Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคก้าวไกลจะได้ ส.ส.กี่คน ในการเลือกตั้งครั้งหน้าภายใต้การบดขยี้ของ “ฝ่ายขวา” กลไกอำนาจรัฐ และกระแส “แลนด์สไลด์” ของพรรคเพื่อไทย

พูดอย่างนี้ไม่ใช่เป่าก้นให้เพื่อไทยก้าวไกลเป็นศัตรู แม้เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเป็นคู่แข่งกัน แต่ทั้งสองพรรคมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ในการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตย แม้อยู่ในภารกิจที่แตกต่าง ก็ต้องไปคู่กัน

พรรคเพื่อไทยวางเป้าชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ในการหาเสียงเพื่อเป็นรัฐบาล ต้องเสนอนโยบายโดนใจคนส่วนใหญ่ สามัคคีคนวงกว้าง ทำตัวเป็นพรรค Mass ดึงฐานเสียงหลากหลาย เสนอนโยบายก้าวหน้าได้บางด้าน แต่แหลมคมมากไม่ได้

ถ้าได้เป็นรัฐบาล ภารกิจหลักของพรรคเพื่อไทยคือแก้ปัญหาปากท้อง ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ ขณะที่ในทางการเมืองก็ต้อง “ประนีประนอม” ต่อรองกับอำนาจอนุรักษนิยม

โฆษณา - Advertising

ไม่ประนีประนอมแล้วให้ทำไง ชนะเลือกตั้งได้ก็ไม่มีปืนยังพร้อมจะถูกเล่นงานด้วยกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระ ฯลฯ

ชนะเลือกตั้งรวบรวม ส.ส.ได้เกินกึ่งหนึ่ง ก็ต้องไปต่อรองกับผู้มีอำนาจ ให้ 250 ส.ว.ยอมให้เป็นรัฐบาล สภาผ่านกฎหมายไม่ได้แปลว่าผ่าน ส.ว. อย่างน้อยก็ต้องทน 1 ปี จน 250 ส.ว.ครบวาระ

นี่ไม่ใช่งานง่าย ผู้นำพรรคเพื่อไทยต้องมีจุดยืนมั่นคง พร้อมกับอดทนอดกลั้น เจรจาต่อรองทีละขั้น แก้ปัญหาทีละเปลาะ

แต่ในทางกลับกัน พรรคเพื่อไทยก็มีจุดอ่อน ทั้งพันธนาการทักษิณ “อยากกลับบ้าน” ทั้งคุณภาพนักการเมือง ที่จำนวนหนึ่งยังพึ่งระบบอุปถัมภ์ ชนะเลือกตั้งแล้วจะต่อรองโควตารัฐมนตรี

โฆษณา - Advertising

พูดสั้นๆ ก็เหมือนหลังเลือกตั้ง 54 แม้คงมีบทเรียนบ้างแล้ว

พรรคก้าวไกลวางเป้าเป็นพรรคอุดมคติ นโยบายที่ประกาศมา หวังชนะเลือกตั้งใน 8 ปีข้างหน้า (ล้อกันเอาฮา) เป็นตัวแทนความฝันแห่งอนาคตของคนรุ่นใหม่ ที่วางเป้าใหญ่กว่าถึงรื้อโครงสร้าง ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปรัฐราชการ ปลดล็อกท้องถิ่น และแก้ไขมาตรา 112

ซึ่งยังทำไม่ได้ในระยะสั้น แต่ถ้าไม่มีตัวแทนแห่งความฝัน ก็ไม่มีวันบรรลุ

ภารกิจประชาธิปไตยจึงต้องการให้พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.จำนวนหนึ่ง ควบคู่ไปกับพรรคเพื่อไทย “แลนด์สไลด์” แม้ระบบเลือกตั้ง “หาร 100” จะทำให้ได้ ส.ส.น้อยลง แต่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ คือตัวสำคัญที่จะแสดงพลัง

โฆษณา - Advertising

ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าพรรคก้าวไกลได้ 20% แม้ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แค่ 20 คน แต่มันสะท้อนว่าพลังที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ต้องการเห็นการเมืองใหม่ มีถึง 1 ใน 5 ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง (7-8 ล้านคน)

ยิ่งกว่านั้นถ้าชนะ ส.ส.เขตในตัวเมืองในกรุงเทพฯ ปริมณฑล จะสะท้อนฐานคนชั้นกลางในเมืองที่เปลี่ยนไปอยู่ขั้วตรงข้ามอนุรักษนิยมแล้ว

ถ้าเป็นไปตามสมมติ แม้เพื่อไทยอาจได้ ส.ส.น้อยลงบ้าง แต่ก็เป็นผลดีในการต่อรองอำนาจ ว่าเห็นไหม ถ้าไม่ประนีประนอม compromise พลังที่แหลมคมกว่าจะยิ่งกดดัน

ขณะเดียวกันก็จะตรวจสอบกดดันเพื่อไทยด้วย ไม่สามารถผูกขาดการตัดสินใจ “ประชาธิปไตยพรรคเดียว” ไม่สามารถเกี้ยเซี้ยง่ายๆ อย่างที่หวาดระแวงกัน เช่นกลัวจะร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ (ซึ่งเขาไม่ตัดสินใจโง่ๆ ง่ายๆ หรอก ถ้าจะร่วมต้องมีเงื่อนไขความจำเป็นอธิบายได้) แต่ถ้ากลัวนัก คุณก็เลือก ส.ส.เขตเพื่อไทย เลือกปาร์ตี้ลิสต์ก้าวไกล นั่นแหละการตรวจสอบควบคุมที่ได้ผลที่สุด

โฆษณา - Advertising

พูดอย่างนี้เหมือนเข้าข้าง ดันทุรัง ยังไงก็ก้าวไกล แต่นั่นคือเป้าหมายยุทธศาสตร์ประชาธิปไตย อยากให้เพื่อไทยได้ ส.ส.เขต 180-200 ปาร์ตี้ลิสต์ 40 คน ก้าวไกล 20+20 ก็จะลงล็อกทั้งกดดันและถ่วงดุล เพียงแต่การเลือกตั้งขึ้นกับเจตจำนงประชาชน ไม่มีใครชี้นิ้วได้ เอาเข้าจริงเกรงจะไม่เป็นอย่างนั้น

ถ้าเปรียบเทียบนโยบายเพื่อไทย ทำไมประสบความสำเร็จ หนึ่ง โดนใจประชาชน สอง เป็นพรรคใหญ่ที่จะเป็นแกนนำรัฐบาลนำนโยบายไปผลักดันได้จริง สาม ประชาชนเชื่อมั่นว่าทำได้ทำจริงทำสำเร็จมาแล้ว

นโยบายก้าวไกลคึกคักในโลกออนไลน์ แต่ถ้าไปยืนในท้องไร่ท้องนาหรือตลาดอำเภอ จะรู้ว่าเข้าไม่ถึง ซ้ำคนส่วนใหญ่ก็รู้ว่าไม่สามารถชนะเลือกตั้งเป็นแกนนำรัฐบาล ไม่มีพลังเหมือนครั้งอนาคตใหม่ ที่มีความหวังว่าธนาธรเป็นนายกฯ ได้

ในแง่การทำงานพื้นที่ หลังเลือกตั้ง 62 ผู้สมัครอนาคตใหม่หายหมด เลือกตั้ง 66 เปลี่ยนเกือบทั้งประเทศ แม้มีกระแสคนรุ่นใหม่ อยากได้ ส.ส.ใหม่ไฟแรง ประทับใจก้าวไกลในสภา แต่กระแสวงกว้างก็เหมือนสาดน้ำไปทั่ว ต้องรองรับด้วยการจัดตั้งมวลชน เช่นเพื่อไทยจัดตั้งเสื้อแดง การเมืองเก่าใช้เงินใช้หัวคะแนน การเมืองใหม่ไม่ใช้เงินก็ต้องมีผู้ปฏิบัติงานเข้าไปจับปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านในพื้นที่

โฆษณา - Advertising

ถ้าเปรียบเพื่อไทยเป็นนักปฏิบัติที่เจนจัด ก้าวไกลก็เป็นนักปฏิวัติหรือนักกิจกรรม ที่ยังลอยห่างจากพื้นดิน ยิ่งนับถอยหลังสู่เลือกตั้ง ก็อาจยิ่งถูกกลืนภายใต้กระแส “แลนด์สไลด์” เพราะคนส่วนใหญ่มุ่งเอาชนะ ซึ่งโทษเพื่อไทยไม่ได้ เพราะโดยธรรมชาติของการแข่งขัน ต้องปั่นกระแสสูงสุดเอาชนะฝ่ายตรงข้าม แม้บดบังพรรคฝ่ายเดียวกันไปพร้อมกัน ก็ไม่สามารถเหลือพื้นที่ให้ใคร

ยังมีเวลา 4-5 เดือนเท่านั้น ก้าวไกลต้องตั้งเป้ากลยุทธ์สร้าง Niche Market ให้สูงสุดได้อย่างไร

 

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/news_7407356

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising