‘พิธา’ ขอบคุณ 13 ส.ว. กล้าหาญ โหวตนายกฯ ตามฉันทามติประชาชน ประกาศ ‘ยอมรับ ไม่ยอมแพ้’ เตรียมวางยุทธศาสตร์เลือกนายกฯ รอบ 2 ขณะที่แกนนำพรรคก้าวไกลขึ้นเวทีปราศรัยลั่นเดินหน้าสู่ต่อ ให้ 'พิธา' ได้เป็นนายกฯ
13 ก.ค.2566 ภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รับการเสนอชื่อเพียงผู้เดียว ผลการลงมติปรากฏว่า สมาชิกรัฐสภาเห็นชอบ 324 เสียง ไม่เห็นชอบ 182 เสียง งดออกเสียง 199 เสียง ทำให้พิธาไม่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นนายกฯ เนื่องจากมาตรา 272 ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดว่าบุคคลที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา นั้น
ต่อมา ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานต่อสื่อมวลชนว่า พิธา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงมติว่า ยอมรับผลการลงมติที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่ามีการกดดัน ส.ว. และมี ส.ว. ไม่มาประชุมราว 40 คน ทำให้การลงคะแนนไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณ ส.ว. ทั้ง 13 คนที่กล้าหาญและลงมติตามที่เคยสัญญากับประชาชน โดยตนยืนยันว่ายังไม่ยอมแพ้ จะใช้เวลาหลังจากนี้หายุทธศาสตร์เพื่อรวบรวมเสียง มุ่งหน้าสู่การลงมติครั้งที่ 2 ซึ่งขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาว่าจะกำหนดเป็นวันใด
เมื่อถูกถามว่า ยังมีความมั่นใจในการจับมือกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ พิธากล่าวว่า “ผลโหวตบอกอย่างนั้น เรายังทำงานด้วยความเชื่อใจซึ่งกันและกันกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล”
เมื่อถูกถามว่า ในรอบหน้าพรรคก้าวไกลต้องยอมถอยนโยบายแก้ไข ม.112 หรือไม่ หรือจะปรับอย่างไรเพื่อหารือกับ ส.ว. พิธายืนยันว่ายังเหมือนเดิม เราได้สัญญากับประชาชนไว้อย่างไร เราก็ทำอย่างนั้น วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้มีโอกาสอธิบายชี้แจงเรื่องนี้ในสภาฯ ว่าสิ่งที่เราพยายามนำเสนอนั้น มีเป้าหมายเดียวกันกับวุฒิสภาหรือ ส.ส. หลายคน เพียงแต่อาจประเมินต่างกัน หรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ถ้ามีเวลาจะทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ ส.ว. ทั้ง 13 คนที่กล้าหาญและลงมติตามที่เคยสัญญากับประชาชน
แกนนำพรรคก้าวไกลขึ้นเวทีปราศรัยลั่นเดินหน้าสู่ต่อ ให้ 'พิธา' ได้เป็นนายกฯ
ขณะที่สำนักข่าวไทย รายงานด้วยว่า การชุมนุมของสนับสนุนพรรคก้าวไกล หน้าเวทีศูนย์ราชการเกียกกาย รังสิมันต์ โรม พร้อมด้วย ส.ส.พรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันนี้ผลโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี มี ส.ว. 13 คน สนับสนุน “พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ผลที่ออกมาจะไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่ขอยืนยันจะไม่หยุดการต่อสู้ จะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้
ส่วนพิธา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อยู่ระหว่างการประชุมหารือกับแกนนำพรรค ก้าวไกล ในสภา จึงไม่ได้ลงมาพบกับผู้สนับสนุนได้ จึงส่งตัวแทนลงมาพบกับประชาชนที่เวที เพื่อยืนยันว่าจะสู้ต่อไป ยืนยัน ส.ส.ที่เลือกเข้ามาในสภา ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังแน่นอน ขอบคุณที่ร่วมเป็นกำลังใจให้ก้าวไกล หลังจากนี้ยังไม่สิ้นสุด ขอให้อย่าท้อถอย จับมือให้มั่นให้พิธาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ให้ได้
ขณะที่ “เบญจา แสงจันทร์” กล่าวขอโทษประชาชนที่วันนี้ยังไม่ถึงจุดหมายและยังไม่สำเร็จ ตามที่ตั้งความหวังไว้ แต่ครั้งต่อไปจะไม่ยอมแพ้ เดินหน้าสู้ต่อ อย่าหมดหวัง สู้ไปด้วยกัน ให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
ด้าน “ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” กล่าวว่า ได้รับกำลังใจจากประชาชนว่าอย่าท้อ อย่าหยุดฝัน ขอบอกว่า วันนี้ไม่ใช่การพ่ายแพ้ วันนี้คือวันแห่งชัยชนะ เป็นการต่อสู้ครั้งแรกในสภา และได้รับการโหวต 324 เสียง นับแต่นี้ขอให้ประชาชนร่วมส่งกำลังใจ ไม่ใช่แค่ฝ่าย 324 เสียง แต่ส่งไปให้ญาติมิตรของคนที่สามารถโหวตได้ เพื่อร่วมโหวตให้หลักการประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ ยืนยันว่าไม่มีท้อ ไม่มีหยุด ท่ามกลางเสียงประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศนี้
ขณะที่ “พุธิตา ชัยอนันต์” กล่าวทั้งน้ำตา ขอโทษที่ไม่สามารถทำให้สมหวังได้ ทำเต็มที่แล้ว และรู้สึกตื้นตัน พร้อมที่จะสู้กับคนที่นี่และทั่วประเทศ ขอบคุณที่มาสนับสนุน จะทำให้ฝันเป็นจริงได้ ตั้งปณิธานให้ “พิธา” ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
