ผู้ต้องขัง 1.3 แสนราย ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวันที่ 5 ธันวา เตรียมเข้าโครงการโคกหนองนา

อธิบดีราชทัณฑ์ เผยผู้ต้องขัง 1.3 แสนราย ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เตรียมพร้อมก่อนปล่อยเข้าอบรมโครงการโคกหนองนา 'มติชน' เช็คบิ๊กเนมได้ลดวันต้องโทษ 'บุญทรง-จุฑามาศ-เสี่ยเปี๋ยง'

6 ธ.ค.2564 มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า อายุตม์ สินธพพันธ์ุ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า สำหรับพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ 2564 ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564  นั้นจะมีผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ จำนวนประมาณ 32,000 ราย ทั่วประเทศ แบ่งเป็นปล่อยตัวทันที ประมาณ 22,000 ราย ลดวันต้องโทษแล้วได้รับการปล่อยตัว 9,100 ราย และนอกจากนี้ ยังมีนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับสิทธิ เข้าหลักเกณฑ์ลดวันต้องโทษ ตามชั้นนักโทษจำนวน 139,175 ราย 

วานนี้ (5 ธ.ค.) เพจ ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์ รายงานว่า  อธิบดีราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในครั้งนี้จะมีผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ จำนวน 2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว ได้แก่ ผู้ต้องกักขัง ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี รวมถึงผู้พิการ ผู้ที่เป็นโรคร้ายแรง และชราภาพ เป็นต้น และ (2) กลุ่มที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ได้แก่ ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติและผู้ต้องราชทัณฑ์นอกเหนือจากกลุ่มแรก โดยผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติจะได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษและลดระยะเวลาคุมประพฤติลงครึ่งหนึ่ง ส่วนนักโทษเด็ดขาดจะได้รับการลดโทษในอัตราส่วนมากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับชั้นนักโทษและฐานความผิด

ในส่วนของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับนี้ ประกอบไปด้วย 1.ผู้กระทำความผิดซ้ำและไม่ใช่นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม 2.นักโทษเด็ดขาดชั้นต้องปรับปรุงหรือชั้นปรับปรุงมาก 3.ผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติดรายใหญ่ที่พึ่งรับโทษจำคุกภายหลังพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2564 (28 กรกฎาคม 2564) บังคับใช้ 4.และผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ถูกศาลลงโทษประหารชีวิตที่เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้ว ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับนี้ ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 6 ธ.ค. 2564 เป็นต้นไป โดยระบุให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่พระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้

อายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำและทัณฑสถาน ทั้งการให้การศึกษา อบรมพัฒนาจิตใจ การฝึกทักษะอาชีพ การแนะแนวการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ที่มีการอบรมในหลักสูตรฝึกปฏิบัติการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็กให้แก่ผู้ต้องขัง ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้มีความรู้ติดตัว สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้ อีกทั้ง ยังได้ร่วมกับเครือข่ายภาคสังคม ติดตาม ดูแล และช่วยเหลือผู้พ้นโทษ โดยหวังว่าสังคม ตลอดจนผู้ประกอบการ หรือห้างร้านบริษัทต่างๆ จะให้โอกาสผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ร่วมให้กำลังใจและเปิดใจยอมรับผู้ก้าวพลาด ให้ได้กลับตัวเป็นคนดีของสังคม ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

​​ทั้งนี้ ผู้พ้นโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง จะต้องผ่านการตรวจคัดกรอง และกักตัวตามมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด

ส่วนรายละเอียด ตามบัญชีลักษณะความผิดท้ายพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ตามราชกิจจานุเบกษานั้น มีดังนี้

มติชน เช็คบิ๊กเนมได้ลดวันต้องโทษ 'บุญทรง-จุฑามาศ-เสี่ยเปี๋ยง'

 

มติชนออนไลน์ ได้ตรวจสอบ ข้อมูลผู้ต้องขังรายสำคัญ ที่เป็นที่สนใจของสังคม ทั้งนักการเมือง และอดีตข้าราชการระดับสูง ที่ถูกศาลพิพากษาในคดีสำคัญ จำนวน 5 ราย ที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ 2564 รอบ 2 ประกอบด้วย 

  • ภูมิ สาระผล อายุ 65 ปี. เป็นนักโทษ ชั้นเยี่ยม ศาลพิพากษา ปี 60 กำหนดโทษ 36 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี64ในรอบแรก เหลือวันต้องโทษจำคุก 12 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี64ในรอบสอง เหลือวันต้องโทษ 8 ปี จะพ้นโทษ 25 ส.ค.2568
  • บุญทรง เตริยาภิรมย์ อายุ 61 ปี เป็นนักโทษ ชั้นเยี่ยม ศาลพิพากษา ปี 60 กำหนดโทษ 48 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี64ในรอบแรก เหลือวันต้องโทษจำคุก 16 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี64ในรอบสอง เหลือวันต้องโทษ10 ปี จะพ้นโทษ 21 เม.ย.2571
  • มนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อายุ 69 ปี เป็นนักโทษ ชั้นเยี่ยม ศาลพิพากษา ปี 60 กำหนดโทษ 40 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี64ในรอบสอง เหลือวันต้องโทษ 8 ปี จะพ้นโทษ 11 ก.ค.2569  ทั้ง 3 รายจำคุกมาแล้ว 4 ปี 3 เดือน 14 วัน
  • อภิชาติ (เสี่ยเปี๋ยง) จันทร์สกุลพร อายุ 64 ปี นักโทษชั้นเยี่ยม ศาลพิพากษาปี 61 กำหนดโทษ 48 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษปี64 ในรอบแรก เหลือโทษจำคุก 9 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี64ในรอบสอง เหลือโทษจำคุก 6ปี 3 เดือน 26 วัน พ้นโทษ 26 ธ.ค.2566
  • จุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวฯ อายุ 75 ปี นักโทษชั้นเยี่ยม ศาลพิพากษาปี 60 กำหนดโทษ 50 ปี ได้รับอภัยโทษปี64ในรอบแรก เหลือโทษจำคุก 17 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี64ในรอบสอง เหลือโทษจำคุก 9ปี 5 เดือน 24 วัน พ้นโทษ 16 ก.ย.2569

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท