ศาลนัดฟังคำสั่งฟ้อง เลขาฯ มูลนิธิชีววิถี หรือไม่ 15 ธ.ค.นี้ คดีหมิ่นประมาท จากการรณรงค์แบน 3 สารพิษ

 

  • ลุ้นศาลอาญาจะสั่งรับฟ้องหรือไม่ 15 ธ.ค.นี้ คดี “วิฑูรย์” นักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและเลขาธิการมูลนิธิไบไอไทย ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท ควบ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปิดปากกรณีเคลื่อนไหวแบน 3 สารพิษอันตราย เจ้าตัวไม่หวั่นเหตุพูดความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เชื่อสังคมและสื่อมวลชนช่วยส่งเสียงให้คนที่พูดความจริง
  • ทนายความระบุ ไม่ควรจะต้องมีใครถูกฟ้องคดีเพื่อยับยั้งการพูดเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยที่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ ชี้เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 329 ป.อาญาใช้สิทธิโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • ผู้จัดการ Enlaw ระบุกระบวนการยุติธรรมไทยถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการกลั่นกรองการฟ้องปิดปาก  และมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ใช้กระบวนการกฎหมายที่แกล้งฟ้องเพื่อปิดปากนักปกป้องสิทธิฯ

 
1 พ.ย.2564 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม รายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญารัชดาวันนี้ (1 พ.ย.64) วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมและเลขาธิการมูลนิธิไบโอไทยพร้อมทีมทนายความสิทธิมนุษยชน ตัวแทนจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมและภาคีเครือข่ายเดินทางเข้ารับฟังการไต่สวนมูลฟ้องในกรณีที่สมาคมแห่งหนึ่งฟ้องคดีหมิ่นประมาท และฟ้องความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในกรณีที่วิฑูรย์ออกมาเคลื่อนไหวแบน 3 สารเคมีอันตรายในประเทศไทยโดยวันนี้ศาลได้มีการไต่สวนมูลฟ้องแล้วเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.โดยได้ทำการสืบพยานโจทก์ 2 คน และนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น.ที่ศาลอาญารัชดา

ไม่หวั่นเหตุพูดความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เชื่อสังคมและสื่อมวลชนช่วยส่งเสียงให้คนที่พูดความจริง

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้ตนไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก สิ่งที่ตนทำคือการพูดความจริง และตลอดระยะเวลาการทำงานมา 40 ปี ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และไม่มีเพียงเฉพาะตนเท่านั้นที่ถูกข่มขู่คุกคามทั่วโลกก็มีกรณีแบบนี้ โดยในหลายประเทศนักเคลื่อนไหวที่พยายามจะให้มีการแบนสารเคมี ก็ถูกข่มขู่คุกคาม ทำลายความน่าเชื่อถือ มีการฟ้องหมิ่นประมาท บางกรณีถึงกับข่มขู่ที่จะทำร้ายร่างกายด้วย 

สำหรับประเทศไทยเองนอกจากตนแล้วก็ยังมีศาสตราจารย์ในประเทศไทยสามท่าน ที่ถูกข่มขู่ คุกคาม และมีสองท่านถูกข่มขู่ที่จะทำร่ายร่างกายด้วย ตนคิดว่าต้องเจอเรื่องนี้อยู่แล้ว และอยากให้เห็นภาพว่าสารเคมีที่เราเสนอให้ยกเลิกเช่น สารพาราควอตเองใน 60 ประเทศได้แบนไปแล้ว ส่วนสารคลอร์ไพริฟอส  ที่เราเรียกร้องให้มีการแบนเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาและเพิ่งสำเร็จเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันทั้งจีนและ EU และสหรัฐอเมริการก็ประกาศแบนแล้วเช่นกัน สวนสารไกรโฟเสตก็เป็นคดีที่ขึ้นศาลอยู่ในสหรัฐอเมริกาโดยผู้เสียหายฟ้องบริษัทและบริษัทประกาศว่าจะต้องไกล่เกลี่ยคดีใช้เงินประมาณสามแสนกว่าล้านบาท ซึ่งเพิ่งเป็นข่าวเมื่อปีที่แล้ว ถ้าเราต้องการอาหารที่ปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่ดี สารพิษเหล่านี้มันต้องถูกกำจัดออกไปจากประเทศ ดังนั้นการที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าเราเอาข้อความเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และฟ้องหมิ่นประมาททั้งๆที่เราพูดความจริงที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีเหล่านี้

ตนเชื่อว่าถ้าสังคมและสื่อมวลชนช่วยส่งเสียงให้คนที่พูดความจริง คนที่พูดเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่กรณีนี้เพียงอย่างเดียว แต่ในประเทศไทยยังเจอหนักกว่านี้มาก บางคนอาจจะสูญเสียชีวิต อาจจะต้องปกป้องคนเหล่านี้ระบบกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายจะต้องเรียนรู้เรื่องเหล่านี้เพื่อที่จะก้าวไปสู่โลกที่พัฒนาอย่างยั่งยืน ถ้าเราดูกระบวนการนโยบายสาธารณะที่มาปกป้องสุขภาพ ของมนุษย์ของสิ่งแวดล้อมของคนเล็กคนน้อย ส่วนใหญ่เกิดจากการต่อสู้จากประชาชน จากสื่อมวลชนจากสาธารณะเป็นหลัก มีน้อยมากที่สถาบันหลักจะปฏิรูปตนเอง 

“วิธีการหนึ่งที่สำคัญถ้าขบวนการประชาขนเข้มแข็งและสามารถพูดความจริงได้ มันจะเอื้อให้คนในระบบมีความกล้าหาญและลุกขึ้นมาทำในแบบเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศฟิลิปปินส์ที่ได้มีการออกกฎหมาย Anti-SLAPP ออกมาเพื่อช่วยปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนไม่ให้โดนฟ้องคดีปิดปากเป็นเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมและสังคมไทยควรที่จะได้เรียนรู้”นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกล่าว

ทนายความระบุ ไม่ควรจะต้องมีใครถูกฟ้องคดีเพื่อยับยั้งการพูดเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยที่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ ชี้เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 329 ป.อาญาใช้สิทธิโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ

จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความกล่าวว่า วิฑูรย์ถูกฟ้องสองคดีคือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยในส่วนของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์โจทย์ฟ้องมาถึง 2 มาตรา คือ มาตรา 14 และ มาตรา 16 เรามองว่าในทางกฎหมายถ้าฟ้องคดีหมิ่นประมาทแล้ว พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (1) จะยกเว้นไม่ให้ใช้ในคดีหมิ่นประมาท ดังนั้นก็ไม่ควรฟ้องตามมาตรา14 (1) ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อีก  นอกจากนี้ในมาตรา 16 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นความผิดที่จะใช้กับภาพ การตัดต่อภาพบุคคลเหมือนนำภาพดาราตัดต่อให้ความเสียหายกับดาราคนนั้นคือวัตถุประสงค์ของมาตรา 16 แต่กลับมาฟ้องในคดีนี้ด้วย แต่กรณีนี้เป็นภาพข้อความที่กากบาทเอาไว้เท่านั้นเอง ส่วนตัวมองว่า สุดท้ายแล้ว ศาลจะรับฟ้องก็รับฟ้องได้ตามมาตรา 326 และ 328 ประมวลกฎหมายอาญา แต่ก็เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 329 ประมวลกฎหมายอาญาคือ ใช้สิทธิโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพราะข้อความที่พูดว่า สารเคมีเป็นสารก่อมะเร็งนั้นมีอยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ของสภาผู้แทนราษฎร  ซึ่งคุณวิฑูรย์เองเป็นหนึ่งในคณะกรรมมาธิการนั้นด้วย และการเอาข้อมูลในที่ประชุมมาพูดในทางสาธารณะก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

เรามองว่าการพูดทางสาธารณะที่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับคุณควรจะได้รับความคุ้มครอง ไม่ควรจะต้องมีใครถูกฟ้องคดีเพื่อยับยั้งการพูดเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยที่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ อย่างไรก็ตามตอนนี้กฎหมายป้องกันการฟ้องคดีปิดปากได้ถูกแก้ไขบางส่วนแล้วในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในมาตรา 161/1 แต่ภาคประชาชนเสนอไปว่าควรจะใช้บังคับกับคดีที่รัฐฟ้องประชาชนด้วย ปรากฏว่าในกฎหมายใช้บังคับแค่เอกชนฟ้องร้องเอกชน หมายความว่ากรณีคดีนี้ เราก็ยื่นตามมาตรา 161/1 ว่าเป็นการแกล้งฟ้องโดยไม่สุจริต เพื่อมีผลเป็นการยับยั้งการใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น แต่ในกรณีที่ประชาชนเป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐบาลไม่มีกฎหมายนี้รับรอง เพราะฉะนั้นจะไม่สามารถยื่นคำร้องตามมาตรานี้ได้ มองว่าในอนาคตจะมีความคืบหน้า เพราะตอนนี้เรายื่นไป

“ตอนนี้เรายื่นคำร้องตามมาตรา 161/1ภายใต้ข้อจำกัดว่าเอกชนฟ้องร้องเอกชน ก็ยังมีแนวคำสั่งศาลที่ยังไม่ชัดเจน และยังไม่มีมาตรฐานที่สอดคล้องกันว่าศาลจะพิจารณาคำร้องนี้อย่างไร ถ้ามีข้อเท็จจริงปรากฏชัดศาลสามารถพิจารณาได้เลย โดยที่ไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้องแต่บางกรณีอย่างเช่นกรณีอาจจะมีเอกสารพยานหลักฐานในคดีเยอะ ศาลอาจจะอยากดูพยานหลักฐานในคดีก่อน ยังไม่สั่งรับฟ้อง  ปัจจุบันเราเลยมองว่ากฎหมายนี้ก็พัฒนาขึ้นมาลำดับหนึ่งแต่ยังดีขึ้นได้กว่านี้อีก” ทนายความกล่าว

ผู้จัดการ Enlaw กระบวนการยุติธรรมไทย ถึงเวลาแล้วที่จะมีกระบวนการในการกลั่นกรองประเด็นพวกนี้ และมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ใช้กระบวนการกฎหมายที่แกล้งฟ้องเพื่อปิดปาก

สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมมูลนิติธรรมสิ่งแวดล้อมกล่าวถึงการพิจารณาคดีในวันนี้ว่า ทางมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมเห็นว่า การทำงานของคุณวิฑูรย์ และมูลนิธิชีววิถีเป็นการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างชัดเจน และมีเจตจำนงในการทำงานมาอย่างยาวนาน ทั้งให้การศึกษากับทางสังคมและตรวจสอบรัฐบริษัทกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสารพิษสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ความมุ่งหมายของคุณวิฑูรย์และไบโอไทย คือการปกป้องกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ที่ใช้สารเคมี และกลุ่มผู้บริโภคที่อาจจะมีความเสี่ยง ที่จะได้รับอาหารที่ไม่ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง ดังนั้นการที่คุณวิฑูรย์และมูลนิธิไบโอไทยออกมาส่งเสียง และออกมาแสดงความคิดเห็นในมิติเรื่องนี้ เป็นประเด็นประโยชน์สาธารณะ ซึ่งควรจะเป็นสิ่งที่พูดได้ แสดงความคิดเห็นได้ต่อสังคม

ตนคิดว่าการที่คุณวิฑูรย์ถูกฟ้อง มันเป็นการคุกคาม คนที่ลุกขึ้นมาพูดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองเกษตรกร ให้ข้อมูลกับสังคมเพื่อประชาชนรู้ความจริงเพื่อให้เขาได้มีทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย ซึ่งเจตจำนงในการฟ้อง มันน่าจะเป็นประเด็นการฟ้องเพื่อที่จะให้คุณวิฑูรย์และมูลนิธิไบโอไทยหยุดพูดในเรื่องนี้ มากกว่าที่จะเป็นการฟ้องคดีหมิ่นประมาท ในการที่เขาจะเกิดความเสียหาย ตามเหตุของคดีหมิ่นประมาททั่วไป ดังนั้นเราควรที่จะออกมาสนับสนุน คนที่ส่งเสียงและพูดเพื่อประโยชน์สาธารณะ และจะสู้คดีให้ถึงที่สุดและพิสูจน์ในเรื่องนี้ และตนคิดว่ากระบวนการยุติธรรมไทย ถึงเวลาแล้วที่จะมีกระบวนการในการกลั่นกรองการฟ้องประเด็นพวกนี้ และมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ใช้กระบวนการกฎหมายที่แกล้งฟ้องเพื่อปิดปากซึ่งไม่ใช่แค่คุณวิฑูรย์กรณีเดียว

“แต่เราคิดถึงชาวบ้านคนอื่นๆที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องตัวเอง ทั้งในเรื่องความปลอดภัยจากมลพิษ จากอุตสาหกรรม หรือการตรวจสอบรัฐและบริษัทเอกชนต่างๆ รวมทั้งเอาความจริงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการต่อต้านการแบนสารเคมีทั่วโลกของไทยด้วยมาอธิบาย ยังไงก็ต้องพูดเพื่อประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน ตนคิดว่าสังคมควรที่จะได้เรียนรู้ รวมทั้งระบบยุติธรรมในประเทศนี้ด้วย ใครก็ตามที่พูดความจริง ใครก็ตามที่ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ ควรที่จะมีโอกาสได้พูดในเรื่องพวกนี้อย่างเต็มที่ไม่ควรเป็นความผิดใดๆเลย และสังคมควรที่จะส่งเสริม ให้เขาได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่” ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกล่าว  

ปรานม สมวงศ์ องค์กร Protection International กล่าวว่าความพยายามทั่วโลกล่าสุดในการแบนสารเคมีพิษร้ายแรงอย่างพาราควอต ในการเกษตรเชิงอุตสาหกรรมที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมหาศาล เป็นปรากฏการณ์ที่ต่อเนื่องมาของนักอนุรักษ์ที่ส่งเสียงเตือนมา 50-60 ปีแล้ว แล้วก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับการที่คุณประยุทธ์ไปร่วมเวทีการประชุมสุดยอดของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26)ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของสารกำจัดศัตรูพืชมีความสัมพันธ์อย่างมากกับสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การแสดงความจริงใจของรัฐบาลในการทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็นธรรม มิใช่การไปประชุมแต่คือต้องทำให้แน่ใจว่าไม่มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนไหนต้องเผชิญกับการข่มขู่และใช้กระบวนการยุติธรรมมาคุกคามเมื่อพูดประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเรื่องสารกำจัดศัตรูพืชและสุขภาพความปลอดภัยของประชาชนที่เชื่อมโยงกับรื้อการแก้ปัญหาแบบจอมปลอมเรื่องสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศของรัฐและทุน

สำหรับ วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมและเลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) ที่ออกมาขับเคลื่อนประเด็นเกษตรกรรมยั่งยืนมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ซึ่งก่อนที่จะถูกฟ้องในคดีหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ วิฑูรย์ได้ออกมาให้ข้อมูลในการเคลื่อนไหวแบน 3 สารเคมีอันตรายคือสาร พาราควอต สารคลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ซึ่งพาราควอตเป็นสารพิษที่ 60 ประเทศยกเลิกการใช้แล้ว สารคลอร์ไพริฟอสซึ่งเป็นสารกำจัดแมลงที่ส่งผลกระทบต่อสมองของเด็กและทารกอย่างถาวรซึ่งสหรัฐและยุโรปประกาศแบนเมื่อเร็วๆนี้ และจำกัดการใช้ไกลโฟเซตสารเคมีกำจัดวัชพืชที่ผู้ผลิตและจำหน่ายต้องใช้เงินกว่าสามแสนล้านบาทเพื่อไกล่เกลี่ยคดีที่มีผู้ฟ้องศาลในสหรัฐว่าเป็นสารก่อมะเร็ง โดยข้อหาที่นายวิฑูรย์ถูกฟ้องร้องนั้น เป็นข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากการโพสต์เนื้อหาในเพจ BIOTHAI เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในการแบนสารพิษและจากการได้รับเชิญให้ไปออกรายการในสถานีโทรทัศน์ที่พูดถึงรายละเอียดและข้อเท็จจริงในการแบนสารพิษอันตรายในประเทศไทย

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์