พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรม ครอบครัวเพื่อไทย “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ ครอบครัว 'ชินวัตร-สมชาย-เยาวภา' พร้อมใจร่วมงาน 'ชลน่าน' ขอคะแนน 36 เขตภาคเหนือ หวังสร้างแลนด์สไลด์ ชี้มี 2 พรรคการเมืองที่เป็นศัตรู คือ 'พรรคที่แอบอ้างว่าเป็นพรรคเดียวกัน-พรรคที่สนับสนุนระบอบประยุทธ์' ด้าน 'แพทองธาร' เปิด 2 นโยบายแรก “นโยบายเกษตรแบบตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” และ “1 ครอบครัว 1 Soft Power”

10 ก.ย. 2565 สำนักข่าวไทย รายงานว่าพรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรม ครอบครัวเพื่อไทย “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ”ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแกนนำเข้าร่วม อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึง ส.ส.เชียงใหม่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดกิจกรรม “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ครั้งนี้ มีบุคคลในครอบครัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง ทั้งคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภรรยา นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาว นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ บุตรเขย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ บุตรเขย
ทั้งนี้การร่วมกิจกรรมทางการเมืองอย่างพร้อมเพรียงของครอบครัวชินวัตร มีตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ช่วงที่นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้น คุณหญิงพจมาน ก็ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองใดๆ อีก พร้อมกันนี้ ยังพบว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของนายทักษิณ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก จากนั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเวทีกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” โดยระบุว่า การยกทัพมาจังหวัดเชียงใหม่เพราะถือเป็นเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทย วันนี้เรามีครอบครัวเพื่อไทยที่ร่วมกันเป็น 2 ขาแสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ และการลั่นกลองสะบัดชัยครั้งนี้เป็นการประกาศว่า เพื่อไทยพร้อมรบแล้วทั้งแผ่นดิน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องได้ 250 เสียงขึ้นไป เพื่อให้เกิดแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน พร้อมขอชาวเชียงใหม่เลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 11 เขต รวมถึงทั้ง 36 เขตในภาคเหนือตอนบนที่ต้องได้ทุกเขต และต้องได้ 15 ล้านเสียงขึ้นไป เพื่อให้เกิดแลนด์สไลด์
นพ.ชลน่าน กล่าวย้ำว่า การจะเกิดแลนด์สไลด์ได้จะต้องได้ที่นั่งอย่างน้อย 250 คน เพื่อเอาหัวใจที่รักที่สุดกลับคืนมา และเอาระบอบประยุทธ์ออกไป รวมถึงเอาเสียง 250 ส.ว. ออกไปด้วย เพื่อให้เกิดการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงส.ส. ของพรรคเพื่อไทย พร้อมย้ำว่า จะเอาหนี้ เอาความยากจน ออกไปพร้อมกับพลเอกประยุทธ์ แล้วเอาอนาคตของลูกหลาน อนาคตของประเทศกลับคืนมา โดยหลังจากนี้หากได้ ส.ส. 250 คน สิ่งแรกที่จะทำนอกจากปัญหาปากท้อง คือการมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก่อนที่จะนำประชาธิปไตยกลับคืนมา ดังนั้นเราต้องเอาชนะให้เด็ดขาด
นพ.ชลน่าน ได้ประกาศเป็นศัตรูทางการเมืองในการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ทุกพรรคการเมืองคือคู่แข่ง แต่มี 2 พรรคการเมืองที่เป็นศัตรู คือ พรรคที่แอบอ้างว่าเป็นพรรคเดียวกัน เป็นพรรคพี่พรรคน้องกับพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่สนับสนุนระบอบประยุทธ์ ดังนั้นเพื่อให้เพื่อไทยชนะขาด ประชาชนต้องเลือกทั้งคนและพรรค
“พรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน วันนี้เรามีขุนพลทั้งคนรุ่นเก่าที่มีกำลัง ไม่ต้องใช้ใจบันดาลแรง มีคนรุ่นกลาง คนรุ่นใหม่มาพร้อมผลักดันพลังเพื่อไทยให้ได้ 15 ล้านเสียง” นพ.ชลน่าน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยทั้ง 11 เขต ใน จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย
เขต 1 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม จากส.ส. เขต 3 คนปัจจุบัน สลับกับนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ที่จะไปลงสมัคร ส.ส.เขต 3 หวังดึงเสียงคนรุ่นใหม่ในเขตเมืองมากขึ้น
เขต 2 นายณัฎฐ์พัฒน์ รัฐผไท บุตรชาย นายนพคุณ รัฐผไท ส.ส. เขต 2 คนปัจจุบัน
เขต 3 นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส. เขต 1 คนปัจจุบัน สลับกับนายจักรพล
เขต 4 นายวิทยา ทรงคำ (คนเดิม)
เขต 5 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็น ส.ส. เขต 6 คนปัจจุบัน แทนบิดา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
เขต 6 นายบรรจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ มีประสบการณ์จากการเป็นเลขานุการ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้ช่วยของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
เขต 7 นายนิธิกร วุฒินันชัย บุตรชาย นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ส.ส. เขต 7 คนปัจจุบัน
เขต 8 นายสุรพล เกียรติไชยากร คนเดิม ก่อนนางสาวศรีนวล บุญลือ มาแทนนายสุรพล ที่ถูกใบส้มก่อนหน้านี้ จนศาลตัดสินว่าไม่ผิด
เขต 9 นางสาวศรีโสภา โกฎคำลือ บุตรสาว นายศรีเรศ โกฏคำลือ ส.ส. เขต 9 คนปัจจุบัน
เขต 10 นายโกวิทย์ พิริยะอนันต์ มีประสบการณ์จากการเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
เขต 11 นพ.ไกร ดาบธรรม อดีต ส.ส.-ส.ว. เชียงใหม่ อดีตแพทย์ชนบทดีเด่น
นอกจากนี้ มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่ผ่านการสรรหาโดยพรรคมาแล้วด้วย
“จาตุรนต์” ลั่นเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ปิดสวิตช์ ส.ว. หยุดเกมรัฐบาลสืบทอดอำนาจ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวบนเวที ‘ครอบครัวเพื่อไทย ตอน สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ’ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า การเมืองวันนี้คนสนใจมากที่สุดคือจะเกิดอะไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้วจะกลับมาอีกหรือไปแล้วไปเลย คนทั้งประเทศภาวนากันอยู่ว่าให้ไปแล้วไปเลย ในส่วนของข้อกฎหมายนั้นไม่ยาก เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ให้เป็นนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปี และรัฐธรรมนูญก็ยังบอกอีกว่า คณะรัฐมนตรีที่บริหารประเทศมาก่อนมีรัฐธรรมนูญ 2560 ให้เป็นคณะรัฐมนตรีต่อไป แต่วันนี้ความรู้สึกของประชาชน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องไปได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาทำความเสียหายให้บ้านเมืองมานานแล้ว ยังคิดจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือ
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องพูดกันว่าการเมือง 20 ปี มานี้เกิดอะไรขึ้น สมัยก่อนที่ผ่านมาพรรคการเมืองพูดเรื่องนโยบายในการหาเสียง แต่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ กระทั่งมีพรรคไทยรักไทยที่มาฟังเสียงประชาชน แล้วประกาศเป็นนโยบาย ที่สำคัญคือเริ่มทำได้ทั้งหมดภายใน 1 ปี และภายใน 4 ปี ก็สามารถทำได้ทุกเรื่องที่ได้ประกาศไว้ และเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่ทำได้แบบนี้ ต่อมามีการเลือกตั้งพรรคไทยรักไทยได้รับการสนับสนุนจากประชาชน จนได้ ส.ส.ถึง 377 เสียง ต่อมาเป็นพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย เราก็รักษาวัฒนธรรมการรับฟังเสียงพี่น้องประชาชนแล้วนำมาจัดทำเป็นนโยบาย จึงได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ภายใต้การสนับสนุนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะภาคเหนือและชาวจังหวัดเชียงใหม่
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชาชน ได้สนับสนุนจนมี นายกรัฐมนตรีคนเชียงใหม่ ถึง 2 คน ที่มีที่มาสง่างาม แต่ถูกล้มไปด้วยการรัฐประหารจนทำให้มีนายกฯ เถื่อนที่มาจากการรัฐประหารไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน ไม่เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ที่สำคัญ คือ ไม่มีความสามารถ บริหารประเทศผิดพลาดล้มเหลวมาตลอด จนเกิดความเสียหาย ซึ่ง 8 ปีมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ สร้างความเสียหายกับประเทศมากมาย เศรษฐกิจเสียหายยับเยิน เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 เศรษฐกิจไทยถอดถอยและฟื้นตัวช้าที่สุดในอาเซียน หลักนิติรัฐนิติธรรมไม่มี ต่างประเทศก็ไม่มาลงทุน การลงทุนจากต่างประเทศรั้งท้าย การท่องเที่ยวไม่มี ประชาชนไม่มีรายได้ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งหมดนี้คือคำตอบที่ว่าทำไมพี่น้องถึงเดือดร้อน อดอยากยากจน และสิ่งที่เสียหายมากที่สุด คือ ระบบการปกครองที่ประชาชนไม่มีอำนาจ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถปล่อยรัฐบาลประยุทธ์ไว้ได้อีกต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไรก็ตาม แต่สำหรับประชาชน ไม่สามารถให้รัฐบาลแบบสืบทอดอำนาจอยู่ต่อไปได้อีก ดังนั้นเราจึงต้องใช้การเลือกตั้งเพื่อขับไล่รัฐบาล เปลี่ยนรัฐบาลและเปลี่ยนประเทศ เราจะต้องเปลี่ยนรัฐบาลให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยจะต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์
นายจาตุรนต์ ยังกล่าว่า เราจะแลนด์สไลด์ เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. หากประขาชนลงเสียงในการเลือกตั้งได้เกินครึ่ง ส.ว. ทั้งหลายก็ต้องละอายต่อประขาชน เราจะต้องแลนด์สไลด์ให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการ เปลี่ยนใจ หยุดสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ แล้วหันมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เราจะต้องแลนด์สไลด์เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้นมีความหมาย ประชาชนเลือกพรรคอะไร ต้องให้พรรคนั้นเป็นรัฐบาล ประชาชนอยากให้เลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี คนนั้นก็ต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรี
“การกากบาทเลือกพรรคเพื่อไทย จะเป็นกากบาทเพื่อฆ่ารัฐบาลเผด็จการ ปิดเกมรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ทำให้ประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น อนาคตของพี่น้องลูกหลานจะต้องสดใส และที่สำคัญ คือ พรรคเพื่อไทยจะร่วมกับพรรคการเมืองและองค์กรภาคประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิไตยเพื่อปิดเกมรัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจ ตอกฝาโลงระบอบ คสช. มาร่วมสร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย และร่วมกันทำให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้น” นายจาตุรนต์ กล่าว
เลือกตั้งครั้งนี้ อย่าแบ่งใจ ไม่แบ่งแต้ม ‘ณัฐวุฒิ’ ย้ำเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ใช้นโยบายแก้วิกฤตประเทศ ชี้ ‘8 ปีประยุทธ์’ ทำพังแล้วทั้งระบบ
ทีมสื่อพรรคเพื่อไทยแจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวบนเวที ‘ครอบครัวเพื่อไทย ตอน สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ’ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี วันนี้มีแต่คนร้องไล่ โพลของสื่อที่ทำออกมาวันนี้ มีคนเห็นว่าพลเอกประยุทธ์ ควรจะต้องอยู่ต่อเพียง 7% แต่กลับมีคนอยากให้พ้นจากตำแหน่งไปมากถึง 93% ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 พลเอกประยุทธ์ ไปงานของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ที่เป็นงานใหญ่ระดับชาติ นักศึกษาร้องเพลงจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ซึ่งจะต้องดูให้ดีๆ ว่า เพลงนี้นักศึกษาร้องไห้เพราะอยากให้พลเอกประยุทธ์อยู่ต่อหรืออยากให้ไปกันแน่
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า รหัสสัญญาณต่างๆ บ่งชี้ให้เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ กำลังจะเป็นอดีต แตกต่างกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ที่ลงพื้นที่มีแต่พี่น้องประชาชนต้อนรับ
วันนี้พี่น้องประชาชนทุกคนต้องการชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม พลเอกประยุทธ์อยู่มา 8 ปี ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาอะไร พี่น้องประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤต ความล้มเหลว จนพังไปแล้วทั้งระบบ ดังนั้นเราจึงต้องการคนทำงานเป็น ต้องการนักการเมืองที่แก้ปัญหาได้ ต้องการรัฐบาลที่มีนโยบายที่ทำได้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้รวมกันอยู่ในพรรคเพื่อไทย อีกทั้งพรรคเพื่อไทยสืบสานต่อยอดอุดมการณ์ โดยนางสาวแพทองธาร ลูกสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
จนถึงขณะนี้เรายังต้องเถียงกันอยู่อีกหรือว่า พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปีแล้วหรือยัง เรายังต้องรอฟังรอฟังศาลรัฐธรรมนูญอีกหรือเปล่า พี่น้องประชาชนทุกคนรู้อยู่แล้ว จะมีก็แต่พวกของพลเอกประยุทธ์ เท่านั้นที่ไม่รู้
“เลือกตั้งเมื่อไร คนทั้งประเทศจะชวนกันออกมา กากบาทลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย บัตรลงคะแนนมีกี่ใบ ขอให้กาพรรคเพื่อไทยให้เกลี้ยงให้แลนด์สไลด์ วันนี้เราต้องเอานโยบายมาแก้ปัญหา และนโยบายของพรรคเพื่อไทย มีหมัดเด็ด ซึ่งทันทีที่ยุบสภา จะมีการประกาศนโยบาย แต่ขอให้พี่น้องมั่นใจไว้ก่อนว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีผลงานนโยบายอยู่ในใจท่านมาตลอด ขอเพียงประชาชนตั้งมั่นในหลักการที่ถูกต้อง และยืนหยัดในพรรคการเมืองที่แก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง เลือกตั้งครั้งนี้ อย่าแบ่งใจ ไม่แบ่งแต้ม ไม่เหลือคะแนนให้ใคร แลนด์สไลด์เพื่อไทยอย่างเดียว” ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวย้ำ
‘วิสุทธิ์’ ขอ ปชช.อดใจรอ นโยบายเกี่ยวกับการพักหนี้ พัฒนาดีกว่าเดิม
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชากรไทย 40% ประกอบอาชีพเกษตรกร แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภาคการเกษตรมีเพียง 8% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าพี่น้องเกษตรกรมีรายได้น้อยเกินไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้ให้ได้ ต้องเปลี่ยนชีวิตของพี่น้องเกษตรกร เปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรให้เป็นรายได้หลักของประเทศ ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน รู้สึกละอายใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอแนะทางออก ยื่นญัตติ ชี้แนะรัฐบาล ทำทุกวิถีทางที่สามารถทำได้แล้ว ผมต้องขอโทษพี่น้องเกษตรกร ตนเป็นผู้แทนมาหลายสิบปี ไม่มีเวลาไหนย่ำแย่เท่าตอนนี้ เพราะรัฐบาลไม่ช่วยพี่น้องเกษตรกร แม้มีการประกันราคาสินค้าเกษตร แต่ไม่ทำให้คนไทยหายจน เพราะหากพี่น้องเกษตรกรขายผลผลิตไม่ได้ก็ไม่มีต้นทุน นำไปลงทุนใหม่ เพียงแค่ค่าจ้างเก็บเกี่ยวยังไม่เพียงพอ เงินสำหรับจับจ่ายในชีวิตประจำวัน ส่งลูกหลานเรียน จึงไม่มี
นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า อีกไม่นาน ภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลงไป ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรทุกคนจะต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนการเกษตร ให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เกษตรกรจะเป็นพลังในการพัฒนาประเทศด้วยสองมือ เปลี่ยนการผลิตให้ตอบโจทย์ตลาด ยกระดับการปลูกผลผลิต ให้มีคุณภาพด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เปลี่ยนวิธีทำใหม่ เพื่อให้เกิดผลลัพท์แบบใหม่
ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรมีหนี้สินอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาทต่อครัวเรือนและกว่า 60% มีปัญหาค้างชำระหนี้ นโยบายรูปแบบพักหนี้ที่พรรคไทยรักไทยเคยทำไว้เมื่อปี 2544 จะต้องกลับมา เพื่อช่วยพี่น้องให้กลับมายืนได้ นโยบายพักหนี้ในขณะนั้น พี่น้องเกษตรกรที่มีหนี้สิน ไม่ต้องจ่ายเงินต้น 3 ปี และรัฐบาลรับผิดชอบดอกเบี้ยให้ เพื่อให้เกษตรกรไทย “ลืมตา อ้าปาก” ทำมาหากิน เอาเงินต่อเงินกันก่อน ยังไม่ต้องรีบเอาเงินมาใช้หนี้ นโยบายนี้บางพรรคพยายามจะลอกไปแบบไม่มีผิดเพี้ยน แต่ข้อเท็จจริงคือ
1. นโยบายที่หาเสียงไว้แล้วทำได้จริง มีเพียงพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่เป็นของจริง
2. นโยบายพักหนี้ของไทยรักไทย เกิดขึ้นในปี 2544 หรือ 21 ปีที่แล้ว ซึ่งวันนี้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเปลี่ยนไปแล้ว พรรคเพื่อไทยจึงได้พัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพักหนี้ไว้แล้ว และสามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้จริง โดยไม่รอลอกของเก่า ขอให้พี่น้องประชาชนอดใจรอ และที่สำคัญดีกว่าเดิมแน่นอน
วิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยทำงานเรื่องการเกษตรอย่างหนัก ทำงานร่วมกับนักวิชาการมหาวิทยาลัย นักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ผู้ปลูกข้าว ผู้มากประสบการณ์ มาร่วมหารือกันทุกสัปดาห์ ทดลองจนรู้แจ้งว่าการเกษตรต้องไปคู่กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรเท่านั้น ผลผลิตต่อไร่จะเพิ่มขึ้น ต้นทุนจะถูกลง ดินนำ น้ำดี มีต้นพันธุ์ดี ยืนยันราคา และสนับสนุนให้เกษตรกร มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน พี่น้องประชาชนต้องหายจนแน่นอน เกษตรในอนาคตต้องเป็นเกษตรที่ร่ำรวย
การปลูกข้าว หลักสำคัญคือเมล็ดพันธุ์ที่ดีเหมาะสม จะสามารถเพิ่มผลผลิตได้ 60% ทันที การปลูกยางพาราทั่วประเทศ ดินคือหัวใจสำคัญ ต้องปรับปรุงดินด้วยเทคโนโลยีแบบเพื่อไทย เพิ่มผลผลิตได้ 100% ภายใน 1 เดือน
“เรื่องราคาสินค้าเกษตร รัฐบาลต้องช่วยเหลือเกษตรกร ต้องมีความจริงใจ อย่าให้เขามาร้องขอ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เรื่องแบบนี้จะไม่เกิด เพราะเราจะเดินหน้าไปหาพี่น้องประชาชน เราจะดูแล จะช่วยพี่น้องเกษตรกรอย่างทั่วถึง ต้องอยู่ดีมีสุขทุกครอบครัว การแก้ปัญหา พัฒนาการเกษตรไทย เหมือนการรดน้ำที่ราก เมื่อรากฐานแข็งแรง ลำต้นและใบ จะแข็งแรงตามไปด้วย เมื่อเกษตรกรแข็งแรง ทั้งประเทศของเราจะแข็งแรงไปด้วยครับ” นายวิสุทธิ์ กล่าว
“แพทองธาร” เปิด 2 นโยบายแรก “นโยบายเกษตรแบบตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” และ “1 ครอบครัว 1 Soft Power”
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การพัฒนาเชียงใหม่และภาคเหนือเป็นสิ่งที่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ทำมาโดยตลอด หอประชุมนานาชาติเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในผลงานจากวิธีคิดที่จะทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองหลวงของภาคเหนือ เมื่อครั้งที่บิดา ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ขอพื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความดูแลของกองทัพบกคืน ในสมัยพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. และได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จในสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะของหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยจะดำรงเจตนารมณ์นี้ต่อไป ด้วยการสร้างความเจริญให้จังหวัดเชียงใหม่และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ สร้างความกินดีอยู่ดี เติมเงินในกระเป๋า สร้างอนาคตที่มองเห็นและจับต้องได้ให้ลูกหลาน
สำหรับการเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้มั่นใจว่า ในภาคเหนือ พรรคเพื่อไทยทำได้ดีกว่าทุกคน เพราะมีความคุ้นเคยมากกว่าทุกพรรค ด้วยความพร้อมด้านว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า มั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้งแบบแลนสไลด์ทั้งภาคเหนือ พรรคเพื่อไทยต้องการเปลี่ยนความลำบากที่พี่น้องประชาชนเผชิญมาถึง 8 ปี ให้เป็นความสุข และมองเห็นอนาคตโดยเร็วที่สุด จึงจำเป็นต้องมี ส.ส.ในมือจำนวนมาก ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค
พรรคเพื่อไทยรู้ว่าศึกข้างหน้าหนักหนารออยู่ วันนี้เราพร้อมจะเข้าไปแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนหน้า หรืออีก 6 เดือนข้างหน้า มั่นใจว่าจะชนะ เป็นการชนะเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ของพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยมีผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือจำนวนมากที่ดีมีคุณภาพ มีนโยบายที่จะเปลี่ยนชีวิตพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นกว่าวันนี้
นางสาวแพทองธาร กล่าวอีกว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร บอกว่า รัฐบาลถัดไปมีแต่งานยากรออยู่ รัฐบาลต่อไปต้องรู้จริง ทำเป็น ทุกวันนี้ประเทศเรามีปัญหาในทุกมิติทั้ง เศรษฐกิจ ที่ทำให้การทำมาหากินลำบาก ไม่มีโอกาส ค่าครองชีพสูง กระบวนการยุติธรรมขาดความเชื่อถือ มีแต่กฏหมายที่ปิดโอกาส ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศติดลบ ประเทศหยุดนิ่งไม่พัฒนา ระบบราชการล่าช้าไม่สามารถปรับตัวไปตามเทคโนโลยี ยาเสพติดเต็มเมือง ปัญหามากมายมหาศาล เรียกว่าจับไปตรงไหนก็เจอปัญหาตรงนั้น แต่ตนมั่นใจว่าการทำงานที่รู้ปัญหาจริง ฉลาดคิด ฉลาดทำ และมีประสบการณ์ พรรคเพื่อไทยจะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนได้ ด้วยการเดินหน้าสะสางทุกปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ไม่นิ่งดูดาย จะเดินหน้าแก้ไขอย่างเต็มที่ เพราะพรรคเพื่อไทย คือคำตอบสำหรับคนไทยทุกคน
นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า สิ่งที่เร่งดำเนินการทำก่อน คือ ลดรายจ่ายประชาชน ลดทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ต้องหยุดวงจรบรรดาเสือนอนกิน ไม่ปล่อยให้ทำกำไรบนหยาดน้ำตาคนไทย ต้องเอาชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ระบบราชการต้องเข้าถึงได้ง่าย ต้องมีระบบออนไลน์ มี One Stop Service เพื่อลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ ในแต่ละพื้นที่ มีปัญหาแตกต่างกัน จากวานนี้ได้พบปัญหาเชิงลึกที่พี่น้องเกษตรกรสะท้อนปัญหา ทำให้พรรคเพื่อไทยมองว่า จะต้องกระจายความเจริญใปทุกจังหวัด ทุกจังหวัดต้องเข้าถึงโอกาสเพิ่มเงินในกระเป๋า ขจัดหนี้ออกไปจากชีวิต หลายอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องใหม่ทั้งกระบวนการ พรรคเพื่อไทยจึงขอเปิดตัว 2 นโยบาย ได้แก่
นโยบายที่ 1 นโยบายด้านการเกษตร ภายใต้แนวคิด ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้’
‘ตลาดนำ’ โดยการเอาความต้องการของตลาดเป็นที่ตั้ง ทำการเกษตรตามที่ตลาดต้องการ พรรคเพื่อไทยมีฝีมือและประสบการณ์ในการทำตลาดสินค้าไทยมาแล้ว สินค้าเกษตรทุกรายการจะขายได้ราคา มีกำไร ด้วยหลัก ‘ตลาดนำการผลิต’ ที่พรรคเพื่อไทยทำได้และทำสำเร็จมาแล้ว อีกทั้งพรรคเพื่อไทยมีที่ปรึกษาทางการตลาดคนสำคัญ ที่ประชาชนคนไทยทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี
นางสาวแพทองธาร ยังได้ประกาศตัวขออาสาเป็น Salesman ขายสินค้าเกษตรในต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องคนไทย เพราะน่าเป็นห่วงที่ประเทศไทย ประชากรไทย 40% ประกอบอาชีพเกษตรกร แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภาคการเกษตรมีเพียง 8% เท่านั้น
‘นวัตกรรมทางการเกษตร’ ช่วยให้เกษตรกรเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลผลิตมากขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ไม่ทำเกษตรตามยถากรรมรอฟ้าฝนอีกต่อไป เทคโนโลยีจะทำให้ผลผลิตของต่อไร่เพิ่มขึ้น การเกษตรที่แม่นยำจะพัฒนาดิน พัฒนาสายพันธุ์ และพัฒนาการเพาะปลูกให้ถูกที่ ถูกเวลา ของดินฟ้าอากาศ เมื่อรู้แล้วว่าตลาดต้องการอะไร นวัตรรมเป็นอาวุธที่จะเข้าไปพัฒนาในทุกกระบวนการ นวัตกรรมจะกลายเป็นเครื่องมือทำมาหากิน กลายเป็นอาวุธข้างกายของพี่น้องเกษตรกรทุกคน
ทั้งการตลาดนำ และการใช้นวัตกรรมทางการเกษตร จะทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เหนื่อยน้อยลง อาชีพเกษตรกรกลับมามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี หากดำเนินการตามหลักการนี้สำเร็จครบทุกกระบวนการ รายได้ต่อไร่จะเพิ่มขึ้นจาก 10,000 บาทต่อปี เป็น 30,000 บาทต่อปี การเกษตรจะกลายเป็นกำลังหลักของประเทศไทย เป็นรายได้หลักที่ขับเคลื่อนประเทศอย่างแท้จริง เราจะสร้างเงินจากดิน ไม่ให้ดินดูดเงินไปหมด เกษตรกรจะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังของประเทศ เมื่อเกษตรกรมีเงิน มีการจับจ่าย รัฐบาลสามารถเก็บภาษี ประเทศมีรายได้
นโยบายที่ 2 คือ “1 ครอบครัว 1 Soft Power” เปลี่ยนวิธีคิดในการหาเงินสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน โครงการนี้จะครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรมอาหาร การออกแบบ ศิลปะ กีฬา การท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ ฯลฯ เป้าหมายคือ แต่ละครอบครัวต้องมี 1 คนที่สามารถเป็นหลักในการหาเลี้ยงคนในครอบครัวให้พ้นจากความยากจน ให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เพราะทักษะ ใน Soft Power มีค่าแรงสูงกว่าค่าแรงอุตสาหกรรมอื่นๆ
พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าคนไทยมีศักยภาพมากมายซ่อนอยู่ เพียงแค่ขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างเป็นระบบ หากได้รับการเจียรนัย จะกลายเป็นผู้มีรายได้สูงกว่าอัตราขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งในต่างประเทศที่มี Soft Power ที่แข็งแรง คนที่มีศักยภาพมีรายได้มากมาย เช่น Lalisa แห่ง Black Pink หรือ บัวขาว ที่ถูกพัฒนาศักยภาพกลายเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทย หรือร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย มีเชพคนไทยที่ทำอาหารญี่ปุ่นอร่อยกว่าในญี่ปุ่น
สิ่งที่เราถอดบทเรียนได้จากเรื่องนี้คือ คนไทย ปรับตัวเก่ง สามารถเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นได้ ทุกวันนี้ทั่วโลกไม่ได้สู้กันด้วย Hard Power อาวุธ รถถัง หรือเรือดำน้ำ แต่ทุกชาติกำลังต่อสู้ด้วย Soft power พลังของวัฒนธรรม พลังทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความเป็นประชาธิปไตย และเคารพในหลักนิติธรรมสากลทั่วโลก
Soft Power คือ พลังหรืออำนาจ ที่ทำให้คนทั่วโลกโอบรับวัฒนธรรมอื่นๆ เมื่อเกิดพลังนี้ขึ้นกับวัฒนธรรมใด จะนำมาซึ่งคุณค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล พรรคเพื่อไทยมองเห็นโอกาสในการทำมาหากิน ด้วยการพัฒนาทักษะของ พี่น้องภายใต้พลังของ Soft Power
ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับคนในหลายอุตสาหกรรมพบว่า อุตสาหกรรมอาหาร เกมส์ หนัง เพลง ละคร แฟชั่น เทศกาลดนตรี ประสบปัญหาเช่นเดียวกันคือรัฐบาลไม่ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมอย่างเข้าใจ ไม่ได้มีการสร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ไม่มีการวางแผนอย่างเป็นรูปธรรม และปัญหาใหญ่ที่สุด รัฐบาลเผด็จการไม่เข้าใจความคิดสร้างสรรค์ได้ ไม่เข้าใจความแตกต่างหลากหลายได้
หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะจัดตั้ง The Thai Creative Content Agency : THACCA
หน่วยงานจะเข้าไปดูแลพัฒนาคัดเลือก แบ่งกลุ่ม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ Solf power อย่างถูกจุด โดยรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด หน่วยงานนี้นายกรัฐมนตรีจะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด และมีหลายหน่วยงานช่วยดำเนินการแก้ไขกฎหมาย ขจัดอุปสรรคในการพัฒนาศักยภาพ Solf power จากนโยบายนี้จะช่วยให้คนไทย 20 ล้านคน กลายเป็นแรงงานสำคัญที่จะทำให้แต่ละครอบครัวมีกินมีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
“2 นโยบายที่ดิฉันพูดมา พอเห็นแสงสว่างบ้างไหมคะ เพื่อไทยอยากให้พี่น้องออกจากจุดที่เป็นหนี้สิน ก่อนจะไปไกลกว่านี้ ขอเพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้ไหมคะ แลนด์สไลด์เพื่อเอาชนะ 3 ป. แลนด์สไลด์เพื่อเอาชนะ 250 ส.ว. แลนด์สไลด์เพื่อเอาชนะสิ่งที่เขาร่างมาเพื่อพวกเขาเอง เอาชนะแลนด์สไลด์ เพื่อเอาชนะวิกฤตไปด้วยกันค่ะพี่น้อง” นางสาวแพทองธาร กล่าว
ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2] | ข่าวประชาสัมพันธ์จากทีมสื่อพรรคเพื่อไทย
