่กำลังจะทำลายความเป็นชาติของเราความรุ่งเรืองของเราพายุเศรษฐกิจอย่างเช่นธีระชัยระบุมานั้นกำลังจะก่อตัวครั้งใหญ่ ตนขอยืนยันว่าด้วยสารพัดวิกฤตอันเป็นที่สุดทั้งหลายนี้จะก่อเกิดวิกฤติที่ระเบิดยิ่งกว่าลูกระเบิดใดๆที่เคยเกิดขึ้นมาในประเทศนี้  และวิกฤตต้มยำกุ้งจะเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก 

เลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวอีกว่า อันตรายใหญ่หลวงกำลังก่อเค้าขึ้นในทางโหราศาสตร์ เดือนกรกฎาคม 2 2565 ดาวจะโคจรจากราศีเมศ เข้าราศีพฤษภ ปัญหาทางความขัดแย้งทางการเมืองที่เรากำลังจะเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ใหญ่โตมากที่ในประวัติศาสตร์ชาติเราไม่เคยเจอมา  

เลขาฯ ครป. ชูพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา-กระจายอำนาจ/ทรัพยากรที่เป็นธรรม

เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์และพวกขโมยอนาคตของทุกคนไป ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางการเมืองด้วยการคอรัปชั่นทางอำนาจ เศรษฐกิจและใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ใช้กระบวนการยุติธรรมเบี่ยงเบนความชอบธรรมทั้งมวล เพื่อเล่นงานคนเห็นต่างทางการเมือง 

เมธา กล่าวว่า วันนี้เราเห็นปัญหาที่เป็นระเบิดเวลาที่เป็นวิกฤติทางการเมืองอย่างชัดเจนตั้งแต่ในอดีตที่เกิดขึ้น ซึ่งความจริงแล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์มีทรัพย์ในดินสินในน้ำมากมายไม่เช่นนั้น ไม่กี่ตระกูลที่เป็นคนจีนจากโพ้นทะเลในอดีตไม่สามารถร่ำรวยขึ้นเป็นแสนเป็น ล้านล้านบาทในปัจจุบันได้ในเวลา 50 - 60 ปีเท่านั้น ดังนั้นการกระจายทรัพยากรการกระจายอำนาจของรัฐบาลที่ผ่านมาน่าจะเป็นปัญหาสำคัญ และโดยเฉพาะรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ซึ่งตลอด 7 ปีทำให้ความเหลื่อมล้ำกลายเป็นอันดับ 1 ของโลกเกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบัน ฉะนั้นจะต้องแก้ไขโดยการปลดพลเอกประยุทธ์และสร้างรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยมีธรรมาภิบาล เข้ามาแก้ไข

เลขา ครป. กล่าวว่าอย่างไรก็ตามวิทยากรวันนี้หลายคนเห็นว่าประเทศไทยอยู่ในรอยต่อของการแย่งชิงทรัพยากรครั้งใหม่ในอดีต ตั้งแต่ปี 2398 สัญญาเบาริ่งที่ปรากฏในอาณัติของกฤษ และเรือเดินสมุดทั้งหลายกว่า 90%  ต้องพึ่งพาอังกฤษ แต่มาปี 2436 วิกฤตการณ์ รศ.112 ซึ่งเมื่อวานนี้ครบรอบวันที่เราถูกฝรั่งเศส บังคับให้ลงสนธิสัญญากับสยามก็เสียดินแดนฝั่งซ้ายไป 

เมธา กล่าวว่า จากนั้นมาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2474 และ 2475 จนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกซึ่งการเป็นหนี้สินมากกว่านี้ 2.3 เท่าในปัจจุบันนี้ 2.5 เท่า คือวิกฤตที่อันตรายอย่างยิ่งที่ อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ทั้งหมดหากรัฐบาลประยุทธ์ ยังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นการทวงคืนอนาคตในวันนี้ ก็เพื่อที่จะหยุดยั้งระบอบ 3 ป. โดยจะให้รัฐสภา ที่เป็นประชาธิปไตยและมีรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วเราจะผ่านพ้นระบบ 3 ป. นี้ไปได้ เราต้องการรัฐบาลที่เป็นธรรมาภิบาลมีนโยบายเพื่อที่ประชาชน ที่ไม่ติดกับดักยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีกลุ่มไม่กี่คนมากำหนดอนาคตของพวกเขา เราต้องการพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยในระบบรัฐสภามา และเราต้องกระจายอำนาจและทรัพยากรที่เป็นธรรมเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ขอผู้มีอำนาจเปิดใจคุยกันกับคนหนุ่มสาวที่ออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง

นันทพงศ์ ปานมาศ จากเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ย้ำถึง ความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ในทุกด้าน มีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตมหาศาล แม้ในภาวะโควิด-19 ก็ตาม  ขณะที่ที่ดินของกองทัพ มีพื้นที่เทียบเท่า 9 แสนสนามฟุตบอล ไม่ยอมนำมาทำโรงพยาบาลสนาม 

 

นันทพงศ์ ยืนยันว่า คนรุ่นใหม่ออกมาเรียกร้อง ออกมาทวงอนาคต ทวงความหวังและแสงสว่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและจ้อเรียกร้องทุกข้อล้วนมีเหตุมีผล รวมถึงข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันด้วย โดยมีคนโดนคดีอาญามาตรา 112 มากกว่า 140 คดี ถือว่ามากกว่าทุกยุคสมัย เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ ใช้กระบวนการยุติธรรมและมาตรา 112 กำจัดคนเห็นต่าง 

นันทพงศ์ ย้ำว่า ไม่ได้ใส่ร้ายพลเอกประยุทธ์ แต่เห็นกันอยู่สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของรัฐบาลประยุทธ์ ทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคม รวมถึงการศึกษาก็พังพินาศและไม่ต้องพูดถึงประชาธิปไตย เพราะวันนี้ประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว แต่ไทยกำลังปกครองด้วย 'ระบอบประยุทธ์' 

ตัวแทนเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเปิดใจคุยกันกับคนหนุ่มสาวที่ออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง แม้ที่เรียกร้องไป 10 ข้อ ผู้มีอำนาจอาจได้ 2 - 3 ข้ออย่างเป็นรูปธรรม หรืออย่างน้อยก็ให้เห็นว่าผู้มีอำนาจกับคนรุ่นใหม่จะเจอกันครึ่งทางได้อย่างไร ก็ยังเกิดประโยชน์มากกว่าตัดบทและไม่คุยกัน 

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์