ศาลอุทธรณ์ใช้เวลา 5 วัน ก่อนสั่งไม่ให้ประกันตัว 'ทนายอานนท์' แม้ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี

ศาลอุทธรณ์ใช้เวลา 5 วัน ก่อนสั่งไม่ให้ประกันตัว 'ทนายอานนท์' แม้คำร้องระบุเป็นทนายให้จำเลยในศาลกรุงเทพฯและต่างจังหวัด กว่า 39 คดี ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี ศาลเคยอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศและอานนท์กลับมารายงานตัว รวมทั้งขอศาลยึดหลักสันนิฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

16 ต.ค.2566 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอประกันตัว อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรม หลังพิจารณา 5 วัน ระบุ "เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์อันเนื่องจากเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และตามพฤติการณ์ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงให้ยกคำร้อง" 

จากเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2566 ที่ศาลอาญา ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว อานนท์ เป็นครั้งที่สอง หลังเขาถูกศาลพิพากษาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี และลงโทษปรับ 20,000 บาท ไม่รอลงอาญา ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 จากกรณีการปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563  

เป็นทนายอีกกว่า 39 คดี ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี ศาลเคยอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศและอานนท์กลับมารายงานตัว

ศูนย์ทนายฯ ยังรายงานถึงรายละเอียดของคำร้องขอประกันตัวในครั้งนี้มีว่า รายละเอียดเพิ่มเติมจากคำร้องในครั้งที่ 1 โดยสรุประบุว่า อานนท์เป็นผู้มีภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน สามารถติดตามได้โดยง่าย การคุมขังตัวไว้เป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ และเกินความจำเป็นแก่กรณี และจะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ เนื่องจากอานนท์ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกดำเนินคดีอาญาจากการใช้สิทธิและเสรีภาพการแสดงออกทางการเมืองเป็นจำนวนรวมกว่า 39 คดีในหลายศาล ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

หากไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ทำให้จำเลยและลูกความในแต่ละคดีได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในการประกอบวิชาชีพทนายความนั้น มีความจำเป็นต้องจัดเตรียมพยานหลักฐาน วางแผนแนวทางการต่อสู้คดีร่วมกับลูกความ ตลอดจนการทำงานเอกสารและเดินทางไปศาลในนัดต่าง ๆ การที่จำเลยถูกคุมขังไว้ย่อมส่งผลกระทบต่อทุกคดีที่จำเลยเป็นทนายความอยู่อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ และส่งผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลูกความของจำเลย

คดีนี้อานนท์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันต่อสู้คดีมาโดยตลอดตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นพิจารณา เนื่องจากไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และมีความประสงค์จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเพื่อต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด

ภายหลังจากอานนท์ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวนและระหว่างพิจารณา ไม่เคยกระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ศาลกำหนด และไม่เคยถูกเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวในคดีนี้เลยสักครั้ง ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าหากได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์จะไปก่อเหตุภยันตรายประการอื่นหรือจะหลบหนีแต่อย่างใด

ศาลนี้และศาลอาญากรุงเทพใต้ เคยอนุญาตให้อานนท์ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อร่วมงานรับรางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน (Gwangju Prize for Human Rights) ในระหว่างวันที่ 12-22 พ.ค. 2566 เมื่ออานนท์เดินทางกลับมายังประเทศไทยตามกำหนดก็ได้มารายงานตัวต่อศาล ไม่ได้หลบหนีแต่อย่างใด

กรณีนี้จึงเป็นข้อเท็จจริงยืนยันและรับรองพฤติกรรมได้ว่าอานนท์ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี คดีนี้ยังไม่ปรากฏเหตุและพฤติการณ์ใด ๆ ของจำเลยที่เข้าเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ที่ศาลจะไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยแม้แต่น้อย

ขอศาลยึดหลักสันนิฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

คำร้องขอประกันตัวยังระบุ ขอให้ศาลใช้ดุลพินิจพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยยึดถือหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อนศาลมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด และจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 29 วรรคสอง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่กระทบเสรีภาพของจำเลย

ในคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จำเลยได้รับการประกันตัวมาตลอด จึงขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ตามข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยการปล่อยตัวชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565 เพื่อให้จำเลยได้รับการประกันตัวและออกมาสู้คดีได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ศาลอาญามีคำสั่งให้ส่งคำร้องคำขอประกันอานนท์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน อย่างไรก็ตามตลอดช่วงวันที่ 12-15 ต.ค. 2566 ศาลอุทธรณ์ไม่ได้มีคำสั่งแต่อย่างใด จนกระทั่งวันที่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 15.22 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวดังกล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท