เพื่อไทยชี้ 'ไทยแลนด์พลัส' มีปัญหา แนะแก้ไขระบบลดความซับซ้อน จี้ รบ.เร่งฉีดวัคซีนและกระจายยา

'เพื่อไทย' ติง 'ประยุทธ์' ระบบไทยแลนด์พลัสมีปัญหามาก จี้ ต้องคอยระวัง ยุโรประบาดรอบใหม่แนะ เร่งฉีดวัคซีนและกระจายยารักษาคุณภาพ

15 พ.ย. 2564 จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส. เชียงใหม่ ประธานอนุกรรมการนโยบายท่องเที่ยว รองเลขาธิการและคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้เปิดประเทศและใช้ระบบไทยแลนด์พลัส แทนระบบเก่า ได้สร้างความสับสนอย่างมาก ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ โดยเฉพาะคนไทยต้องติดค้างอยู่ต่างประเทศเป็นหมื่นคนเพราะระบบไทยแลนด์พลัสยังใช้การไม่มีประสิทธิภาพ สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยที่อยากเดินทางกลับประเทศไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ระบบการตรวจการติดไวรัสแบบ PCR Test ซ้ำซ้อน ทั้งที่คนไทยและคนต่างประเทศต่างก็ต้องตรวจการติดไวรัสแบบ PCR Test ก่อนขึ้นเครื่องบินภายใน 72 ชม. แต่พอลงจากเครื่องบินมาก็ต้องถูกตรวจซ้ำ สร้างความลำบากและเสียค่าใช้จ่ายอย่างมากสำหรับนักเดินทาง ซึ่งในต่างประเทศ เขาจะตรวจสอบครั้งเดียวก่อนขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้พิจารณาลดความซ้ำซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักเดินทางที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดและติดเชื้อน้อย เพื่อลดขั้นตอนเพื่อความสะดวก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ปัจจุบันการติดเชื้อในประเทศยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงคือประมาณวันละ 7,000-8,000 คน ยังไม่ได้ลดลงมากนัก และยังมีผู้เสียชีวิตวันละ 50-70 คน จึงอยากให้รัฐบาลให้ความระมัดระวังและเร่งฉีดวัคซีนคุณภาพให้กระจายมากขึ้น เพราะปัจจุบันจำนวนประชาชนผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็มยังมีเพียง 54.9% เท่านั้น ซึ่งยังต่ำมาก ในขณะที่ประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน 1 เข็มมี 67.6% ซึ่งก็ยังต่ำเช่นกัน ในประเทศที่พร้อมจะเปิดปัจจุบันจะมีประชากรที่ฉีด 2 เข็มแล้ว ถึง 80-90% ซึ่งมากกว่าของประเทศไทยมาก 

การที่พลเอกประยุทธ์ เร่งเปิดประเทศทั้งที่ไม่มีความพร้อม เป็นความเสี่ยงอย่างมาก แม้จะเข้าใจดีว่า การต้องเร่งเปิดนั้นน่าจะมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศ ซึ่งคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนมาตลอดเรื่องการเร่งฉีดวัคซีนคุณภาพ 2 เข็มให้กระจายทั่วถึงประมาณ 70-80% การเปิดๆ ปิดๆ แบบไม่มีแบบแผน ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจจนมาถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศในยุโรปหลายประเทศเริ่มมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดครั้งใหม่ เช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย และสาธารณรัฐเช็ค เป็นต้น มีการระบาดเพิ่มขึ้นสูงมาก ทั้งที่มีประชากรที่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม สูงกว่าของประเทศไทยมาก ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จะต้องระมัดระวังการระบาดรอบใหม่ โดยต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน ทั้งการขยายสถานพยาบาลเพื่อรับผู้ป่วยเพิ่มในกรณีจำเป็นเหมือนในประเทศญี่ปุ่นดำเนินการ การเร่งฉีดวัคซีนให้เพิ่มขึ้นจนประชากรฉีด 2 เข็มถึงจำนวน 80-90% และ การสั่งซื้อยารักษาไวรัสโควิด เช่น ยาแพ็กซ์โลวิด ของบริษัท เมอร์คแอนโค  ยาโมลนูพิราเวียร์ และกระจายไปให้พร้อมเตรียมรับหากเกิดการระบาดรอบใหม่

ในภาวะวิกฤต ผู้นำจะต้องมีกรอบคิดให้ครบ และต้องพิจารณากรณีที่แย่ที่สุดที่จะเกิดปัญหามากที่สุดในอนาคต เพื่อเตรียมรับมือ ขนาดประเทศที่พร้อมกว่าไทย ดีกว่าไทย ยังต้องเตรียมพร้อม ซึ่งหากไทยประมาทโอกาสที่จะเกิดการระบาดครั้งใหม่จะมีมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใหญ่หลวง ซ้ำเติมความลำบากจากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อย่างมากอยู่แล้วในปัจจุบัน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์