“วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ” เลขาธิการมูลนิธิไบโอไทย พร้อมทนายความเดินทางไปศาลจังหวัดนนทบุรี หลังศาลกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิ์และสอบคำให้การจำเลย คดี “ปลาหมอคางดำ” ที่ถูก CPF ฟ้องหมิ่นประมาท จากการเผยแพร่ข้อมูลการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในเวทีวิชาการสาธารณะเมื่อปี 2567 ทนายความเผย CPF ยื่นขอเป็นโจทก์ร่วม เรียกค่าเสียหายวิฑูรย์และมูลนิธิไบโอไทยร่วมรับผิดชอบคดีละ 100 ล้านบาท รวมเป็น 200 ล้านบาท
22 ต.ค. 2568 The Story of แม่หญิงไฟ้ท์ รายงาน วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม และเลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย-BIOTHAI) พร้อมทีมทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) และตัวแทนจากองค์กร Protection International เดินทางไปขึ้นศาลจังหวัดนนทบุรี ในคดีหมิ่นประมาท ที่ถูก CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ฟ้องจากการเผยแพร่ข้อมูลการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในเวทีวิชาการสาธารณะเมื่อปี 2567
วันนี้มีตัวแทนประชาชนจากเครือข่ายเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ รวมทั้งคณะนักศึกษาและอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมสังเกตการณ์คดีจำนวนมาก โดยศาลใช้เวลาพิจารณากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 เวลา 13.30 น.
ทนายเผย CPF ยื่นเป็นโจทก์ร่วมทั้งสองคดีเรียกค่าเสียหายรวม 200 ล้าน
รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) เปิดเผยภายหลังการพิจารณาคดีว่าวันนี้เป็นวันที่กำหนดนัดคุ้มครองสิทธิ์และสอบคำให้การจำเลยทั้งสองคดี ซึ่งวิฑูรย์ยืนยันให้การปฏิเสธต่อสู้คดีทั้งหมดเขากล่าวต่อว่า วันนี้มีประเด็นเพิ่มเติมคือ ผู้เสียหายคือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม และเรียกค่าเสียหายให้จำเลยทั้งสองคือวิฑูรย์และมูลนิธิไบโอไทยร่วมรับผิดชอบคดีละ 100 ล้านบาท รวมเป็น 200 ล้านบาท ทางจำเลยมีสิทธิ์ที่จะให้การต่อสู้ในส่วนคดีแพ่ง ศาลกำหนดให้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีเรียกค่าเสียหายภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 เวลา 13.30 น.
รัษฎาอธิบายเพิ่มเติมว่า การกระทำที่บรรยายในฟ้องมีหลายกรรม ซึ่งทุกกรรมจำเลยไม่ได้กระทำความผิด เพราะใช้สิทธิและแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันในชั้นศาล
ทนายความยังย้ำถึงที่มาของคดีว่า มาจากเวทีสัมมนาวิชาการซึ่งมีทั้งนักวิชาการและชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำเข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งในเวทีนั้นมีการพูดถึงข้อเท็จจริงเรื่องการเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำและการแพร่กระจาย ซึ่งฝ่ายโจทก์อ้างว่าปลาที่เพาะเลี้ยงตายหมดแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ต้องพิสูจน์เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายมีภาระในการพิสูจน์ความจริงต่อศาล”ทนายความกล่าวและว่ายังมีคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง คือคดีที่ประชาชนผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายในส่วนของสภาทนายความ ซึ่งศาลได้มีคำสั่งรับไว้เป็นคดีแบบกลุ่มแล้วอยากฝากให้สื่อมวลชนช่วยติดตามคดีที่ประชาชนเป็นผู้ฟ้องด้วย เพราะมีมูลคดีคล้ายกัน
รัษฎายังระบุว่า ในคดีอาญาภาระการพิสูจน์ตกอยู่ที่โจทก์ เพราะเป็นผู้กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด ส่วนจำเลยก็เตรียมพยานหลักฐานพิสูจน์ความจริง แม้ยังไม่ได้นำเสนอในชั้นนี้ก็ตาม
จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw)กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า กระบวนการในวันนี้ว่านัดนี้เป็นเพียงการคุ้มครองสิทธิและสอบคำให้การ ยังไม่มีการยื่นพยานหลักฐาน ศาลเพียงสอบถามคู่ความว่ามีแนวโน้มไกล่เกลี่ยได้หรือไม่ ซึ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายเห็นว่าไม่สามารถตกลงกันได้
เธอกล่าวต่อว่าฝ่ายโจทก์ยืนยันว่าข้อความที่จำเลยโพสต์หรือแสดงต่อสาธารณะเป็นเท็จ ส่วนจำเลยก็ยืนยันว่าข้อความนั้นมาจากข้อเท็จจริง และยังเข้าข่ายได้รับการยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 เพราะเป็นการใช้สิทธิสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ
วิฑูรย์มั่นใจ “หลักฐานแน่น” – ชี้เดิมพันคือชีวิตและระบบอาหารของประเทศ
ขณะที่วิฑูรย์ กล่าวว่า คดีนี้เราจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพราะเดิมพันของเราไม่ใช่เพียงไบโอไทย แต่คือชีวิตของชาวบ้าน ระบบนิเวศ ความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ วิฑูรย์ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ลักษณะคดีว่าองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงองค์การสหประชาชาติ ต่างระบุว่าคดีนี้เป็นคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) แทนที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันหาความจริงและแก้ปัญหาจากต้นเหตุ แต่กลับใช้กฎหมายปิดปากผู้ที่ออกมาเตือนสังคม
เลขาธิการมูลนิธิไบโอไทยยังย้ำด้วยว่า หลักฐานทั้งหมดที่ไบโอไทยใช้ในการสัมมนาวิชาการเมื่อปีที่แล้ว และในรอบปีที่ผ่านมายังมีข้อมูลใหม่จากคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและหน่วยงานรัฐ ผมเชื่อว่าหลักฐานเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีนี้และคดีอื่น ๆ และในวันนี้ตัวแทนองค์กรภาคประชาชนจะยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ประกาศ “เขตภัยพิบัติ” จากปัญหาปลาหมอคางดำ เพื่อเปิดทางใช้งบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เหมือนอย่างกรณีโรงงานน้ำตาลเสียหาย 39 ล้านบาท หน่วยงานรัฐยังชดเชยได้ รัฐบาลควรดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำด้วยเช่นกัน
“เราต่อสู้มาตั้งแต่ปี 2560 และจะสู้ต่อไปในทุกยุครัฐบาล เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของไบโอไทย แต่เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ชีวิตชาวบ้าน และอนาคตของประเทศ” วิฑูรย์ระบุ
PI ชี้ “วิฑูรย์” ควรได้รับการคุ้มครองตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
ด้านสุธีรา เปงอิน จากองค์กรโพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหรือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่ลุกขึ้นมาตรวจสอบผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และอธิปไตยทางอาหารในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะจึงไม่ควรถูกฟ้องร้องปิดปากจากบริษัทเอกชน และการลุกขึ้นมาตรวจสอบประเด็นผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (UN Declaration on Human Rights Defenders) และพันธกรณีของรัฐภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
อีกทั้งการตรวจสอบผลกระทบควรเป็นหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย พร้อมทั้งรัฐต้องเร่งออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนและจริงจัง แม้ในขณะที่ยังไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมารับโทษได้ พร้อมทั้งผลักดันเกิดความรับผิดทางธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (Business and Human Rights) ที่เป็นไปตามแนวทางของสหประชาชาติ (UNGPs) เพื่อป้องกันไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
