ตร.แจงเสนอศาลส่งรักษา 'เค ร้อยล้าน' ตะโกนร.10 ประกาศชัยบนแผ่นดินสยามเทวธิราชกลางห้าง

ตำรวจแจงกรณี “เค ร้อยล้าน” ราดน้ำแดงตะโกน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ประกาศชัยชนะในผืนแผ่นดินสยามเทวธิราช” กลางสยามพารากอนปรับแล้ว 6,000 บาทข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญทำเสียงดังเตรียมเสนอศาลส่งรักษาโรคจิตเวช แต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาอัยการเพิ่งฟ้อง ม.112 หญิงที่มีประวัติรักษาโรคจิตเวชจากการโพสต์เฟซบุ๊ก

ภาพจากวิดีโอที่บันทึกขณะคเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชาก่อเหตุเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2565

15 ก.พ.2565 มติชนออนไลน์รายงานว่า พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น. ให้ข่าวถึงกรณี “เค ร้อยล้าน” หรือ คเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชา นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(13 ก.พ.) มีการเผยแพร่วิดีโอคเณศพิศณุเทพก่อเหตุใช้น้ำแดงรดตัวก่อนปาลงพื้นที่ห้างสยามพารากอนและมีการตะโกนข้อความ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ประกาศชัยชนะในผืนแผ่นดินสยามเทวธิราช” และยังมีการด่าทอท้าทายคนที่วิจารณ์กษัตริย์ โดยที่มือข้างหนึ่งถือรูปในหลวงรัชกาลที่ 10 เอาไว้ด้วย

เบื้องต้นในกรณีเหตุที่ห้างสยามพารากอนได้แจ้งความดำเนินคดีกับคเณศพิศณุเทฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญปรับเป็นเงิน 5,000 บาท และข้อหาส่งเสียงดังก่อความเดือดร้อนรำคาญปรับ 1,000 บาท ทั้งนี้ผู้ที่อาจได้รับบาดเจ็บ ยังไม่มีการเข้าแจ้งความแต่อย่างใดส่วนเหตุที่แยกราชประสงค์เมื่อ 1 ก.พ. ในพื้นที่ของสน.ลุมพินียังอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเกี่ยวกับการปล่อยงูเห่าหากพบว่าเป็นสัตว์คุ้มครองหรือสัตว์อันตรายอาจเข้าข่ายความผิดฐานปล่อยสัตว์อันตรายตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ฯ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวอีกว่าพนักงานสอบสวนจะรวมรวมการก่อเหตุของคเณศพิศณุเทพที่มีอยู่หลายครั้งและประวัติการรักษาทางจิตเวชไว้ในสำนวนคดีเพื่อเสนอต่อศาลให้ดำเนินการตามวิธีเพื่อความปลอดภัยและถ้าศาลเห็นว่าการปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง อันตราย ฟั่นเฟือน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคม ศาลอาจสั่งให้ส่งตัวไปรักษาในสถานพยาบาลได้ แต่ต้องรอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแพทย์ที่ทำการรักษาลงความเห็นอีกครั้งหนึ่ง

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังได้ประสานไปยังญาติของผู้ก่อเหตุทราบว่าขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อผู้ก่อเหตุได้ แต่จะมีการดำเนินคดีกับญาติฐานปล่อยปละละเลยหรือไม่ยังไม่สามารถสรุปได้เพราะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ก่อนอื่นต้องมีการพูดคุยแนวทางป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุทำลักษณะดังกล่าวอีก

อย่างไรก็ตามหลังจากคเณศพิศณุเทพก่อเหตุเมื่อวันอาทิตย์แล้ว เมื่อวานนี้(14 ก.พ.) แฟนเพจองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความและภาพผ่านเพจแจ้งเตือนให้ช่วยกันเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากมีบัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ “เทวดาผู้หยั่งรู้ ฟ้าดินฯ อากาศ มหาสมุทรฯ” เช็คอินสถานที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตพร้อมมีข้อความข่มขู่ “นักศึกษา 3 กีบ” ว่าจะมาถล่มพร้อมคำเตือนว่าอย่าเข้าใกล้ในรถมีงู

เพจองค์การนักศึกษา มธ.ระบุอีกว่ามีข้อมูลว่าเจ้าของเพจเฟซบุ๊กที่โพสต์ข้อความข่มขู่ดังกล่าวเป็นของบุคคลเดียวกับที่ก่อเหตุที่ห้างสยามพารากอน

ที่ผ่านมาคเณศพิศณุเทพ เคยก่อเหตุลักษณะนี้แล้วหลายครั้ง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวสามารถย้อนไปได้ถึงปี 2549 ที่เคยขับรถ BMW ไปที่หน้าสำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) พ่นสีใส่รถตัวเองเพื่อให้กำลังใจพล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลินที่ทำรัฐประหารในเดือนกันยายนปีนั้น และยังเคยไปตะโกนเสียงดังในห้างย่านปทุมวันด้วย และในปี 2562 เขาก่อเหตุอีกครั้งที่แยกราชประสงค์โดยเอางูมาปล่อยกลางแยก ครั้งนี้ตามที่ปรากฏในข่าวระบุว่าคเณศพิศณุเทพอ้างว่าเพราะศรัทธาในพระพุทธเจ้าและศาสนานับถือหลวงปู่ศุข และพลังจากพระอาทิตย์ โดยในช่วงเกิดเหตุ หลวงปู่ศุขบอกว่า ให้ตนมารับพลังจากแสงอาทิตย์ เพื่อให้โลกพ้นภัย หลังก่อเหตุเขาถูกตำรวจดำเนินคดีและถูกส่งตัวเพื่อตรวจสอบสุขภาพจิต ซึ่งผลการตรวจสุขภาพจิตครั้งนั้นแพทย์ระบุว่ามีอาการเจ็บป่วยทางจิตและมีความหลงผิดจำเป็นต้องทำการรักษา

ม.112 กับผู้ป่วยจิตเวช

กรณีของคเณศพิศณุเทพไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวชเพียงกรณีเดียวที่มีการแสดงออกถึงสถาบันกษัตริย์ แต่ที่ผ่านมาเคยมีกรณีบุคคลที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วย “จิตเภท” (Schizophrenia) ถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 จากการแสดงออกพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์หลายครั้ง

หากนับย้อนกลับไปถึงช่วงหลังการรัฐประหาร 2557 จนถึง 2565 จากข้อมูลของ iLaw และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนปรากฏข้อมูลอย่างน้อย 16 คน โดยมี 3 คนที่เพิ่งถูกดำเนินคดีในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมาหลังจากเกิดการชุมนุมทางการเมืองเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาประกาศใช้กฎหมายทุกฉบับดำเนินคดีกับขบวนการทางการเมืองนี้อีกครั้งเมื่อพฤศจิกายน 2563หลังจากมีการเปลี่ยนแนวทางการบังคับใช้มาตรา 112 ช่วงสั้นๆ ช่วงปี 2561-2563

ตัวอย่างในกรณีของฤๅชาที่ศาลอาญาเพิ่งมีคำพิพากษาไปเมื่อกรกฎาคมปีที่ผ่านมาให้ลงโทษจำคุกยาวถึง 5 เดือน 50 วัน จากการโพสต์ภาพกราฟฟิคที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของอดีตพระราชินีและอดีตสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และรูปบุคคลอื่น รวมทั้งรูปจำเลยเองในบัญชีส่วนตัวบนเฟซบุ๊คเป็นจำนวนทั้งหมด 5 โพสต์ ก็เป็นกรณีที่แพทย์มีคำวินิจฉัยว่ามีอาการของโรคจิตเภทโดยเขาอ้างว่าสิ่งที่เขาทำเป็นความประสงค์ของพระแม่ธรณีโดยที่คดีนี้เป็นคดีที่เริ่มมีการพิจารณาคดีในศาลทหารมาก่อนเนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ประกาศให้คดีที่เกี่ยวกับสถาบันกษัติรย์อยู่ในการพิจารณาคดีของศาลทหาร

หรือกรณีที่อัยการเพิ่งมีคำสั่งฟ้องต่อศาลไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาคือกรณีของ สุภิสรา (สงวนนามสกุล) หญิงวัย 28 ปี ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีโดยวริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ แอดมินแฟนเพจ “เชียร์ลุง” คดีนี้อัยการได้ฟ้องเธอจากโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กจำนวน 4 ข้อความในช่วงวันที่ 6-7 ม.ค. 2564

อัยการบรรยายพฤติการณ์ที่เป็นการกระทำความผิดของสุภิสราว่าได้โพสต์ข้อความประกอบกับภาพรัชกาลที่ 10 ที่มี “การตัดต่อ” เครื่องทรงของรัชกาลที่ 10 ให้เป็นชุดที่ไม่สุภาพและไม่เหมาะสม และมีการเพิ่มเติมรอยสัก โดยปรากฏภาพในเอกสารแนบท้ายคำฟ้อง เป็นภาพรัชกาลที่่ 10 ในชุดเสื้อครอปท็อปสีดำ และเจ้าคุณพระสินีนาฏฯ ในชุดเสื้อครอปท็อปสีขาว โดยอัยการระบุว่าข้อความดังกล่าวจำเลยโพสต์ “ได้โพสต์ข้อความประกอบกับภาพรัชกาลที่ 10 ที่มี “การตัดต่อ” เครื่องทรงของรัชกาลที่ 10 ให้เป็นชุดที่ไม่สุภาพและไม่เหมาะสม และมีการเพิ่มเติมรอยสัก โดยปรากฏภาพในเอกสารแนบท้ายคำฟ้อง เป็นภาพรัชกาลที่่ 10 ในชุดเสื้อครอปท็อปสีดำ และเจ้าคุณพระสินีนาฏฯ ในชุดเสื้อครอปท็อปสีขาว”

อย่างไรก็ตามพ่อของเธอได้ให้การว่า สุภิสราเป็นผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมาแล้ว 2 รอบ ก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งเข้าการรักษาที่โรงพยาบาลมา 3 เดือน พร้อมกับยื่นเอกสารแสดงการเข้ารักษาในโรงพยาบาลจิตเวชเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนด้วย แต่พนักงานสอบสวนและอัยการก็ยังมีคำสั่งฟ้องในที่สุด

นอกจากนี้ยังเคยมีกรณีที่ผู้ป่วยจิตเภทอย่าง ‘เสาร์’ ยื่นคำร้องที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปี 2558 ขอเป็นคู่ความกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในคดียึดทรัพย์ เพื่อขอเรียกคืนทรัพย์จากทักษิณที่เขาเชื่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ทรงจัดสรรให้เขารับผิดชอบ โดยเขาหลงไปว่าตัวเองสามารถติดต่อสื่อสารกับรัชกาลที่ 9 ผ่านทางโทรทัศน์ได้ คดีนี้ศาลอาญา รัชดาฯ ก็เคยมีคำพิพากษาจำคุก 2 เดือน 20 วัน 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์