Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สมาพันธ์สหภาพแรงงานสากล (ITUC) เผยแพร่ดัชนีสิทธิแรงงานโลก 2026 ครอบคลุม 151 ประเทศ พบตัวชี้วัดหลายด้านทำสถิติเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำในปี 2014 ทั้งการละเมิดเสรีภาพการแสดงออกที่พุ่งสู่ 50% ของประเทศที่สำรวจ การจับกุมคนทำงานใน 75 ประเทศ และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นใน 48 ประเทศ ยุโรปและอเมริกาทำคะแนนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อาร์เจนตินาและสหรัฐฯ ถูกจับตาเป็นพิเศษจากนโยบายที่บั่นทอนสิทธิแรงงาน โดย ITUC มองว่าทั้งหมดนี้คือ "การรัฐประหารของมหาเศรษฐีต่อประชาธิปไตย"

  • ดัชนีสิทธิแรงงานโลก ITUC 2026 สำรวจ 151 ประเทศ พบตัวชี้วัดหลักทำสถิติเลวร้ายที่สุดในรอบ 13 ปี สิทธิในการนัดหยุดงานถูกละเมิดถึง 87% ของประเทศที่ทำการสำรวจ (131 ประเทศ) การจับกุมคนทำงานเกิดขึ้นใน 75 ประเทศ และความรุนแรงพุ่งขึ้นสู่ 48 ประเทศ มีคนทำงานเสียชีวิตจากการเคลื่อนไหวด้านแรงงานใน 4 ประเทศ
  • ยุโรปและอเมริกาทำคะแนนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อาร์เจนตินาถูกจัดเข้ากลุ่ม 10 ประเทศที่เลวร้ายที่สุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนสหรัฐฯ ถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังหลังทรัมป์ริดรอนสิทธิเจรจาต่อรองของลูกจ้างรัฐบาลกลางกว่า 1 ล้านคน
  • ITUC ระบุ 3 แนวโน้มใหม่ที่น่ากังวล ได้แก่ การพุ่งเป้าโจมตีผู้นำสหภาพเพื่อสร้างบรรยากาศหวาดกลัว การใช้ AI และการสอดส่องดิจิทัลบั่นทอนการรวมตัวของคนทำงาน และการปฏิรูปกฎหมายแรงงานโดยไม่ปรึกษาสหภาพในอย่างน้อย 21 ประเทศ
  • ด้านไทย อยู่ในกลุ่ม "ไม่มีการรับรองสิทธิ" (41 ประเทศ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่กฎหมายไม่มีผลบังคับใช้จริงในทางปฏิบัติ ร่วมกับประเทศอย่างจีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย


ภาพจาก: ITUC

สมาพันธ์สหภาพแรงงานสากล (International Trade Union Confederation หรือ ITUC) เผยแพร่รายงานดัชนีสิทธิแรงงานโลก ITUC Global Rights Index 2026 ซึ่งเป็นการสำรวจครั้งที่ 13 และเป็นการสำรวจประจำปีฉบับเดียวที่ครอบคลุมการละเมิดสิทธิคนทำงานทั่วโลกอย่างเป็นระบบ ผลการสำรวจปีนี้ฉายภาพการเสื่อมถอยของสิทธิคนทำงานที่รุนแรงขึ้น

โดยตัวชี้วัดหลายตัวทำสถิติเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนีในปี 2014 ทั้งการละเมิดเสรีภาพในการพูดและการชุมนุมที่แตะระดับ 50% ของประเทศที่สำรวจ การจับกุมคนทำงานใน 75 ประเทศ และความรุนแรงต่อคนทำงานที่พุ่งขึ้น คณะผู้จัดทำมองว่าทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า "การรัฐประหารของมหาเศรษฐีต่อประชาธิปไตย" (billionaire coup against democracy)

โฆษณา - Advertising

ละเมิดเสรีภาพการแสดงออก การจับกุมและความรุนแรงพุ่งสูง


กลุ่มแรงงานอินโดนีเซียรวมตัวประท้วงบนท้องถนน พร้อมชูธงและป้ายข้อความภาษาอินโดนีเซีย "TOLAK OMNIBUS LAW" เพื่อแสดงพลังปฏิเสธกฎหมายปฏิรูปแรงงานฉบับรวมที่เอื้อต่อนายทุนและลดสิทธิแรงงาน | ภาพจาก: monitor.civicus.org

รายงานปี 2026 ประเมิน 151 ประเทศตามระดับการเคารพสิทธิแรงงาน โดยตัวชี้วัดหลัก 8 ด้านสะท้อนภาพที่น่ากังวล สิทธิในการนัดหยุดงานถูกละเมิดถึง 87% ของประเทศที่ทำการสำรวจ (131 ประเทศ) สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมถูกจำกัดใน 80% (121 ประเทศ) ขณะที่คนทำงานใน 75% ของประเทศถูกกีดกันจากสิทธิในการก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพแรงงาน และอีก 75% เผชิญอุปสรรคในการจดทะเบียนสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกมา คนทำงานใน 72% ของประเทศไม่มีหรือมีสิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างจำกัด

ตัวเลขที่ ITUC ระบุว่าการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม ซึ่งพบใน 76 ประเทศ หรือ 50% เพิ่มขึ้นจาก 45% ในปี 2025 นับเป็นสถิติสูงสุดและเป็นการเสื่อมถอยต่อเนื่องปีที่ 4 ส่วนการจับกุมและควบคุมตัวคนทำงานเกิดขึ้นใน 75 ประเทศ (50%) เพิ่มจาก 71 ประเทศในปีก่อน และความรุนแรงต่อคนทำงานพบใน 48 ประเทศ หรือเกือบ 1 ใน 3 เพิ่มขึ้นจาก 40 ประเทศในปี 2025

ตัวอย่างที่รายงานหยิบยกมีให้เห็นทั่วโลก ระหว่างการประท้วงทั่วประเทศในอินโดนีเซีย มีผู้ประท้วงกว่า 4,000 คน ในหลายเมืองถูกควบคุมตัว และเกือบ 1,000 คนถูกตั้งข้อหา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อาร์มันด์ โอซาเซ (Armand Osase) ประธานสหภาพของสำนักงานขนส่งแห่งชาติ ถูกจับกุมเพราะเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่าย ส่วนในอิรัก ตำรวจจับกุมผู้ชุมนุม 3 คนระหว่างการประท้วงนอกบริษัทน้ำมันบาสรา ขณะที่คนงานก่อสร้างข้ามชาติในซาอุดีอาระเบียถูกควบคุมตัวหลังประท้วงโครงการมาซาร์ (Masar) ในนครเมกกะ เนื่องจากไม่ได้รับค่าจ้างมานานหลายเดือน

ในมิติที่ร้ายแรงที่สุด คนทำงานและนักสหภาพแรงงานเสียชีวิตจากการเคลื่อนไหวด้านแรงงานใน 4 ประเทศ ได้แก่ แองโกลา โคลอมเบีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก ที่แองโกลา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 คนระหว่างการนัดหยุดงาน 3 วันของคนขับแท็กซี่เพื่อคัดค้านการขึ้นราคาน้ำมัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ยุโรปและอเมริกาดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมประเทศที่ถูกลดอันดับ

เมื่อพิจารณาระดับภูมิภาค ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) ยังคงเป็นภูมิภาคที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนทำงาน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.68 เท่ากับปี 2025 โดยทั้ง 19 ประเทศในภูมิภาคละเมิดสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม การก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพ และการจดทะเบียนสหภาพครบทุกประเทศ รองลงมาคือเอเชียแปซิฟิก (4.08) และแอฟริกา (3.91) ซึ่งดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน

จุดที่น่าจับตาที่สุดคือยุโรปและอเมริกา ซึ่งทำคะแนนเฉลี่ยเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี อเมริกาถดถอยลงเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันมาอยู่ที่ 3.72 จาก 3.68 ในปี 2025 ส่วนยุโรปเสื่อมถอยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ลงมาแตะระดับต่ำสุดที่ 2.80 จาก 2.78 โดย ITUC ชี้ว่าอิทธิพลของฝ่ายขวาจัดที่เพิ่มขึ้นกำลังทำให้คนทำงานและสหภาพตกอยู่ในความเสี่ยง

ปีนี้มี 4 ประเทศที่ถูกลดอันดับ ได้แก่ แอลเบเนีย อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส และปานามา กรณีอาร์เจนตินาโดดเด่นเป็นพิเศษ คะแนนตกลงสู่ระดับ 5 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งหมายถึง "ไม่มีหลักประกันด้านสิทธิ" รายงานระบุว่าภายใต้ประธานาธิบดีฝ่ายขวาจัด คาเบียร์ มิเลย์ (Javier Milei) ที่ขึ้นสู่อำนาจในปี 2023 สภาพแวดล้อมสำหรับคนทำงานเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว จากการรื้อโครงสร้างการเจรจาทางสังคมไปจนถึงการปฏิรูปแรงงานที่บั่นทอนอำนาจต่อรองของสหภาพ ทำให้อาร์เจนตินาเข้าสู่กลุ่ม 10 ประเทศที่เลวร้ายที่สุดในโลก ส่วนฝรั่งเศสตกลงสู่ระดับ 3 ซึ่งเป็นคะแนนต่ำสุดในดัชนีและเป็นการถดถอยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 โดยมีนักเคลื่อนไหวของสหภาพ CGT กว่า 1,000 คน ตกเป็นเป้าการปราบปรามของรัฐและนายจ้าง

ในทางกลับกัน มี 3 ประเทศที่อันดับดีขึ้น ได้แก่ บอตสวานา สหราชอาณาจักร และอุรุกวัย จากการปฏิรูปกฎหมายแรงงานเชิงบวกที่เกิดขึ้นผ่านการปรึกษาหารือกับสหภาพ สำหรับ 10 ประเทศที่เลวร้ายที่สุดในปี 2026 ได้แก่ อาร์เจนตินา เบลารุส เอกวาดอร์ อียิปต์ เอสวาตินี เมียนมา ไนจีเรีย ปานามา ตูนิเซีย และตุรกี นอกจากนี้ยังมี 7 ประเทศที่ถูกจัดเข้า "บัญชีเฝ้าระวัง" (Watchlist) จากการละเมิดที่เพิ่มขึ้นอย่างวัดผลได้ ได้แก่ กินี-บิสเซา อิสราเอล ไลบีเรีย ฟิลิปปินส์ มอลโดวา สหรัฐอเมริกา และซิมบับเว โดยกรณีสหรัฐฯ รายงานชี้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ริดรอนสิทธิการเจรจาต่อรองร่วมของลูกจ้างรัฐบาลกลางกว่า 1 ล้านคน ซึ่งอาจเป็นการทำลายสหภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

3 เทรนด์ใหม่ คุกคามสิทธิแรงงานทั่วโลก


การสอดส่องทางดิจิทัลเพื่อตรวจสอบและควบคุมคนทำงาน ถือเป็นเทรนด์ใหม่ในการคุกคามสิทธิแรงงานทั่วโลก | ภาพจาก: Aksa2011 (Pixabay License)

คณะผู้วิจัยระบุว่างานสำรวจปีนี้เผยให้เห็น 3 แนวโน้มที่กำลังกำคุกคามสิทธิแรงงานทั่วโลก

แนวโน้มแรก คือการพุ่งเป้าโจมตีผู้นำสหภาพที่มีชื่อเสียง รัฐบาลทั่วโลกใช้การคุกคาม ทำร้าย และควบคุมตัวโดยพลการเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว ในฝรั่งเศส โซฟี บิเนต์ (Sophie Binet) เลขาธิการสหภาพ CGT ถูกตั้งข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมหลังวิจารณ์ผู้นำธุรกิจรายใหญ่ในรายการวิทยุ ที่เบลารุส ผู้นำสหภาพที่ถูกจำคุกตั้งแต่ปี 2022 ได้รับการปล่อยตัว แต่กลับถูกเนรเทศข้ามพรมแดนไปลิทัวเนียทั้งที่ยังสวมชุดนักโทษ ขณะที่ในเมียนมา เมียวเอ (Myo Aye) ผู้นำสหภาพแรงงานสมานฉันท์แห่งเมียนมา (STUM) วัย 56 ปี ถูกจับกุมที่บ้านพักในย่างกุ้ง

แนวโน้มที่สอง คือการใช้การสอดส่องทางดิจิทัลเพื่อตรวจสอบและควบคุมคนทำงาน รวมถึงติดตามการรวมตัวของสหภาพ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ทำให้รัฐและนายจ้างมีเครื่องมือสอดแนมที่ล่วงล้ำมากขึ้น ในเอกวาดอร์ มีการออกกฎหมายเปิดทางให้สอดส่องโดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล ที่เมียนมา กองทัพเชื่อมโยงตัวตนทางกายภาพของบุคคลเข้ากับตัวตนดิจิทัลผ่านระบบจดจำใบหน้าด้วย AI กล้องวงจรปิด และการจดจำป้ายทะเบียนในเมืองใหญ่ ITUC เตือนว่าการสอดส่องด้วย AI สร้างผลกระทบเชิงข่มขู่ บั่นทอนความเต็มใจและความสามารถของคนทำงานในการรวมตัว

แนวโน้มที่สาม คือการที่รัฐบาลผลักดันการปฏิรูปกฎหมายแรงงานโดยไม่ปรึกษาสหภาพ ในปี 2025 มีการปฏิรูปกฎหมายแรงงานครั้งใหญ่ในอย่างน้อย 21 ประเทศ แต่ไม่ใช่ทุกฉบับที่พัฒนาขึ้นโดยปรึกษากับตัวแทนคนทำงานที่ชอบธรรม ในอินเดีย คนทำงานกว่า 300 ล้านคนเข้าร่วมการนัดหยุดงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อประท้วงการร่างและบังคับใช้ประมวลกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับโดยฝ่ายเดียว ส่วนในโบลิเวีย โมร็อกโก และโตโก สหภาพต่างเผชิญการปฏิรูปหรือการระงับกลไกการเจรจาทางสังคมโดยปราศจากการหารืออย่างมีความหมาย

แม้ภาพรวมจะมืดมน รายงานย้ำว่าขบวนการแรงงานยังคงเป็นพลังประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในยามที่สถาบันประชาธิปไตยอยู่ภายใต้แรงกดดัน สหภาพไม่เพียงปกป้องสิทธิในที่ทำงาน แต่ยังปกป้องประชาธิปไตยเอง ลุค ไทรแองเกิล (Luc Triangle) เลขาธิการ ITUC สรุปว่ามีเพียงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเท่านั้นที่จะช่วยให้คนทำงานเอาชนะการรัฐประหารต่อประชาธิปไตยครั้งนี้ และสร้างหลักประกันถึงอนาคตที่เป็นของทุกคน ไม่ใช่เพียงคนกลุ่มน้อยที่กุมอำนาจ

การจัดอันดับสถานการณ์สิทธิแรงงานจากทั่วโลก  ITUC Global Rights Index 2026 โดยจำแนกตามระดับการละเมิดสิทธิและแนวโน้มที่น่าสนใจ

สำหรับการจัดอันดับเชิงลึกแบ่งออกเป็น 6 ระดับ เริ่มต้นจากกลุ่มที่วิกฤตที่สุดคือ

ระดับ 5+: ไม่มีการรับรองสิทธิเนื่องจากนิติธรรมล่มสลาย (12 ประเทศ) ซึ่งส่วนใหญ่เผชิญความขัดแย้งรุนแรงภายในหรืออยู่ภายใต้การยึดครอง เช่น อัฟกานิสถาน เมียนมา ปาเลสไตน์ และซีเรีย

ระดับ 5: ไม่มีการรับรองสิทธิ (41 ประเทศ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่กฎหมายไม่มีผลบังคับใช้จริงในทางปฏิบัติ โดยมีประเทศไทยรวมอยู่ในระดับนี้ ร่วมกับประเทศอย่างจีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย

ระดับ 4: การละเมิดสิทธิอย่างเป็นระบบ (39 ประเทศ) เป็นกลุ่มที่มีความพยายามทำลายการรวมตัวของแรงงานอย่างจริงจัง เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล และเวียดนาม

ระดับ 3: การละเมิดสิทธิเป็นประจำ (31 ประเทศ) สะท้อนถึงการที่รัฐหรือทุนแทรกแซงสิทธิแรงงานบ่อยครั้ง เช่น ฝรั่งเศส แคนาดา และสหราชอาณาจักร

ระดับ 2: การละเมิดสิทธิซ้ำๆ (21 ประเทศ) เป็นกลุ่มที่สิทธิบางประการเริ่มถูกคุกคาม เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน และท้ายที่สุดคือกลุ่มที่มีสถานการณ์ดีที่สุดในโลก

ระดับ 1: การละเมิดสิทธิเป็นครั้งคราว (8 ประเทศ) ซึ่งประกอบด้วย ออสเตรีย เดนมาร์ก เยอรมนี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และอุรุกวัย

นอกจากนี้ รายงานยังได้เน้นย้ำถึงกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์น่ากังวลเป็นพิเศษ โดยจัดให้มี กลุ่มประเทศที่เลวร้ายที่สุด 10 อันดับแรก (The 10 Worst Countries) ที่มีการละเมิดสิทธิรุนแรงที่สุดในปี 2026 ได้แก่ อาร์เจนตินา เบลารุส เอกวาดอร์ อียิปต์ เอสวาตินี เมียนมา ไนจีเรีย ปานามา ตูนิเซีย และตุรกี ควบคู่ไปกับ กลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง (Watchlist) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกลดอันดับในอนาคตอันใกล้เนื่องจากสถานการณ์ดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ กินี-บิสเซา, อิสราเอล, ไลบีเรีย, ฟิลิปปินส์, สาธารณรัฐมอลโดวา, สหรัฐอเมริกา และซิมบับเว

 

ที่มา:
United States added to Watchlist as attacks on workers’ freedoms accelerate the erosion of democracy: ITUC Global Rights Index 2026 (ITUC, 1 June 2026) 
ITUC Global Rights Index 2026 (ITUC, 19 May 2026) 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising