ป.ป.ช. เตรียมสรุปผลการไต่สวนคดีสอบจริยธรรม “44 สส. ก้าวไกล” ภายในเดือนนี้ "พิธา" - "ณัฐพงษ์" มีลุ้น โทษสูงสุดของการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงคือตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีพเหมือนที่ "พรรณิการ์" อดีต สส. อนาคตใหม่เคยถูกลงดาบ ล่าสุดโทษฝ่าฝืนจริยธรรมก็สอยอดีตนายกรัฐมนตรี "เศรษฐา" หลุดจากเก้าอี้มาแล้ว ย้อนรอยที่มาคดีจริยธรรม 44 สส. ก้าวไกล รัฐธรรมนูญ 2560 เปิดช่องให้อำนาจศาลตีความคดีจริยธรรมนักการเมืองจนกลายเป็นเครื่องมือประหารชีวิตทางการเมือง
14 ม.ค. 2558 ประเด็นจริยธรรมกับการตัดสิทธิการเมืองหกลับมาร้อนอีกครั้ง หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมสรุปผลการไต่สวนคดีสอบจริยธรรม “44 สส. ก้าวไกล” ที่ลงชื่อเสนอแก้ไข ม.112 ภายในเดือนมกราคมนี้ โดยหนึ่งในรายชื่อ 44 สส. ได้มีชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน รวมอยู่ด้วย และยังมีรายชื่อหัวหอกของพรรคประชาชนอีกหลายคน อาทิ ศิริกัญญา ตันสกุล, รังสิมันต์ โรม, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, วาโย อัศวรุ่งเรือง ฯลฯ
สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า คณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงในประเด็นสอบจริยธรรม 44 สส. ได้รวบรวมพยานหลักฐานใกล้เสร็จแล้ว คาดว่าเดือนมกราคมนี้ คณะอนุกรรมการไต่สวนจะสรุปสำนวนให้ที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช. พิจารณาได้ ทาง ป.ป.ช. ยืนยันจะพิจารณาคดีเป็นรายๆ ไป ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 44 สส. ที่ถูกกล่าวหาจะต้องถูกตัดสิทธิทุกคน
ความน่ากลัวของโทษคดีจริยธรรม
หาก ป.ป.ช. ชงเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลฎีกามีคำตัดสินว่า 44 สส. ก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนจริยธรรมจริง โทษสูงสุดคือการตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีพ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ คล้ายกรณีของช่อ-พรรณิการ์ วานิช อดีต สส. พรรคอนาคตใหม่
ล่าสุดอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ก็หลุดจากเก้าอี้นายกฯ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่ามีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเช่นกัน
ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 มีนักการเมืองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย
1. ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ
กรณีเข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบเมื่อ 18 ปีก่อน 25 มี.ค.2564 ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ
2. กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.กระทรวงศึกษาธิการ
พรรคภูมิใจไทย จากกรณีสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐออกโฉนดที่ดินรุกป่าเขาใหญ่ซึ่งกรณีเกิดขึ้นนานแล้ว เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2566 ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ
3. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ
กรณีถูกกล่าวหาเสียบบัตรลงคะแนนแทนผู้อื่น เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2566 ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ
4. อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีต ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย
กรณีเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท จากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแลกกับการผ่านงบประมาณ 6 ม.ค.2566 ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
5. พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่
กรณีโพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ในแง่ร้าย เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2566 ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ แต่ไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
6. เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
กรณีแต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าพิชิตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เศรษฐาพ้นจากตำแหน่งนายกฯ คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลให้เศรษฐาและคณะรัฐมนตรีพ้นสภาพจากตำแหน่งโดยทันที
7. เอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น และรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม
จากคดียักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น 431 ล้านบาท ในช่วงปี 2554-2556 ศาลฎีกาพิพากษาเอกราชฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีคำสั่งตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569
8. ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย
ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 จากกรณีครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่แปลงป่าดงพะทายตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม รวม 40 ใบจอง เนื้อที่ 220 ไร่ มูลค่าประมาณ 6,600,000บาท โดยศุภชัยไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับจัดสรรที่ดินตามระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า “ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดช่องให้ใช้กลไกทางกฎหมายเล่นงานคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการเมือง และเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจนำในขณะนี้”
ย้อนรอยที่มาคดีจริยธรรม 44 สส. ก้าวไกล ผลพวงคดี “ล้มล้างการปกครอง”
31 ม.ค. 2567 - ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเสนอแก้ไขกฎหมาย ม.112 โดยพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล เป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ ม.49 ศาลเห็นว่า พรรคก้าวไกลร่วมกับพิธายื่นร่างแก้กฎหมายดังกล่าว รวมถึงเนื้อหาเป็นพฤติการณ์ที่ต้องการลดทอนการคุ้มครองสถาบัน ใช้กระบวนการนิติบัญญัติเป็นวิธีการเพื่อซ่อนเร้น มีพฤติการณ์รณรงค์หาเสียงต่อเนื่อง การใช้เป็นนโยบายพรรคหาเสียงเลือกตั้งและกระทำต่อเนื่องเป็นการนำสถาบันลงมาเพื่อเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้ง
12 มี.ค. 2567 - คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) มีหลักฐานเชื่อว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุให้มีคำสั่งยุบพรรค คดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ใช้สิทธิเพื่อล้มล้างการปกครอง จากการเสนอแก้ไขและยกเลิก ม.112
7 ส.ค. 2567 - ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคก้าวไกล ด้วยมติ 9 ต่อ 0 พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคในช่วงระยะเวลา 10 ปี และห้ามมิให้มีส่วนร่วมในการตั้งพรรคการเมืองใหม่
ประเด็นสุดท้ายที่ยังค้างคารอการตัดสินอยู่คือ คดีสอบจริยธรรมของ 44 สส. พรรคก้าวไกล ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการลงชื่อสนับสนุนการแก้ไข ม.112
รายชื่อ 44 สส. ก้าวไกล ที่ลงชื่อเสนอแก้ไข ม.112 เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2564
1.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
2.พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
3.ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
4.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี
5.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
6.กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
7.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
8.พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
9.นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
10.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.
11.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.
12.ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
13.ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก
14.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
15.ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
16.ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
17.ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ
18.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม.
19.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
20.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม
21.วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
22.คำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
23.สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม.
24.ทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร
25.จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา
26.จรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี
27.สุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ
28.ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
29.อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
30.องค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
31.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
32.ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
33.ศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด
34.มานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
35.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
36.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
37.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
38.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิส.ส.บัญชีรายชื่อ
39.ทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
40.สมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
41.สมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุลส.ส.บัญชีรายชื่อ
42.วุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ
43.รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ
44.สุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
รธน. 60 ที่มาอำนาจศาลตีความจริยธรรมนักการเมือง
รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ร่างโดยคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่ง มีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ได้บัญญัติถึงมาตรฐานจริยธรรมไว้ในหมวดองค์กรอิสระ มาตรา 219 โดยกำหนดให้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกําหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ขึ้นใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วให้ใช้บังคับได้ ทั้งนี้ มาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงการรักษาเกียรติภูมิและผลประโยชน์ ของชาติ และต้องระบุให้ชัดแจ้งด้วยว่าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมใดมีลักษณะร้ายแรง
ในการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้รับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีประกอบด้วย และเมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย แต่ไม่ห้ามสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีที่จะกําหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรม ตามวรรคหนึ่ง และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้ร่วมกันกำหนด มาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561
โดยมีการแบ่งจริยธรรมออกเป็น 3 หมวดด้วยกันคือ
หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์
หมวด 2 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก
หมวด 3 จริยธรรมทั่วไป
การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ส่วนการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 2 และหมวด 3 จะถือว่า มีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ เจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ขณะที่ ป.ป.ช. มีบทบัญญัติดำเนินการไว้เฉพาะแล้วใน ม.236 กรณีที่มีเหตุอันสมควรสงสัยหรือการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างรายแรง ให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง และมีมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
หากเห็นว่ามีมูลให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย
กรณีที่ศาลฎีกามีคําพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคําพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่ง นับแต่วันหยุดปฏิบัติหนาที่ (วันที่ศาลฎีกาประทับรับฟ้อง) และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้ โดยผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ
ความพยายามในการแก้ไขเครื่องมือ ‘ประหารชีวิตทางการเมือง’
ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนมีความพยายามในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา โดยรวมประเด็นจริยธรรมเข้าไปด้วย เพื่อหยุดยั้งการทำให้การเมืองสะดุดอย่างที่ไม่ควรสะดุด เช่น การหลุดตำแหน่งนายกฯ เพียงเพราะแต่งตั้งบางตำแหน่ง หรือการยุบพรรคเพราะการเสนอแก้กฎหมายในสภาปกติ
พรรคประชาชน - เรียกร้องให้ยกเลิกอำนาจศาลในการตีความเรื่องจริยธรรมทางการเมือง เสนอให้มีการกำกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ ด้วยความรับผิดชอบทางการเมือง และใช้การเลือกตั้งผ่านประชาชนเป็นเครื่องมือในการตัดสินตัวนักการเมือง
พรรคเพื่อไทย - เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดรายละเอียดของกฎหมายให้ชัดเจน อาทิ ม.160 คุณสมบัติของรัฐมนตรี (5) ไม่มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยแก้ไขให้ชัดเจนว่า ต้องเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในศาลฎีกา
