ศาลให้ประกัน ‘สนธิญาณ’ ไม่กำหนดเงื่อนไข ส่วน 3 แกนนำ กปปส. ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง 3 แกนนำ กปปส. ‘เสรี-สมบัติ-สกลธี’ คดีชุมนุมล้มเลือกตั้งปี 2557 ด้าน ‘สนธิญาณ’ ผู้บริหารท็อปนิวส์ และอดีตแกนนำ กปปส. ต้องโทษจำคุก 8 เดือนไม่รอลงอาญา แต่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยเงินสด 600,000 บาท ไม่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เจ้าตัวพร้อมสู้คดีต่อในชั้นฎีกา ขณะที่ ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ เผยเตรียมยื่นอุทธรณ์คดีตนเองเดือน พ.ย. นี้

20 ต.ค. 2564 สำนักข่าวหลายแหล่ง อาทิ ข่าวสดออนไลน์ มติชนออนไลน์ ไทยรัฐออนไลน์ และประชาชาติธุรกิจ รายงานตรงกันว่าช่วงเช้าวันนี้ (20 ต.ค. 2564) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีกบฎ กปปส. สำนวนแรก หมายเลขดำ อ.1191/2557, อ.1298/2557, อ.1328/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำ กปปส. และผู้บริหารท็อปนิวส์, สกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ร่วมชุมนุม, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และสภาปฏิรูปการเมือง (สปช.) และเสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด รวม 8 ข้อหาในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ, กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ, เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล, ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง, ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 และ 152

ต่อมา มีรายงานเพิ่มเติมว่าศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำเลยที่หนึ่ง คือ สนธิญาณ ต้องโทษจำคุก 1 ปีในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เเละ ส.ว. กรณีร่วมกับสำราญ รอดเพชร ขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าที่โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต กทม. แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงโทษให้ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุก 8 เดือน ไม่รอลงอาญา รวมถึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-4 คือ สกลธี สมบัติ และเสรี อัยการซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องไม่ได้ร่วมนำสืบว่าร่วมขัดขวางการเลือกตั้งหรือไม่ อีกทั้งพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะชี้ชัดว่าจำเลยที่ 2-4 กระทำผิดฐานร่วมขัดขวางการเลือกตั้ง ศาลอุทธรณ์จึงยืนยันคำพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2-4 ตามศาลชั้นต้น ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าทนายความของสนธิญาณกำลังอยู่ระหว่างยื่นประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท ต่อมาเวลา 16.00 น. ข่าวสดออนไลน์และประชาชาติธุรกิจรายงานตรงกันว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างรอพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกา โดยวางหลักประกันเป็นเงินสดจำนวน 600,000 บาทและไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมว่าจำเลยทั้ง 4 คนเดินทางมาที่ศาลพร้อมด้วยเเกนนำ กปปส. หลายคน เช่น สุเทพ, ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาลเดียวกัน โดยแกนนำ กปปส. คนอื่นๆ กล่าวว่าเดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้ง 4 ในวันนี้

มติชนออนไลน์ รายงานเพิ่มเติมว่า สุเทพ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยระบุว่าพร้อมน้อมรับตามคำพิพากษาของศาล แม้ว่าจะเป็นศาลใดก็ตามก็เชื่อว่ามีการตัดสินไปตามหลักของกระบวนการยุติธรรม ส่วนในคดีกบฏ สำนวนของตนนั้นอยู่ระหว่างเตรียมยื่นอุทธรณ์คดีในเดือน พ.ย.นี้

สำหรับคดีกบฎ กปปส. พนักงานอัยการยื่นฟ้องสำนวนแรกตั้งแต่ปี 2557 สืบเนื่องจากการร่วมชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่มีสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นผู้นำการชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 2556-1 พ.ค. 2557 ในการชุมนุมดังกล่าว แกนนำ กปปส. ได้พาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง และขัดขวางการเลือกตั้ง ในท้ายคำฟ้องของอัยการฝ่ายโจทก์ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยทั้ง 4 คน ได้แก่ สนธิญาณ สกลธี สมบัติ และเสรี เป็นระยะเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมตั้งทนายความเพื่อสู้คดี และได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี

คดีกบฎ กปปส. เริ่มสืบพยานนัดแรกตั้งแต่ปี 2558-2562 โดยเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2562 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องโดยพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานที่อัยการโจทก์นำสืบมารับฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้ง 4 รายได้เข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส. แต่ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการผู้ชุมนุม หรือขึ้นปราศรัยสั่งการให้กระทำการรุนแรง โดยการชุมนุมของ กปปส. ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำวินิจฉัยที่ 59/2556 ว่าการชุมนุมของ กปปส. สืบเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 4 คนได้กระทำความผิดตามฟ้องทั้ง 8 ข้อหา จึงพิพากษายกฟ้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์